รู้จักภาคกลางก่อนไปเที่ยว

Thailand_Ayuthaya2
ภาคกลางเป็นดินแดนที่ราบลุ่มซึ่งมากมายด้วยท้องนาและเรือกสวน พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ สมฉายา “อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทย” มีโบราณสถานมากมาย บ่งบอกถึงการเป็นเมืองเก่าแสนรุ่งเรือง ซึ่งส่งต่อประเพณีวัฒนธรรมงดงามมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีภาพวิถีชีวิตสงบง่าย ชวนให้ไปเยือนในทุกฤดูกาล

พื้นที่ ภาคกลาง เป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก แม่กลอง ท่าจีน แควน้อย แควใหญ่ ฯลฯ พื้นที่แถบนี้จึงอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทำนาปลูกข้าว มีสวนผลไม้ และทำไร่ นอกจากนี้ยังมี กิจการปศุสัตว์ เลี้ยงโคพันธุ์เนื้อพันธุ์นม มีฟาร์มไก่ และเลี้ยงปลา ส่วนจังหวัดที่อยู่ติดชายทะเลก็ทำการประมง และนาเกลือ รวมไปถึงอาชีพรับจ้างในโรงงาน อุตสาหกรรม กิจการพาณิชย์ รับราชการ และงานหัตถศิลป์อีกมากมาย
dnจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ได้กล่าวว่า ภาคกลาง เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เมื่อ พุทธศตวรรษที่ 11-16 ยุคที่ชนชาติมอญ ครอบครองดินแดนแถบนี้ จากนั้นราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 ชนชาติขอมหรือ เขมรก็เข้ามาเรืองอำนาจ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ลพบุรี และขยายอาณาเขตออก ไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี เพชรบุรี และสิงห์บุรี

เมื่อ พ.ศ.1893 พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างเมืองขึ้นแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาได้ย้ายราชธานีมาอยู่ที่บริเวณตำบล หนองโสนหรือบึงพระราม นับตั้งแต่นั้น มากรุงศรีอยุธยาก็เจริญรุ่งเรืองเป็นบึกแผ่น มีการขยายอาณาเขตและติดต่อ ค้าขายกับชาวตะวันตก ได้แก่ โปรตุเกส ฝรั่งเศส ฮอลันดา และอังกฤษ รวมถึง การรับอารยธรรมตะวันตกด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ก็ได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในดินแดนแถบนี้

ด้วยความที่เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ มีประชากรหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ จึงก่อให้เกิดงานศิลป์ผสมผสานที่งดงาม ตามวัดวาอารามต่างๆ เป็นมรดกของประเทศ สืบทอดมาถึงลูกหลานในปัจจุบัน และบางแห่งทรงคุณค่าจนได้รับการ ยกย่องให้เป็นมรดกของโลกที่ต้องรักษาไว้ชื่นชมร่วมกันตราบนานเท่านาน อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีและการละเล่นต่างๆ ซึ่งยังคงมีให้ชมได้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดใน ภาคกลาง เช่น ระบำชาวไร่ เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย เพลงอธิษฐาน เพลงเหย่ย เพลงแม่ศรี เพลงเต้นกำรำเคียว เพลงลำตัด เพลงปรบไก่ เพลงอีแซว กลองยาว และลิเก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงในราชสำนักที่ภายหลังได้นำออกเผยแพร่ทั่วไป เช่น โขน ละคร หนังใหญ่ หุ่นกระบอก และดนตรีไทย

เนื่องจากบรรพบุรุษของไทยในดินแดนนี้ เป็นนักรบที่กล้าหาญ มีความรู้ความสามารถ ฉลาดหลักแหลม มีปฏิภาณ ไหวพริบดี จึงรู้คิดค้นปรับเปลี่ยนท่วงท่าการต่อสู้ จนกลายเป็นศิลปะป้องกันตัวที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ได้แก่ การฟันดาบ กระบี่กระบอง และการชกมวย

นอกจากนี้สภาพภูมิประเทศของ ภาคกลาง ยังเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมทางการท่องเที่ยวมากมาย ได้แก่ ภูเขาใหญ่น้อย หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำอันสวยงาม มีพื้นที่ป่าชุ่มชื้นเป็นต้นน้ำลำธารที่ไหลรวมเป็นน้ำตก มีเกาะแก่งกลางลำน้ำ และ ด้วยเหตุผลที่ ภาคกลาง เป็นที่ตั้งของเมืองหลวง คือ กรุงเทพมหานคร จึงเป็น ศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของประเทศ

Bangkok3 Samut_Songkhram Bangkok_nighttime

 

รายชื่อข้อมูลจังหวัดในภาคกลาง
  อุทยานทั้งหมดในแถบภาคกลางและตะวันตก
1.   อุทยานแห่งชาติเขาแหลม   กาญจนบุรี
2.   อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์   กาญจนบุรี
3.   อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์   กาญจนบุรี
4.   อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ   กาญจนบุรี
5.   อุทยานแห่งชาติไทรโยค   กาญจนบุรี
6.   อุทยานแห่งชาติลำคลองงู   กาญจนบุรี
7.   อุทยานแห่งชาติเอราวัณ   กาญจนบุรี
8.   อุทยานแห่งชาติกุยบุรี   ประจวบคีรีขันธ์
9.   อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด   ประจวบคีรีขันธ์
10.   อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง   ประจวบคีรีขันธ์
11.   อุทยานแห่งชาติหาดวนกร   ประจวบคีรีขันธ์
12.   อุทยานแห่งชาติทับลาน   ปราจีนบุรี
13.   อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน   เพชรบุรี
14.   อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน   ราชบุรี
15.   อุทยานแห่งชาติปางสีดา   สระแก้ว
16.   อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย   สระบุรี
17.   อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น   สระบุรี
18.   อุทยานแห่งชาติพุเตย   สุพรรณบุรี
บทความล่าสุด
  • เที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

    อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ หรือเดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติดงหินกอง มีส่วนหนึ่งที่ได้เก็บภาพมาฝากเืพื่อนๆ คือแก่งตะนะ ที่เป็นแก่งกลางลำน้ำมูลที่ใหญ่ที่สุด กลางแก่งตะนะมีโขดหินทรายมหึมา เป็นเกาะกลางลำน้ำมูลที่เกิดจากลำน้ำมูลทั้งสองสายที่เชี่ยวกราก และจะกัดเซาะลงในแนวหินสูงประมาณ 1 เมตร ถ้าสังเกตเกาะกลางแก่งตะนะจะเห็นสิ่งก่อสร้างรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยฝรั่งเศสยังล่าอาณานิคม เพื่อใช้เป็นเครื่องชี้ร่องน้ำในการเดินเรือ บริเวณแก่งตะนะมีสายน้ำที่เชี่ยวและลึก ใต้ท้องน้ำเป็นหลุมหิน โขดหิน ทั้งยังมีโพรงถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลามาอาศัยบริเวณแก่งตะนะชุกชุมช่วงที่เหมาะในการไปเที่ยว คือ เดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน   สวยแต่ไม่แนะนำให้เล่นน้ำค่ะหากจะเล่นตรงดูให้ดีๆ ก่อนนะค่ะ คำว่า “ตะนะ” จากการเล่าขานตามความเชื่อของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป เดิมมาจากคำว่า “มรณะ” เนื่องจากบริเวณแก่งตะนะนี้ มีกระแสน้ำไหลที่เชี่ยวกราก และมีโขดหินใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ตลอดจนมีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง

  • การผูกข้อมือทางภาคเหนือ หากเพื่อนๆ มาเที่ยวทางภาคเหนือ เช่นมาเที่ยวบ้านเพื่อน เที่ยวงานวัด อาจได้พบเห็นการผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์ จากคนเฒ่า คนแก่   ปกติการผูกข้อมือจะเป็นพิธีการของการประกอบพิธีการแต่งงานด้วยการ”ผูกข้อมือ” ซึ่งก็คือการที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวกับเจ้าบ่าว มานั้งตรงข้ามกัน ตรงกลางมี “พานบายศรี” ที่ประดิษฐ์ประดอยด้วยดอกไม้ใบตองด้วยความปราณีตสวยงาม ประเพณีการแต่งงานแบบผูกข้อมือลักษณะนี้เป็นการแต่งงานแบบสู่ขอ-หมั้น-แต่งงาน แบบวันเดียวจบ สั้นๆ ง่ายๆ และมีเสน่ห์   แต่บางทีเราอาจพบเห็นการผูกข้อมือ จากผู้เฒ่า เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมที่ดีงาม ที่ไม่ใช่งานแต่ง ท่านจะอวยพร ต่างๆ นาๆ พูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเอง แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักท่านอย่างคุ้นเคย  การผูกข้อมือจะทำทั้งสองข้าง และทำให้เรารู้สึกสบายใจไปด้วยครับ

  • น้ำตกแม่สา 10 ชั้น เชียงใหม่ หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามร่มรื่นเป็นธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่คือ น้ำตกแม่สา ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ มาเมื่อไหร่ก็เย็นสบายตลอดทั้งปีครับ น้ำตกแม่สามีชื่อเสียงมากและได้รับความนิยมจากคนไทยและชาวต่างชาติ  โดยมักจะพบเห็นน้ำตกแม่สาอยู่ในหนังสือท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศเสมอๆ  เหมาะแก่การมาเดินป่าเบาๆ พาครอบครัวมาเล่นน้ำคลายร้อน น้ำตกจะสวยมากๆ ในช่วงฤดูฝนถึงกลางฤดูหนาว น้ำตกแม่สามีพื้นที่ครอบคลุมกว้างมาก ทั้งหมดมีด้วยกัน 10 ชั้นแต่ละชั้นสวยงามต่างกันไป  หากใครจะเดินเที่ยวให้ครบทั้ง 10 ชั้นคงต้องออกแรงเหนื่อยกันบ้างเพราะผมเองได้แค่ 9 ชั้นครับ แต่ละชั้นห่างกัน 100-500 เมตร บางชั้นเล่นน้ำได้ บางชั้นไม่ควรเล่น  ตัวน้ำตกปกคลุมด้วยต้นใม้ใหญ่ทั้งหมดร่มรื่นเย็นสบาย น้ำตกแม่สาตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีน้ำไหลตลอดปี ด้านหน้าน้ำตกแม่สา เป็นลานจอดรถใกล้กับน้ำตกชั้นที่ 1

  • เยื่อมชมวัดพระบาทปางแฟนนมัสการพระอาจารย์โต วัดพระบาทบางแฟนนั้นเป็นวัดที่เงียบสงบ ภายในมีสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาหลายจุดเช่น พระพุทธบาทอยู่ภายในถ้ำ แต่ปัจจุบันได้มีการโบกปูนทำรอยพระพุทธบาทจำลองปิดปากถ้ำเอาไว้ ที่วัดพระบาทปางแฟนมีทั้งพระและแม่ชี พำนักอยู่ที่วัดนี้จำนวนมาก  วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่วัดพระบาทปางแฟนจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยตลอด และประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่ญาติโยมมักจะมาขอพระอาจารย์โต ให้ช่วยเหลือเป็นที่รู้จักกันทั้งคนในพื้นที่และต่างจังหวัด ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของวัดพระบาทปางแฟนและเรื่องราวของพระอาจารย์โตหลายครั้งตามหนังสือพิมพ์ และโชคดีที่วันนี้ได้แวะมากราบท่านถึงกุฏิแต่ผมไม่ได้ถ่ายภาพท่านเพราะเกรงว่าจะไม่เหมาะเพราะอยู่ในสถานที่ส่วนตัวของท่าน แต่ถึงอย่างนั้นพระอาจารย์โตที่มีท่าทีสงบ พูดเรียบๆ แสดงให้เห็นถึงสภาวะอารมณ์ที่สุขุม ทำให้รับรู้ว่าท่านใจดีครับ ผมจำได้ว่าเคยได้ยินข่าวที่ชาวบ้านได้นิมนต์พระอาจารย์โตไปทำพิธีเชิญวิญญาณ “เจ้าแม่ตะเคียนทอง” ออกจากป่าห้วยผีหลอก จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นข่าวดังอยู่ตอนนั้น วันนี้ผมได้พบท่านจริงๆ แล้ว พระเจดีย์มงคลเทพนิมิตรภายในมีรอยพระบาทจำลอง สำหรับพระอาจารย์โต ฐิตวิริโย นั้นมีประวัติและเรื่องเล่าในตัวท่านมากมาย และเป็นพระเกจิชื่อดังของภาคเหนือ เรื่องที่ถูกเล่าขานมากก็คือ

  • วังมัจฉาวัดพระธาตุแม่เจดีย์ เชียงราย ซื้ออาหารปลา ขนมได้ครับ วังมัจฉา หรือชื่อที่ชาวบ้านเรียกกัน “ห้วยย่าคำมา” เป็นอ่างเก็บน้ำเขตอภัยทานที่มีปลาน้ำจืดนับล้านตัว เช่น ปลานิล ปลาบึก ปลาดุก ฯลฯ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีทิวทัศน์ที่สวยงามและ ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อีกแหล่งหนึ่งในภาคเหนือ ผมมาให้อาหารปลาครับ ซื้อจากด้านหน้ากระสอบละ 200 กว่าบาท แบกมาให้ปลากิน วังมัจฉาอยู่ในบริเวณวัดพระธาตุแม่เจดีย์ซึ่งวัดพระธาตุแม่เจดีย์นั้นได้สร้างขึ้น เมื่อปีพ.ศ. 1583 โดยพระเจ้าอโนรชามังเซ่งกษัตริย์แห่งพม่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพ สักการะบูชา ของประชาชนใน อำเภอเวียงป่าเป้า จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2531 พระครูไพบูลฑ์พัฒนาภิรักษ์ได้เข้ามาปฏิบัติธรรมณสถานที่แห่งนี้และได้บูรณะปฏิสังขรณ