ท่องเที่ยว || เพิ่มข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว|| ดูดวงตำราไทย|| อ่านบทละคร|| เกมส์คลายเครียด|| วิทยุออนไลน์ || ดูทีวี|| ท็อปเชียงใหม่ || รถตู้เชียงใหม่
  dooasia : ดูเอเซีย   รวมเว็บ   บอร์ด     เรื่องน่ารู้ของสยาม   สิ่งน่าสนใจ  
 
สำหรับนักท่องเที่ยว
ตรวจสอบระยะทาง
แผนที่ 77 จังหวัด
คู่มือ 77 จังหวัด(PDF)
จองโรงแรม
ข้อมูลโรงแรม
เส้นทางท่องเที่ยว(PDF)
ข้อมูลวีซ่า
จองตั๋วเครื่องบิน
จองตั๋วรถทัวร์
ทัวร์ต่างประเทศ
รถเช่า
197 ประเทศทั่วโลก
แลกเปลี่ยนเงินสากล
ซื้อหนังสือท่องเทียว
dooasia.com แนะนำ
  เที่ยวหลากสไตล์
  มหัศจรรย์ไทยเแลนด์
  เส้นทางความสุข
  ขับรถเที่ยวตลอน
  เที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด
  อุทยานแห่งชาติในไทย
  วันหยุดวันสำคัญไทย-เทศ
  ศิลปะแม่ไม้มวยไทย
  ไก่ชนไทย
  พระเครื่องเมืองไทย
 
 
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเกาหลี
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศพม่า
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศจีน
 
เที่ยวภาคเหนือ กำแพงเพชร : เชียงราย : เชียงใหม่ : ตาก : นครสวรรค์ : น่าน : พะเยา : พิจิตร : พิษณุโลก : เพชรบูรณ์ : แพร่ : แม่ฮ่องสอน : ลำปาง : ลำพูน : สุโขทัย : อุตรดิตถ์ : อุทัยธานี
  เที่ยวภาคอีสาน กาฬสินธุ์ : ขอนแก่น : ชัยภูมิ : นครพนม : นครราชสีมา(โคราช): บุรีรัมย์ : มหาสารคาม : มุกดาหาร : ยโสธร : ร้อยเอ็ด : เลย : ศรีสะเกษ : สกลนคร : สุรินทร์ : หนองคาย : หนองบัวลำภู : อำนาจเจริญ : อุดรธานี : อุบลราชธานี : บึงกาฬ(จังหวัดที่ 77)
  เที่ยวภาคกลาง กรุงเทพฯ : กาญจนบุรี : ฉะเชิงเทรา : ชัยนาท : นครนายก : นครปฐม : นนทบุรี : ปทุมธานี : ประจวบคีรีขันธ์ : ปราจีนบุรี : พระนครศรีอยุธยา : เพชรบุรี : ราชบุรี : ลพบุรี : สมุทรปราการ : สมุทรสาคร : สมุทรสงคราม : สระแก้ว : สระบุรี : สิงห์บุรี : สุพรรณบุรี : อ่างทอง
  เที่ยวภาคตะวันออก จันทบุรี : ชลบุรี : ตราด : ระยอง

  เที่ยวภาคใต้ กระบี่ : ชุมพร : ตรัง : นครศรีธรรมราช : นราธิวาส : ปัตตานี : พัทลุง : พังงา : ภูเก็ต : ยะลา : ระนอง : สงขลา : สตูล : สุราษฎร์ธานี


www.dooasia.com > จังหวัดภูเก็ต >วัดพระนางสร้อย/ 

วัดพระนางสร้อย/

 

วัดพระนางสร้าง ภูเก็ต

วัดพระนางสร้างเป็นวัดประจำอำเภอถลาง อาณาเขตตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเทพกระษัตรี ถนนเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ระหว่างกิโลเมตรที่ 18 - 19 ทิศเหนือ ติดกับถนนจอมเฒ่าบ้านดอน ทิศตะวันออก ติดถนนเทพกระษัตรี ทิศตะวันตก ติดกับ สวนมะพร้าวและนาเอกชน ทิศใต้ ติดต่อกับที่ดินเอกชน

ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง วัดพระนางสร้าง สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2301 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ.2310 มีเจ้าอาวาส 6 รูป ดังนี้

รูปที่ 1 พ.ศ.2302-2416 พระวินัยธร (อีด)
รูปที่ 2 พ.ศ.2416-2476 พระครูสุนทรสมณกิจ (ปอด)
รูปที่ 3 พ.ศ.2476-2483 พระครูวิตถารสมณวัตร (ธน)
รูปที่ 4 พ.ศ.2483-2490 พระครูสุนทรสมณกิจ (อีด โชติธมฺโม)
รูปที่ 5 พ.ศ.2490-2533 พระครูสุนทรสมณกิจ (เซี้ยง ธมฺมกาโม)
รูปที่ 6 พ.ศ.2533-ปัจจุบัน พระครูวิจิตรศุภการ (องค์การ ฉนฺทธมฺโม)

ประวัติวัดพระนางสร้าง

เนื่องจากการบันทึกและการรวบรวมตั้งแต่ระยะแรกจนถึงปัจจุบันมีน้อย ประวัติความเป็นมาของวัดที่แน่นอนจริง ๆ จึงยังไม่มี ได้มีผู้เล่าสืบต่อกันมาความละเอียดของเรี่องไม่ค่อยจะเหมือนกันนัก แต่ใจความส่วนใหญ่คล้ายคลึงกันพอจะรวบรวมได้ดังนี้

พระนางเลือดขาวเป็นพระมเหสีของผู้ครองนครใดไม่เป็นที่แน่ชัด เป็นผู้มีความศรัทธราในพุทธศาสนามาก ต่อมาถูกเสนาในพระนครกลั่นแกล้งใส่ร้ายต่อเจ้าครองนครว่า พระนางเป็นชู้กับมหาดเล็ก เจ้าครองนครหลงเชื่อจึงสั่งให้เพชฌฆาต นำมหาดเล็กนั้นและพระนางไปประหารชีวิต พระนางได้พยายามขอร้องและแสดงความบริสุทธิ์ ถึงกระนั้นเจ้าครองนครก็ไม่เชื่อ จะประหารชีวิตพระนางให้ได้ เมื่อหมดหนทางจึงได้ขอผ่อนผันว่าให้พระนางได้ไปนมัสการพระบรมธาตุที่ลังกาก่อน จึงจะกลับมา ให้ประหารชีวิต ประกอบกับเวลานั้นคนเดินเรือมาจากหมู่เกาะสุมาตรา ลังกา เล่าให้คนในนครฟังเสมอ ๆ ว่าที่ลังกาพระพุทธศาสนา เจริญมาก และในปีหน้าจะมีการจัดงานทางพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ด้วย (ตามประวัติศาสตร์สากล เล่ม 12 ของหลวงวิจิตรวาทการ 2474 หน้า 28 กล่าวว่าพระพุทธศาสนาเจริญที่สุดในสุมาตรา เมื่อ พ.ศ. 1200 ซึ่งอาจจะเป็นปีเดียวกันก็ได้ ) เจ้าครองนครจึงตกลง เพราะมีเหตุผลที่ว่าคนในนครนั้นไม่ชำนาญในการเดินเรือ และหนทางก็ไกลมากคงไปสิ้นพระชนม์เสียระหว่างทางมากกว่า

พระนางเลือดขาว และคณะที่ยังสวามิภักดิ์พระนางอยู่ก็ออกเดินทาง ตลอดเวลาเดินทาง พระนางเฝ้าแต่อ้อนวอนและ ยึดเอาคุณพระศรีรัตนตรัยให้คุ้มครองป้องกันพระนาง ทรงบอกแก่ผู้ที่ร่วมเดินทางว่า ถ้าเราไม่สิ้นวาสนาเสียก่อนต้องไปนมัสการ พระบรมธาตุให้ได้ และถ้าเราเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพก็จะสร้างวัดไว้เป็นที่ระลึกจึงจะไปรับอาญาที่ถูกกล่าวหาอาจจเป็นด้วย บุญญาธิการที่เคยมีมาก่อนหรือผลอนิสงส์แห่งการยึดมั่นในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นได้ พระนางและคณะจึงไปถึงลังกาเข้านมัสการ พระบรมธาตุด้วยความปิติและได้นำเอาโบราณวัตถุหลายอย่างกลับมาด้วย ( บางคนเล่ากันว่า นำพระพุทธรูปมามากมาย และบางคน เล่าว่าได้นเอาต้นโพธิ์ลังกามาด้วย และบางคนก็เล่าว่านำพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย ) ตอนที่เดินทางกลับพระนางได้นำเรือเข้าพักที่ เกาะถลางเพระเข้าใจว่าคงเป็นเกาะที่ใหญ่โต แต่เมื่อขึ้นเกาะเข้าจริง ๆ ก็ต้องผิดหวัง จึงได้สร้างวัดไว้เป็นที่ระลึกกับได้ปลูกต้นประดู่ และต้นตะเคียนไว้เป็นเครื่องหมาย เข้าใจว่าพระนางคงเอาของมีค่าทางพระพุทธศาสนาฝังไว้ในเจดีย์บ้าง แต่ตอนนั้นก็คงไม่สร้าง อะไรมากมายเพราะภูมิประเทศเดิมเป็นป่าใหญ่ (ต้นตะเคียนและต้นประดู่ได้ถูกโค่นเพื่อสร้างโรงเรียนเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว) เมื่อสร้างวัดเรียบร้อยจึงออกเดินทางต่อไป จนมาถึงนครแม้จะรู้ว่ากำลังจะไปรับความตายแต่พระนางก็มีความสุข ปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เอาไว้ แต่เมื่อมาถึงชานเมืองพระนางก็ต้องได้รับความเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งเพราะในขณะที่พระนาง ไม่อยู่ได้เกิดการแย่งชิงพระราชสมบัติพระสวามีได้ถูกประหารชีวิต พระนางจึงไม่เข้าไปในนคร ด้วยเหตุนี้พระนางจึงได้พ้นโทษจาก พระสวามีพระนางได้กล่าวกับผู้ติดตามว่า ในชีวิตจะต้องสร้างวัดวาอารามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนที่ติดตามต่างสาธุกับ พระนางด้วย ดังนั้นจึงได้นำวัตถุสิ่งของที่นำมาจากลังกาจะนำไปสร้างวัด แต่เมื่อผู้ครองได้รับทราบเรื่องนี้จึงให้ทหารมานำนางไป ประหารชีวิต พร้อมทั้งแย่งชิงของมีค่าทางพระพุทธศาสนาไปไว้ในนคร จะด้วยผลบุญที่พระนางสร้างไว้ เมื่อเพชรฆาตลงดาบตัด พระเศียรออกนั้น โลหิตซึ่งพุ่งออกมามีสีขาวประชาชนที่ทราบเรื่องนี้จึงขนานนามว่า "พระนางเลือดขาว" และวัดต่างๆ ที่พระนางได ้สร้างขึ้นจึงมีชื่อของพระนางเป็นส่วนมาก

ในตอนต้นในการสร้างวัด ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและมีมากก่อนอีกรูปจึงจะถึงท่าน พระวินัยธร (อีด) แต่มีข้อที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ท่านพระวินัยธรเคยพูดเป็นเชิงเล่นกับประชาชนว่าเจ้าอาวาสที่นี่ เมื่อมรณภาพแล้วชาวบ้านจะก่อพระสถูปหรือเจดีย์แล้วนำกระดูกใส่ไว้ข้างในเสมอ ในสมัยของหลวงพ่อปอดนั้นมีสถูปเจดีย์ ซึ่งทำด้วยอิฐเล็กบ้างใหญ่บ้างประมาณ 6 - 7 แห่ง หลวงพ่อปอดจึงได้รื้อนำกระดูกและของมีค่าบางอย่างมารวบรวมเข้าด้วยกันมาฝัง แล้วให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่เพียงองค์เดียวดังเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ถ้าคำกล่าวเล่าเป็นความจริงก็แสดงว่าก่อนที่จะถึงหลวงพ่อปอด ก็ต้องมีเจ้าอาวาสมาก่อนอย่างน้อย 8 รูป

หลักฐานที่ปรากฎในวัดพระนางสร้าง

วัดพระนางสร้างเป็นวัดที่มีอายุยาวนานและมีประวัติศาสตร์ จึงมีสิ่งที่สำคัญประเภทโบราณวัตถุ โบราณสถาน เป็นจำนวนมาก บ้างสิ่งก็ได้ถูกรื้อออกเพื่อสร้างประโยชน์อย่างอื่น สถานที่หลายแห่งที่คนโบราณผูกปมปัญหามีเงื่อนงำ เพื่อบอกที่ฝังหรือที่รักษาทรัพย์สมบัติ ผู้คิดแก้ปัญหาเงื่อนงำได้และรู้สถานที่ตามข้อความปริศนานั้น จะสามารถรับทรัพย์สมบัติ ณ สถานที่เหล่านั้นข้อความเหล่านั้นคือ "ลายแทง"

ลายแทงของวัดพระนางสร้าง มีลายละเอียดคือ " อาถรรพถ์ฤาพบได้ ฤาต้องปี ฤาต้องบัง ฤาบอกฤาเล่ามิได้ ฤานำฤารู้ ฤาอุบฤาได้ ฤาบุญฤาตัวเปิด ฤานำ ฤาได้ ฤาบาปแล พิกุลสองสารภีดีสมอแดง จำปาจำปีตะแคง มะขามหนี่ง กระท้อนหน้า ราชารอบ พิกุลสอง สารภีดี สมอแดง จำปา จำปี ตะแคง มะขามหนึ่ง กระท้อนหน้า ราชารอบขอบของ ระฆังดังเจดีย์มีศาลารอบ ด้วยเข็มหนึ่งไม้เลือดหลังสุด ลูกมุดลูกม่วง ชมพู่ดูโบสถ์ ฤาเปิดได้ดั่งลายแทงแล ฯ

เส้นแสงลายแทงหนึ่ง นางสร้าง ฤาเปิด ฤาดู ฤาชม ฤากราบไหว้บูชา ฤาได้ บุญกุศลแล ฤาดีได้เจ้าเมืองเปิดแลฯ ฤา ของแท้แน่ไซร้ ฤาได้หญิงลือหญิงแลฯ

เส้นแสงลายแทงสอง พระสร้าง ฤาใจ ฤางาม ฤาตามเจ้าเมืองฤาพระนางเดื่องฤาด้วย ฤาใจ ฤางาม ฤาใจเจ้าเมือง ฤาใจหญิงฤาหญิงแล ฯ

เส้นแสงลายแทงสาม ฤาอย่าข้ามใจฤา เจ้าเมืองฤา ฤาพิษฐาน ฤารูปงาม ฤาทรัพย์ ฤาลาภฤายศ ฤาขอได้ลูกหลานหลิน ฤาขอได้ดั่งประสงค์ฤา ฤาถือ ได้ปฏิบัติแน่ไซร้ ฤาธิษฐานได้ ฤาดั่งลายแทงฯ

กรุสมบัตินี้อยู่ที่อุโบสถ์วัดพระนางสร้าง รอบโบสถ์มีต้นไม้ตามลายแทง นอกจากจะเป็นที่สังเกตหมายแหล่ง กรุสมบัติแล้ว ยังแทนถึงผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีจะต้องให้สตรี 2 คน คนหนึ่งแต่งชุดสีสารภีและสีสมอ (มะขาม) อีกคนนุ่งผ้าม่วง (ลูกม่วง) โจงกระเบน (ลูกมุด) เสื้อสีชมพู เป็นต้น

ภาคใต้มีแหล่งแร่ดีบุกที่อุดมสมบูรณ์ของโลกมาตั้งแต่อดีตกาลปฏิมากรจึงสร้างพระพุทธรูปด้วยดีบุกพบที่อำเภอทับปุด จังหวัดพังงาเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดกว้าง 3-4 นิ้วสูงไม่เกิน 2 ฟุต

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2526 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มานิต วัลยะเพ็ชร์ เป็นประธานเปิดกรุพระในอุโบสถวัด พระนางสร้าง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พบพระพุทธรูปดีบุกบรรจุอยู่ในพระอุทรขององค์พระพุทธรูปเบื้องขวา ถัดไปอีกวันที่ 1 มีนาคม 2526 อรัญ จินดาพล สมาชิกสภาจังหวัดภูเก็ต ก็พบ "พระในพุง" พระพุทธรูปดีบุกอีกในพระอุทรองค์ พระพุทธรูปเบื้องซ้าย ทั้ง 2 องค์มีเฉพาะพระพักตร์ขนาดกว้าง 27 ซม. ยาวตั้งแต่บนสุดของพระเศียรถึงพระอังสา 40 ซม. สันพระนาสิกสูงจากพระโอษฐ์ 1.5 ซม. หางเบ้าพระเนตรซ้ายขวาห่างกัน 16 ซม. ริมพระโอษฐ์ซ้ายขวาห่างกัน 9 ซม. จึงเรียกพระพุทธรูป 2 องค์ว่า " พระพุทธสามกษัตริย์" พระพักตร์ที่พบครั้งหลัง มีขนาดใหญ่กว่าที่พบครั้งก่อน คือกว้างตั้งแต่ พระกรรณซ้ายขวาห่างกัน 28 ซม. บนสุดของเศียรลงไปถึงพระศอ 40 ซม. หางพระเนตรซ้ายขวาห่างกัน 24 ซม. ริมพระโอษฐ์ ซ้ายขวาห่างกัน 11 ซม. ปลายสันนาสิกสูง 5 ซม.

แม้นับย้อนหลังกลับไปเพียงปลายกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปสามกษัตริย์ ก็จัดพระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในภูเก็ต และเป็นพระพุทธรูปดีบุกที่ใหญ่ที่สุด

พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระในพุงไว้มีอายุยาวนาน สันนิษฐานว่าคงมีการบูรณะอุโบสถใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 พระอุโบสถหันไปทางทิศตะวันออก มีประตูใหญ่ด้านหน้ามีประตูเล็ก 2 ช่องด้านทิศเหนือใต้ มีช่องหน้าต่าง 4 ช่องภานในมีเสา ไม้ตำเสาที่สูงตรง 4 เสาซึ่งหาดูจากที่อื่นไม่ได้ ด้านในช่องหลังก่ออิฐยกสูงขึ้นประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสกุลถลาง ปางมารวิชัยด้านหลังสุดเป็นพระพุทธไสยาสน์ อุโบสถนี้ไม่มีประตูด้านหลัง ด้านนอกรายรอบด้วยพัทธสีมาก่อด้วยอิฐถือปูน จำนวน 8 องค์ รูปองค์คล้ายสถูปเล็กในส่วนรายละเอียดจะแตกต่างกัน พัทธสีมาที่ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงประตูทางเข้าอุโบสถ ในปีพ.ศ. 2539 มีการบูรณะอุโบสถขึ้นใหม่ ใช้สถาปัตยกรรมในรูปแบบเดิม

ด้านทิศใต้มีหอระฆังก่ออิฐถือปูนสูงประมาณ 8 เมตร มีบันไดอยู่ทางทิศตะวันตกเป็นหอระฆังมีรูปแบบที่ได้นำมา จากลังกา หอระฆังนี้สูงมีบันไดขึ้นหันไปทางทิศตะวันตก หลังคามีลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมแบบไทย ระฆังเป็นทองเหลือง

เจดีย์อยู่ติดกับหอระฆังเป็นเจดีย์ทรงระฆังคร่ำ บรรเจิด ประทิป ณ ถลาง ได้บันทึกว่าสมัยหลวงพ่อปอดเป็น เจ้าอาวาสวัดพระนางสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีสถูปเจ้าอาวาสเล็กๆ 6-7 องค์ หลวงพ่อปอดได้รื้อแล้วนำอิฐิของเจ้าอาวาสองค์ก่อนมา รวบรวมไว้ในเจดีย์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่มีอายุล่วงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ปี เนื้อที่บริเวณอุโบสถ หอระฆังและเจดีย์ มีเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 6 ตารางวา ในบริเวณวัดพระนางสร้าง เป็นโราณสถานของชาติแหล่งที่ 3 ของภูเก็ต

หน้าวัดพระนางสร้างมีการสร้างซุ้มประตูกาญจนาภิเษก และด้านทิศตะวันตกของซุ้มประตูมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมยืน รอบล้อมด้วยมังกร ด้านล่างจะมีองค์เซียนของจีนจำนวน 8 องค์

อุโบสถที่มีการปลูกสร้างขึ้นใหม่เป็นสถาปัตยกรรมยุครัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถมีพระประธานปางมารวิชัย ฝาผนังอุโบสถมีจิตกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติของบุคคลสำคัญ และประวัติเมืองถลาง มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
 


 
รูปภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยววัดพระนางสร้อย

 
ภูเก็ต/Information of PHUKET

  วัดพระนางสร้อย

 
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
ชื่อ หรือ E-mail  
   

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ

ชื่อ / Email
ข้อความ
  

ภูเก็ต เกาะภูเก็ต แผนที่จังหวัดภูเก็ต แหลมพรหมเทพ
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอกระทู้
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอถลาง
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมือง


เขารัง

Khao Rang
(ภูเก็ต)


หาดในหาน
Nai Han Beach
(ภูเก็ต)


อ่าวเสน

Sehn Bay
(ภูเก็ต)
แผนที่จังหวัดภูเก็ต/map of PHUKET
โรงแรมจังหวัดภูเก็ต/Hotel of PHUKET

 
 
dooasia.com
สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 ดูเอเซีย    www.dooasia.com

เว็บท่องเที่ยว จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ข้อมูลท่องเที่ยว ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม แผนที่ การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร จองที่พักและโรงแรมออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก คลิปวีดีโอ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ลาว เวียดนาม ขอขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวลาว การท่องเที่ยวกัมพูชา การท่องเที่ยวเวียดนาม มรดกไทย กรมป่าไม้
dooasia(at)gmail.com ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์