อุทยานแห่งชาติภูเรือ ดูพระอาทิตย์ขึ้น ยอดภูเรือ หนาวสุดยอดในสยาม จังหวัดเลย

0

ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สุดหนาวในสยาม อุทยานแห่งชาติภูเรือ เลย

phurua (15)phurua (36)

เมืองไทยเนานั้นถือว่ามีธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์อยู่ทั่วทุกภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นเหนือกลาง อีสานหรือใต้ไม่ว่าจะเดินทางไปภาคใดเราก็สามารถเสาะแสวงหาสถานที่พักผ่อนได้แบบไม่ยาก ทริป นี้เราพามาเยือนถิ่นอีสานเหนือ ในดินแดนที่ชื่อว่า เมืองแห่งทะเลภูเขา  และสุดหนาวในสยาม ที่อุทยานแห่งชาติ ภูเรือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยในการต้อนรับลมหนาวในแต่ละปี เมื่อย่างเขาสู่หนาว อุทยานที่เคยเงียบสงบเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและสีสันของการท่องเที่ยวแห่งเมืองภูเรือ ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกท่านสู่อ้อมกอดแห่งขุนเขา ธรรมชาติ และความหนาว 

 

อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว อุทยานแห่งชาติภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า  กว้านสมอ  โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงมากมายซึ่งเรามักมองเห็นเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์   มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร  พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า ภูเรือ เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามติดอันดับต้น ๆของเมืองไทย

 อากาศหนาวเย็น มีป่าสนโดยรอบphurua (12)phurua (26)phurua (12) phurua (17)phurua (13)

มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น เขาหินทรายซะเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงอยู่ทั่วไป ยอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือซึ่งมีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางเลยทีเดียว และยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน ซึ่งมีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้อุทยานแห่งชาติเป็นแหล่งต้นที่สำคัญของพื้นที่ในหลายอำเภอของเมืองเลยและจังหวัดใกล้เคียง ก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่  ซึ่งเป็นสายน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต

phurua (32) phurua (34)phurua (69) phurua (5) phurua (9) phurua (25)

อุทยานแห่งชาติภูเรือถือว่าเป็นสถานทีรับลมหนาวที่ได้รสชาติอีกที่หนึ่งเพราะเป็นดินแดนที่มีความหนาวเย็นติดอันดับต้น ๆของเมืองไทยเรา และที่สำคัญเป็นสถานที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นยามรับอรุณที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าแสงสีแดงเริ่มส่องใส่แนวขุนเขาที่เรียงรายยาวกันไปจนถึงเมืองลาวนั้น เป็นภาพราวกับเส้นขอบฟ้าได้แบ่งกั้นระหว่างเส้นพื้นที่ราบ แนวเทือกเขา และเส้นขอบฟ้าให้ออกจากกันอย่างชัดเจน ก่อนที่ทุกเส้นที่ถูกแบ่งกั้นจะมาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งในยามที่ดวงอาทิตย์ที่แดงฉาดได้เริ่มโพล่ขึ้นมาอวดแสงสีทองอย่างเต็มตัวและเริ่มสาดแสงแห่งไออุ่นสู่สิ่งมีชีวิตที่ตื่นขึ้นมาสู่วันใหม่แห่งชีวิต ซึ่งภาพบรรยากาศนั้นทำให้เราประทับใจและคงต้องจดจำไว้ในความทรงจำตลอดไปอย่างแน่นอน กับความงามของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่ได้เป็นคนแต่งแต้ม แต่ธรรมชาติเป็นผู้ที่แต่งแต้มให้เราได้ชม

 phurua (46) phurua (50) phurua (51) phurua (58) phurua (39) phurua (40)

และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษ ที่อยู่คู่กับอุทยานแห่งชาติภูเรือ คือหินหน้าตา รูปร่างแปลกๆ ให้เราได้ชมกันตั้งแต่ตอนระหว่างทางขับรถขึ้นภูเรือ จนมาถึงยอดภูเรือเลยที่เดียว ซึ่งจากตำนานได้เล่ากันมาว่า เมื่อประมาณ 400 ล้านปีที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณนี้ เคยเป็นทะเลมาก่อน ต่อมามีการยกตัวเป็นที่ราบสูงอีสาน จึงทำให้ที่บริเวณนี้ประกอบด้วยหินทรายเป็นส่วนใหญ่ ด้วยแรงน้ำฝน แรงลม ได้กัดกร่อนส่วนที่อ่อนออกไป ทำให้ส่วนที่เหลืออยู่จึงกลายเป็นรูปหินในรูปร่างต่างๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งมีทั้งรูปหินพระศิวะ รูปหินเต่า ฯลฯ

 phurua (57) phurua (59) phurua (60) phurua (61) phurua (54)

ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บนยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้านั้นจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งภาษาพื้นเมืองเค้าเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคมนักเดินทางผู้ที่จะไปพักผ่อนควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะผจญกับความหนาวเย็น ให้พร้อมเนื่องจากไม่ใช่แค่บนยอดภูที่หนาวเย็นแล้ว บริเวณเขต อ.ภูเรือ ก็ยังหนาวเย็นไม่แพ้บนภูกันเลยที่เดียว

 

ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

 phurua (18) phurua (19) phurua (23) phurua (24) phurua (44) phurua (16)

อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ที่ ต.หนองบัว  อ. ภูเรือ  จ. เลย   42160. โทรศัพท์ 0-4280-7624, 0-4280-7625,0-4280-1716   โทรสาร 0-4289-9320   อีเมล phuruea_np8@hotmail.com การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติภูเรือ ก็ไม่ยากเลยศึกษาเส้นทางจากทางเราได้เลย

1.รถยนต์ 
อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 48 กิโลเมตร โดยเดินทางไปได้ 2 เส้นทางคือ ถนนภายในอุทยานแห่งชาติเป็นถนนลาดยาง เป็นถนนบนภูเขา บางช่วงมีความลาดชัน
เส้นทางที่ 1 : จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ( ทางหลวงหมายเลข 21 ) แล้วขับตรงไป ประมาณ 146 กิโลเมตร จะพบสี่แยก ( แยกซ้ายไปจังหวัดนครสวรรค์ ถนนหมายเลข 225 แยกขวาไปจังหวัดชัยภูมิ ตรงไปจะไปจังหวัดเพชรบูรณ์ ) ให้ท่านขับตรงไป ประมาณ 76 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ให้ท่านขับตรงไปมุ่งหน้าสู่อำเภอหล่มสัก ประมาณ 47.4 กิโลเมตร จะถึงตัวอำเภอหล่มสัก พอถึงตัวอำเภอหล่มสักให้ท่านเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย จากนั้นขับตรงไป 76.6 กิโลเมตร ( ใน 76.6 กิโลเมตรนี้ จะมีอยู่ประมาณ 41 กิโลเมตร จะพบเส้นทางที่เป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขา เป็นทางโค้ง ขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้าง ความเร็วช่วงนี้ทำได้ระหว่าง 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรืออาจมากกว่านี้นิดหน่อย ขึ้นกับความสามารถในการขับรถของท่าน สำหรับคนที่ชำนาญอาจทำความเร็วได้ถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากนั้นให้เลี้ยวขวามือไปทางอำเภอภูเรือ ( ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นเส้นทางไปอำเภอด่านซ้าย ) 

… จากแยกซ้ายไปนครสวรรค์ – ตัวเมืองเพชรบูรณ์ 76 กม.
… จากแยกซ้ายไปนครสวรรค์ – แยกซ้ายไปเขาค้อ ( ถนนหมายเลข 2258 ) 90.2 กม.
… จากแยกซ้ายไปนครสวรรค์ – แยกขวาไปน้ำหนาว ( ถนนหมายเลข 12 ) 115.9 กม.
… จากแยกซ้ายไปนครสวรรค์ – แยกซ้ายไปภูเรือ ( ถนนหมายเลข 203 ) 123.4 กม.

เมื่อท่านเลี้ยวขวามือไปทางอำเภอภูเรือเรียบร้อยแล้ว ให้ขับตรงไปประมาณ 9.4 กิโลเมตร ( ถ้าเลี้ยวขวาตรงนี้จะเป็นเส้นทางไปเกษตรที่สูงภูเรือ ) ไม่ต้องเลี้ยว ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 8.3 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ จากนั้นขับตรงไปประมาณ 1.65 กิโลเมตร จะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม จากด่านเก็บค่าธรรมเนียมให้ขับตรงไป ประมาณ 2.2 กิโลเมตร ก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน ให้ท่านลงมาติดต่อเกี่ยวกับเรื่องที่พัก สถานที่กางเต็นท์ และจ่ายค่าธรรมเนียมในการพักแรม หรือว่าจะสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้จากที่นี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน สถานที่ดูพระอาทิตย์ตกดิน สถานที่ดูพระอาทิตย์ขึ้น และจุดชมทะเลหมอก และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในอุทยาน ฯ  

เส้นทางที่ 2 : จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 89 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าเขื่อนลำตะคอง ถ้าเลี้ยวซ้ายท่านจะเข้าไปยังตัวเขื่อน ไม่ต้องเลี้ยว ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะพบกับป้ายบอกทางถนนสาย 201 กับ ถนนสาย 24 ( ที่ป้ายเขาจะเขียนว่า อำเภอโชคชัย ) ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนสาย 201 จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 132 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเมืองชัยภูมิ จากตัวเมืองชัยภูมิให้ท่านใช้ถนนหมายเลข 201 มุ่งหน้าสู่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ประมาณ 97 กิโลเมตร ท่านก็จะถึงแยกชุมแพ ( ถ้าเลี้ยวขวาจะไปจังหวัดขอนแก่น ) ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ จากนั้นขับตรงไป ประมาณ 12.7 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางอำเภอภูกระดึง ( ถนนหมายเลข 201 ) 
 เมื่อท่านเลี้ยวขวามือไปทางอำเภอภูกระดึงเรียบร้อยแล้ว ให้ขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลย ประมาณ 114 กิโลเมตร ท่านก็จะถึงตัวจังหวัดเลย ( ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นเส้นทางไปแก่งคุดคู้ ) ตรงนี้ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ ไปทางอำเภอภูเรือ จากนั้นขับตรงไปอีกประมาณ 49.2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ จากนั้นขับตรงไปประมาณ 1.65 กิโลเมตร จะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม จากด่านเก็บค่าธรรมเนียมให้ขับตรงไป ประมาณ 2.2 กิโลเมตร ก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน ให้ท่านลงมาติดต่อเกี่ยวกับเรื่องที่พัก สถานที่กางเต็นท์ และจ่ายค่าธรรมเนียมในการพักแรม หรือว่าจะสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้จากที่นี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน สถานที่ดูพระอาทิตย์ตกดิน สถานที่ดูพระอาทิตย์ขึ้น และจุดชมทะเลหมอก และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในอุทยาน ฯ  

2. เครื่องบิน การเดินทางโดยเครื่องบิน 
ปัจจุบันสายการบินนกแอร์เปิดบริการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-เลย เฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ โทร. 1318 www.nokair.co.th หรือสามารถใช้เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานี ของบริษัท การบินไทย จำกัด สำนักงานอุดรธานี โทร. 042-243222 สนามบินอุดรธานี โทร. 042-246567 www.thaiairways.com สายการบินแอร์เอเชีย จำกัด โทร.02-5159999 เว็บไซด์ www.airsasia.com จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางหรือเช่ารถจากจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดเลย
นอกจากอุทยานแห่งชาติภูเรือแล้ว บริเวณใกล้ๆ ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้นักเดิน
 ได้ท่องเที่ยวผจญภัยและให้ความเพลิดเพลินในการไปเที่ยวที่ จังหวัดเลย อาทิเช่น เกษตรที่สูงภูเรือ, สวนดอกไม้และพันธ์พืช TSA, น้ำตกสองคอน, น้ำตกปลาบ่า, ร้านขายของฝากชาโต เดอ เลย, ไร่องุ่น, ฯลฯ อีกมากมายเลยที่เดียว เห็นไหมละเมืองไทยไม่ไปไม่รู้นะ หากหนาวนี้นักเดินทางทั้งหลายยังไม่วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่ไหน ดูเอเซียแนะนำขอให้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเลยได้เลย รับรองว่าไปแล้วคุ้มค่ามากๆ 

เชิญแสดงความคิดเห็น