ศาลาแก้วกู่ จ.หนองคาย

0

สวัสดีเพื่อน ๆ ดูเอเซียดอทคอมทุกท่านจ้า ทริปนี้ดูเอเซียแวะมาเที่ยวที่จังหวัดหนองคาย เมืองแห่งอารยธรรม มีทั้งโบราณสถานเก่าแก่บวกกับความเชื่อในเรื่องของพญานาค ทำให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นเมืองที่น่าค้นหาและน่ามาเยือนอีกแห่งหนึ่ง ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ผู้คนอัธยาศัยดี และยังติดกับประเทศลาว จึงทำให้หนองคายเป็นเมืองที่รวบรวมเอาศิลปะวัฒนธรรมของทั้งไทย ลาว เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และทริปนี้ดูเอเซียดอทคอมขอนำเสนอ ศาลาแก้วกู่”(วัดแขก) จ.หนองคาย แห่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานที่สำคัญและได้รับความนิยมของจังหวัดหนองคาย ด้วยความอลังการของสถาปัตยกรรม ที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ และความศักดิ์สิทธิ์ของปู่เหลือ นักพรตผู้ที่ก่อตั้งศาลาแก้วกู้ ซึ่งเสียชีวิตมาแล้ว 10 ปี แต่ร่างของท่านปู่ก็ยังไม่เน่า ไม่เปื่อย ทำให้ศาลาแก้วกู่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันศักดิ์สิทธิ์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาหนองคาย ต้องไม่พลาดมาแวะ สักการะหลวงปู่เหลือ และชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของที่นี้ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ดูเอเซียดอทคอมได้มาเยือนในครั้งนี้ เราก็ไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศไปฝากเพื่อน ๆ เหมือนเช่นเคยจ้า

ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) อุทยานเทวาลัย จังหวัดหนองคาย (สำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมโบราณที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ในพื้นที่ 42 ไร่ เพียงแค่ 3 กม.จากตัวเมืองก็สามารถมาชมความงามของศาลาแก้วกู่ได้ อาคารศาลาแก้วกู่ ภายในจัดเก็บวัตถุโบราณ พระพุทธรูปโบราณล้ำค่า และร่างอันสงบ ไม่เปื่อยเน่าของปู่เหลือ ซึ่งท่านสิ้นชีวิตมาแล้วกว่า 10 ปี

ศาลาแก้วกู่ สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 2539 ) สร้างโดยปรารถนาให้ที่ศาลาแก้วกู่แหเป็น เช่นเมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือเปรียบดั่งดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่า ใต้แนวคิดและความศรัทธาที่ว่าทุกศาสนาสามารถผสมผสานกันได้ เห็นเค้าว่ากันว่า ในศาลาแก้วกู่มีรูปปั้น ทั้งเล็กใหญ่รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าหลักพัน

เมื่อเราเข้าไปภายในศาลาแก้วกู่ เพื่อน ๆ จะได้พบกับบรรยากาศที่เหมือนกับอีกโลกหนึ่งเลยครับ เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่รูปปั้นและสถาปัตยกรรมขององค์พระพุทธรูปต่าง ๆ มากมาย ทั้งสูงใหญ่ ๆ สวยงามอลังการมาก ๆ ในหัวคิดไปแวบนึงเลยว่า นี้เรากำลังเดินอยู่บนเมืองสวรรค์หรือเปล่า ที่นี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 09.00 น. 18.00 น. ซึ่งขอแนะนำว่าให้มาช่วงเย็น ๆ เพราะแสงยามเย็นของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า พาให้ศาลาแก้วกู่ดูลึกลับ และน่าพิศวงยิ่งขึ้น สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบถ่ายภาพนั้น ที่นี้ตอนเย็นถ่ายภาพได้สวยมากครับ ดูได้จากภาพบรรยากาศที่เราเก็บมาฝากในครั้งนี้

หากเพื่อน ๆ ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดหนองคายก็อย่าลืมแวะไปชมความงดงามของเมืองสวรรค์ เมืองแห่งสถาปัตยกรรมที่ล้ำค่า และแวะสักการะ ชมความมหัศจรรย์ของปู่เหลือ กันได้ที่ ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) อุทยานเทวลัย จังหวัดหนองคายแห่งนี้ เดินทางมาใกล้ ๆ ครับ แค่ 3 กิโลเมตร จากตัวเมืองเท่านั้น แล้วมาติดตามกันต่อไปครับว่า ดูเอเซียดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสความงดงามอลังการของสถานที่ท่องเที่ยวใดกันอีก อย่าลืมน่ะครับ ดูเอเซียดอทคอมคิดจะเที่ยวเว็บเดียวพอจ้า

เชิญแสดงความคิดเห็น