วัดบางแคน้อย อัมพวา

0

เที่ยววัดบางแคน้อย อัมพวา

ชมอุโบสถไม้สักแกะสลักและพื้นไม้ตะเคียนทอง 7 แผ่นปูเต็มอุโบสถ

ทริปนี้ดูเอเซีย.คอม พาเพื่อนๆมาหลีกหนีความสับสนวุ่นวาย จากเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร เพียงแค่เดินทางมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง คุณก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยๆอย่างแท้จริง ความรู้สึกภูมิใจในบรรพบุรุษไทย และโอกาสที่จะได้ระลึกถึงวันเวลาเก่าๆ จะเกิดขึ้นกับคุณจากที่นี่อย่างไม่รู้ตัว  อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมต่างๆมากมาย พื้นที่โดยทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน และมีคลองต่างๆประมาณ 300 คลองกระจายทั่วจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่อำเภออัมพวา ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวนมะพร้าว ที่มีลักษณะปลูกยกร่องมาแต่อดีต อันเป็นภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่ชุ่มน้ำ และมีน้ำเค็มเข้าถึงสวนในบางช่วงของปี

นอกจากเป็นพื้นที่ทางการเกษตรแล้ว อัมพวายังเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์พิเศษหลายประการ แต่ที่เห็นจะเด่นชัดที่สุดคงเป็นวัดวาอารามต่างๆที่ปรากฏให้เห็นแทบจะทุกจุดเลยทีเดียว วัดต่างๆเหล่านี้ ต่างก็มีรูปแบบสถาปัตยกรรม ที่หลากหลายผสมผสานวัฒนธรรมหลายอย่าง เช่น มอญ ไทย จีน ได้อย่างกลมกลืน ทำให้เป็นจุดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแม่กลองมาโดยตลอด

 

และวันนี้ ดูเอเซีย.คอม จะพาอาสาเพื่อนๆไปเที่ยวที่ วัดบางแคน้อย เพื่อไปชมความงามของศิลปะการแกะสลักไม้ภายในอุโบสถ ซึ่งผนังภายในอุโบสถแห่งนี้ ทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักมือ 1  ที่สั่งตรงมาจาก จังหวัดเพชรบุรีเลยทีเดียว ซึ่งมีชื่อเสียงมากในด้านการแกะสลักไม้ และนอกจากนั้นเรายังจะได้มีโอกาสสัมผัสกับพื้นไม้ตะเคียนทองที่มีอายุหลายร้อยปีซึ่งแผ่นใหญ่มาก คิดดูสิครับว่าไม้ตะเคียนแค่ 7 แผ่นแต่ปูได้เต็มพื้นของอุโบสถเลยครับ แต่ก่อนที่เราจะไปชมกันนั้นต้องขอเล่าประวัติของวัดบางแคน้อยซะหน่อยนะครับ

วัดบางแคน้อย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง โดย คุณหญิงจุ้ย (น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อ ปีพ.ศ.2441 เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ ต่อมาพระอธิการรอด เจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ได้สร้างอุโบสถบนพื้นดิน ในปี พ.ศ.2418 ต่อมา อุโบสถหลังเดิมได้ชำรุดทรุดโทรม พระอธิการเขียว เจ้าอาวาสองค์ที่ 6 ได้สร้างอุโบสถขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.2492 จนกระทั่งปี พ.ศ.2540 อุโบสถหลังเดิมเกิดชำรุดอีก (เนื่องจากขาดแคลนวัสดุและคุณภาพ เพราะตอนสร้างอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) พระครูสมุทรนันทคุณ (หลวงพ่อแพร) จึงได้ดำเนินการสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น

อุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่นี้ ภายในจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมดซึ่งก็หาดูได้ยาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ เวลาและฝีมือการแกะสลักที่ปราณีต บรรจง โดยใช้ช่างที่มีความชำนาญ อุโบสถหลังนี้จึงมีความงดงามมากและหาดูได้ยากยิ่ง

 สิ่งที่น่าสนใจภายในอุโบสถ คือ

-ไม้มะค่าโมงซึ่งใช้เป็นแท่นรองพระประธานมีขนาดใหญ่มาก คือกว้าง 2 เมตรครึ่ง ยาว 3 เมตร หนา 4 นิ้ว

-ชุกชีพ(ฐานปูนสำหรับประดิษฐาน) พระประธานเป็นไม้แกะสลักในทรงจอมแห

-พื้นอุโบสถปูด้วยไม้ตะเคียนทอง หนา 2 นิ้ว กว้าง 40-44 นิ้ว เรียงกัน 7 แผ่นเต็มพื้นอุโบสถ

-ฝาผนังพื้นเป็นไม้แกะสลัก หนา 3 นิ้ว แกะสลักเป็นรูปคน สัตว์ ต้นไม้ และแกะเสริม รวมหนาถึง 6 นิ้ว

-ฝาผนังด้านตรงข้ามพระประธานเป็นไม้แกะสลักรูปปางชนะมาร

-ฝาผนังด้านซ้าย ขวา ของพระประธานเป็นไม้แกะสลักรูปพระเจ้าสิบชาติ

-ฝาผนังด้านหลังพระประธานเป็นไม้แกะสลัก การประสูติ ตรัสรู้ นิพพาน

-ฝาผนังใต้ธรณีหน้าต่าง 2 ข้าง แกะสลักฝังด้วยไม้โมกมันรูปพระเวสสันดร

-จั่วด้านหน้าและหลังเป็นไม้แกะสลัก

-ฝาผนังใต้ธรณีหน้าต่าง 2 ข้าง แกะสลักฝังด้วยไม้โมกมันรูปพระเวสสันดร จั่วด้านหน้าและหลังเป็นไม้แกะสลัก ด้านข้างทั้งสองเป็นคูหาหลงรักปิดทอง คันทวยเป็นไม้ลงรักปิดทอง

จากรายละเอียดดังกล่าว จะเห็นได้ว่า เป็นอุโบสถที่มีความสวยงาม มีคุณค่าทางด้านศิลปะเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่างแกะสลัก เป็นช่างฝีมือจากเพชรบุรี ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านแกะสลักไม้เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงถือว่าอุโบสถวัดบางแคน้อยเป็นศิลปะสถานที่มีคุณค่ามาก และถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย

ก่อนกลับ ดูเอเซีย.คอมยังมีโอกาสได้เจอ หลวงพ่อแพร(พระครูสมุทรนันทคุณ)เจ้าอาวาสวัดบางแคน้อย  ถึงแม้ 81 พรรษาแล้ว แต่ท่านก็แข็งแรง มีใจเมตตา และอารมณ์ขันเป็นอย่างมาก ท่านได้กรุณาอรรถธิบายรายละเอียดความเป็นมาต่างๆให้เรารับฟังด้วยความยินดี และยังชี้ชวนให้ ดูเอเซีย.คอมเรา ได้เห็นและได้เยี่ยมชมสิ่งละอันพันละน้อยภายในวัดซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะค่อยไม่มีโอกาสได้เยือนหรือได้เห็นกันด้วยครับ ขอขอบคุณท่าน มานะที่นี่ด้วยครับ

และก่อนเดินทางกลับ อย่าลืมนะครับที่จะแวะขึ้นไป บน กุฎี เพื่อ สักการบูชา หุ่นขี้ผึ้งของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ที่ประดิษฐาน อยู่ กุฎี นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเยี่ยมชมพระอุโบสถในวัดบางแคน้อยแล้ว ก่อนเดินทางกลับส่วนมากจะไปกราบไหว้หุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เพื่อขอพรและความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตและขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เกือบทุกๆคนครับ

 

ดูเอเซีย.คอม ขอแนะนำนะครับ หากว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆลุงป้า น้า อา คนไหนได้มีโอกาสมาเที่ยวที่ตลาดน้ำอัมพวาแล้วละก็ อย่าพลาดเด็ดขาดนะครับที่จะ ชม ความงามของอุโบสถ วัดบางแคน้อย สิ่งที่น่าชมภายในอุโบสถ ก็ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้ และที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่างคือ พื้นอุโบสถที่ปูด้วยไม้ตะเคียนทอง หนา 2 นิ้ว กว้าง 40-44 นิ้ว เรียงกัน 7 แผ่นเต็มพื้นอุโบสถครับพูดไปแล้วจะหาว่าโม้นะครับ ถ้ายังไงมีเวลาก็อย่าพลาดเลยนะครับที่จะมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3476 1222

การเดินทาง

ทางรถยนต์ จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 325 (แม่กลอง-อัมพวา) ประมาณ 5 กม. เลยวัดบางกะพ้อม (ยังไม่ถึงตลาดอัมพวา) ให้สังเกตทางแยกซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง(สะพานสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์) ตรงไปถึง ถึงสามแยกเลี้ยวขวา ตรงไปผ่านวัดภุมรินทร์ จนถึงสามแยก (มีวัดบางแคใหญ่อยู่ขวามือ) เลี้ยวขวาตรงไป วัดอยู่ขวามือ มีซุ้มประตูทางเข้า ติดกับโรงพยาบาลอัมพวา

รถประจำทาง จากตัวเมืองสมุทรสงคราม นั่งรถโดยสารสองแถว สายแม่กลอง-วัดปราโมทย์ ,สายแม่กลอง-วัดแก้ว คิวรถอยู่บริเวณธนาคารนครหลวงไทย สาขาสมุทรสงคราม รถจะวิ่งผ่านวัด

เส้นทางที่เดินทางไปวัดบางแคน้อยนั้น จะเป็นสวนผลไม้ที่มีชื่อเสียงของสมุทรสงคราม คือ ลิ้นจี่ ส้มโอ ทั้งสองข้างทางเป็นจำนวนมาก จนตั้งชื่อถนนสายนี้ว่า ถนนผลไม้ ซึ่งถ้าเป็นในช่วงที่ลิ้นจี่ติดผล จะดูสวยงามมาก อีกทั้งสามารถที่จะซื้อได้โดยตรงจากสวน ส่วนส้มโอมีตลอดทั้งปีครับ

 ขอบคุณภาพ www.วัดไทย/วัดบางแคน้อย.com

เชิญแสดงความคิดเห็น