น้ำตกสกุโณทยาน น้ำตกวังนกแอ่น

  โพสเมื่อ: วันจันทร์ 27 กรกฎาคม 2015

เดินผ่านสวนรุกขชาติ ชมน้ำตกงามสกุโณทยาน(น้ำตกวังนกแอ่น) แห่งเมืองสองแคว

pic (26)pic (23) pic (25)

เมืองพิษณุโลกสองแคว นอกจากเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญและมีหลวงพ่อพุทธชินราช พระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของเมืองไทยแล้ว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจก็มีอยู่หลายแห่ง  และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นที่นิยม ของชาวท้องถิ่นและคนทั่วไป ก็คือน้ำตกสกุโณทยาน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีธรรมชาติที่สวยงามอยู่ใกล้ตัวเมือง มีทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลากหลายรูปแบบและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมกับกิจกรรมพักผ่อนสบาย ๆ อีกหลายกิจกรรมนอกจากนั้นยังมีร้านบริการอาหารเครื่องดื่มของฝากของที่ระลึกมากมาย  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครันในทุก ๆ ด้านของการพักผ่อนท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ครับ

 37 38 pic (27)

สวนรุกขชาติสกุโณทยาน เดิมมีชื่อว่า วนอุทยานวังนกแอ่น ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำวังทองที่ไหลมาจากลำน้ำเข็กที่มีต้นน้ำมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ชื่อน้ำตกวังนกแอ่น เป็นน้ำตกที่มีเกาะแก่งที่สวยงามเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มาตั้งแต่  ปี  พ.ศ. 2473  และเมื่อ ปีพ.ศ.  2497 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและท่านคุณหญิง ละเอียด พิบูลสงคราม ได้เดินทางมาเยี่ยมชมน้ำตกวังนกแอ่นโดยนายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการให้จัดตั้ง น้ำตกวังนกแอ่น เป็นวนอุทยานเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าของประชาชน  เพราะบริเวณที่ตั้งของน้ำตกวังนกแอ่นอยู่ใกล้ตัวเมืองและมีธรรมชาติที่สวยงาม  และได้เปิดเป็นวนอุทยานวังนกแอ่นเมื่อ ปี พ.ศ. 2498

 

เมื่อปี พ.ศ. 2501 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสสวน วนอุทยานวังนกแอ่น ประทับพักผ่อนพระอิริยาบทที่พลับพลารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนาม  สกุโณทยาน แทนคำว่า  วังนกแอ่น  วนอุทยานวังนกแอ่น จึงเปลี่ยนมาเป็น วนอุทยานสกุโณทยาน จนถึงปัจจุบัน

pic (7) pic (3) pic (4)

ต้นไม้ใหญ่ๆ เขียวขจีมากครับpic (12)

ภายในวนอุทยาน มีต้นไม้สำคัญคือต้นไม้ของพ่อและแม่ ของแผ่นดิน ทรงปลูกต้นไม้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่สถานที่ โดยปลูกไว้บริเวณ ด้านหน้าพลับพลารับเสด็จ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูก ต้นประดู่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความมั่นคง ความสามัคคีของประชาชน และประเทศชาติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงปลูก ต้นพยอม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชื่อเสียง เกียรติยศ และเป็นมิ่งขวัญของคนไทยทั้งชาติ ปัจจุบันต้นไม้ได้เจริญงอกงามเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจให้ชาวพิษณุโลกและคนไทยทั้งหลายที่เข้าไปยังสวนรุกขชาติแห่งนี้ ให้ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมตามรอยพ่อและแม่ของแผ่นดิน

ศาลาวนาศัยpic (16)

ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบเนินเขา มีแม่น้ำเข็กไหลผ่านทางด้านทิศใต้  สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย และดินลูกรัง มีการระบายน้ำได้ดีมาก ลักษณะอากาศโดยทั่วไปมีสภาพร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปี 29 องศา พื้นที่จัดตั้งเป็นสวนรุกขชาติสกุโณทยาน เดิมประมาณ 686 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2543 มีการรังวัดพื้นที่ด้านทิศใต้และได้ผนวกพื้นที่เป็นของสวนรุกขชาติเพิ่มเติมอีก 128 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 814 ไร่  ทิศเหนือ ติดทางหลวงพิษณุโลก – หล่มสัก ,ทิศใต้จรด แม่น้ำเข็ก (แม่น้ำวังทอง) , ทิศตะวันออก จรดกรมรบพิเศษ ที่ 4 (ค่ายสฤษดิ์เสนา), ทิศตะวันตก จรดเขตป่าและหมู่บ้านวังนกแอ่น เป็นสวนรุกขชาติที่มีธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์อยู่มากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก

 pic (28) pic (29) pic (31)pic (30) 40

บริเวณน้ำตกและสวนรุกขชาติจัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีครบครันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ น้ำตก กิจกรรมท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อน ร้านบริการอาหารเครื่องดื่ม ด้านหน้าเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ตามด้านข้างก็เต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ หลายสิบร้านเรียงเป็นแถวยาวที่บริการทั้งอาหารรสชาติดีและเครื่องดื่มนานาชนิด ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่  ถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นสวนรุกขชาติขนาดใหญ่ ทำทางเดินเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้โดยรอบ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณประกอบด้วยไม้พยอม เหียง ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นและมีไม้ยืนต้นมากมายที่มีสรรพคุณเป็นยาแผนโบราณ เช่น ไม้สัก ประดู่ ตะเคียนทอง ตะแบกเลือด พยอม มะม่วงป่า หัสคุณ กรวยป่า ตะค้อ หมีเหม็น แดง อ้อยช้าง และไม้ล้มลุกที่เป็นสมุนไพร เช่น ข่า กระชาย เอื้ยงหมายนา นมสวรรค์ ทิพย์เนตร เปาะ กระทือ โด่งไม่รู้ล้ม เป็นต้น

 

สวนรุกขชาตินอกจากมีพันธุ์ไม้ต่าง ๆแล้ว ภายในสวนรุกขชาติยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอีกหลายชนิด เช่น  ไก่ป่า นกอีแซวหางบ่วง นกโพระดก นักหัวขวาน นกตะขาบท่ง นกกระปูก นกเค้าแมว นกอีเภาหัวหงอก กระแต กะเลนเต พังพอน  ฯลฯ สัตว์จำพวกปลาในลำน้ำเข็กเช่น ปลากดคัง ปลาค้าว ปลากราย ปลากา ปลาบู่ ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลากระทิง ปลาซิว ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่ตามต้นไม้มากมายหลายชนิด เรียกว่าเดินชมศึกษาธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่มครับ หรือจะปั่นจักรยานก็สามารถทำได้ครับมีเส้นทางอย่างดี ภายในสวนรุกขชาติอากาศเย็นสบายมาก ๆ เหมาะสำหรับคนที่รักในธรรมชาติมาก ๆ และพี่ ๆเจ้าหน้าที่เขาแนะนำเกี่ยวกับไม้มงคล ในสวนป่าที่ใช้ปลูกในพิธีวางศิลาฤกษ์ ดูเอเซีย.คอมเลยเก็บข้อมูลมาฝากกัน มีทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่   ไม้ราชพฤษ์ หมายถึง ความยิ่งใหญ่และอำนาจวาสนา ,ไม้ขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น ,ไม้ชัยพฤกษ์ หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ,ไม้ทองหลาง หมายถึง มีเงินทอง,ไม้พะยูง หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีขึ้น,ไม้กันเกรา หมายถึง การป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ทำให้เสาเรือนมั่นคง ,ไม้ไผ่สีสุก หมายถึง มีความสุข ,ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ความมั่นคง หรือทำให้บ้านแข็งแรง ,ไม้สัก หมายถึง ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ อยากปลูกต้นอะไรก็ลองดูครับ

 pic (9)

บริเวณที่ทำการสวนรุกขชาติสกุโณทยาน ด้านข้างจะเป็นสวนหิน ซึ่งเป็นสวนหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นลานหินสวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีไม้กลายเป็นหินความสำคัญของซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหินเปรียบเสมือนกุญแจไปสู่โลกในอดีตและย้อนยุคได้ถึง 300-400 ล้านปีก่อน และฝั่งตรงข้ามกันจะเป็นลานพลับพลารับเสด็จและศาลาวนาศัย ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จประพาสสวนอุทยานฯ เมื่อปี พ.ศ.2501 เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาไว้อย่างดี

 

หลังจากที่เราเดินศึกษาธรรมชาติในสวนรุกขชาติแล้วเราก็มาถึงยังตัวน้ำตกสกุโณทยาน เดินเท้าเข้ามาประมาณ 300 เมตร น้ำตกสกุโณทยานอยู่ในลำน้ำเข็ก เกิดจากสายน้ำไหลผ่านแก่งหินขนาดกว้างที่ยุบตัวลง 90 อาศา และมีแอ่งน้ำรับทางด้านล่าง   ตัวน้ำตกเป็นแก่งขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตร และกระแสน้ำไหลค่อนข้างรุนแรงเพราะเป็นช่วงหน้าฝน แต่เราสามารถเดินเข้าไปชมได้แบบใกล้ ๆ  เสียงน้ำไหลกระทบกับอ่างด้านล่างเสียงดังสนั่น รอบน้ำตกมีลานหินและที่พื้นราบสำหรับนั่งพักผ่อนตลอดแนว  ฤดูท่องเที่ยวคือช่วงหน้าหนาว น้ำจะไหลเฉื่อย ๆ ผ่านโขดหินขนาดใหญ่ ช่วงต้นหนาวน้ำจะใสและสวยมาก  นอกจากน้ำตกแล้ว ริมน้ำยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นเส้นทางที่ทำขึ้นเพื่อใช้ศึกษาธรรมชาติในระยะใกล้มุ่งเน้นถึงการสื่อความหมายธรรมชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ความรู้ แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินชมธรรมชาติที่ไม่ไกลและไม่ลำบาก มากนัก

 pic (18) pic (19) pic (20) pic (17) pic (26)

ลำน้ำเข็ก เป็นลำน้ำที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงและผ่านเทือกเขาที่ลดหลั่นลงมาเป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ ในเพชรบูรณ์ จากนั้นไหลผ่านลำน้ำอันคดเคี้ยวกลายมาเป็นน้ำตกปอย  น้ำตกแก่งซอง และน้ำตกสกุโณทยาน แล้วไหลผ่านอำเภอวังทอง ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นแม่น้ำวังทอง จากนั้นไหลผ่านไปรวมกับแม่น้ำน่านที่อำเภอบางกระทุ่ม ลำน้ำเข็กเป็นแม่น้ำที่ไม่ใหญ่มากนัก ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะไหลเชี่ยวกราดเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่ในช่วงฤดูร้อนกระแสน้ำจะลดความรุนแรงลงเปลี่ยนมาเป็นสายน้ำสีขาวสดใส

บนเส้นทางหมายเลข12 นอกจากที่เราจะได้เที่ยวชม น้ำตกสกุโณทยานแล้ว ตลอดเส้นทางยังมีแหล่งท่องเที่ยวและน้ำตกอีกหลายแห่งให้เราได้เข้าไปเที่ยวชม อาทิเช่น น้ำตกแก่งซอง,น้ำตกปอย,น้ำตกแก่งโสภา,อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง,ล่องแก่งลำน้ำเข็ก เรียกว่าเดินทางท่องเที่ยวกันแบบทั้งวันครับ

น้ำตกสกุโณทยาน ตั้งอยู่ใน สวนรุกขชาติสกุโณทยาน  ริมทางหลวงหมายเลข 12 กม.ที่33  อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 6.00- 18.00 น. ทุกวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  055-252742-3,055-259907 สอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางครับ

pic (33) pic (34)

การเดินทาง มายังน้ำตกสกุโณทยาน น้ำตก ตั้งอยู่ริมทางหมายเลข 12   เดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลก มาบนทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณ กม.ที่ 33  จะสังเกตเห็นป้ายทางเข้า ทางด้านขวามือ เลี้ยวขวาขับเข้ามาอีกประมาณ 1 กม. จะถึงลานจอดรถ และเดินเท้าลงไปยังตัวน้ำตกประมาณ 100 เมตร  เดินทางสะดวกครับมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง

เป็นไงครับเมืองพิษณุโลกสองแคว นอกจากมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แล้ว เมืองแห่งนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจและน่าเข้าไปเที่ยวชม อย่างเช่น น้ำตกสกุโณทยานและสวนรุกขชาติที่เราพาไปชมในครั้งนี้ หากเพื่อน ๆ เดินทางมาพิษณุโลกหรือเดินทางผ่านมาบนทางหมายเลข 12 ก็อย่าลืมแวะเข้าไปเที่ยวพักผ่อนในสวนรุกขชาติและชมน้ำตกสกุโณทยานที่สวยงามกันนะครับ 

เชิญแสดงความคิดเห็น

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

บทความล่าสุด
5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

ภาคอีสาน

ภาคกลาง

RSS สุดยอดที่เที่ยวเชียงใหม่