ท่องเที่ยว || เพิ่มข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว|| ดูดวงตำราไทย|| อ่านบทละคร|| เกมส์คลายเครียด|| วิทยุออนไลน์ || ดูทีวี|| ท็อปเชียงใหม่ || รถตู้เชียงใหม่
  dooasia : ดูเอเซีย   รวมเว็บ   บอร์ด     เรื่องน่ารู้ของสยาม   สิ่งน่าสนใจ  
 
สำหรับนักท่องเที่ยว
ตรวจสอบระยะทาง
แผนที่ 77 จังหวัด
คู่มือ 77 จังหวัด(PDF)
จองโรงแรม
ข้อมูลโรงแรม
เส้นทางท่องเที่ยว(PDF)
ข้อมูลวีซ่า
จองตั๋วเครื่องบิน
จองตั๋วรถทัวร์
ทัวร์ต่างประเทศ
รถเช่า
197 ประเทศทั่วโลก
แลกเปลี่ยนเงินสากล
ซื้อหนังสือท่องเทียว
dooasia.com แนะนำ
  เที่ยวหลากสไตล์
  มหัศจรรย์ไทยเแลนด์
  เส้นทางความสุข
  ขับรถเที่ยวตลอน
  เที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด
  อุทยานแห่งชาติในไทย
  วันหยุดวันสำคัญไทย-เทศ
  ศิลปะแม่ไม้มวยไทย
  ไก่ชนไทย
  พระเครื่องเมืองไทย
 
 
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเกาหลี
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศพม่า
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศจีน
 
เที่ยวภาคเหนือ กำแพงเพชร : เชียงราย : เชียงใหม่ : ตาก : นครสวรรค์ : น่าน : พะเยา : พิจิตร : พิษณุโลก : เพชรบูรณ์ : แพร่ : แม่ฮ่องสอน : ลำปาง : ลำพูน : สุโขทัย : อุตรดิตถ์ : อุทัยธานี
  เที่ยวภาคอีสาน กาฬสินธุ์ : ขอนแก่น : ชัยภูมิ : นครพนม : นครราชสีมา(โคราช): บุรีรัมย์ : มหาสารคาม : มุกดาหาร : ยโสธร : ร้อยเอ็ด : เลย : ศรีสะเกษ : สกลนคร : สุรินทร์ : หนองคาย : หนองบัวลำภู : อำนาจเจริญ : อุดรธานี : อุบลราชธานี : บึงกาฬ(จังหวัดที่ 77)
  เที่ยวภาคกลาง กรุงเทพฯ : กาญจนบุรี : ฉะเชิงเทรา : ชัยนาท : นครนายก : นครปฐม : นนทบุรี : ปทุมธานี : ประจวบคีรีขันธ์ : ปราจีนบุรี : พระนครศรีอยุธยา : เพชรบุรี : ราชบุรี : ลพบุรี : สมุทรปราการ : สมุทรสาคร : สมุทรสงคราม : สระแก้ว : สระบุรี : สิงห์บุรี : สุพรรณบุรี : อ่างทอง
  เที่ยวภาคตะวันออก จันทบุรี : ชลบุรี : ตราด : ระยอง

  เที่ยวภาคใต้ กระบี่ : ชุมพร : ตรัง : นครศรีธรรมราช : นราธิวาส : ปัตตานี : พัทลุง : พังงา : ภูเก็ต : ยะลา : ระนอง : สงขลา : สตูล : สุราษฎร์ธานี


สรุปสถานการณ์ ๓ + ๑ จชต.
๑ – ๓๑ ม.ค.๕๔

         ความเป็น“ไทยพุทธ” กำลังถูกรุกไล่อย่างหนัก และอย่างน่าวิตกอย่างยิ่ง ทั้งที่เป็นรูปธรรมและไม่เป็นรูปธรรม และทั้งใน ๓ จชต. และนอกจชต.โดยเฉพาะที่ เขตหนองจอก กทม. อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการมุ่งเอาชนะทางการเมืองเพื่อให้ พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้อีกครั้ง ทำให้รัฐบาลละการบริหารประเทศ และพร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการเพื่อแลกกับคะแนนเสียง ประกอบกับชัยชนะของกลุ่มก่อเหตุซึ่งอ้างการรื้อฟื้นรัฐปัตตานีต่อสัญลักษณ์ของรัฐไทยและไทยพุทธ เมื่อ ๑๙ ม.ค.๕๔ ได้สร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่น และความศรัทธาให้กับแนวร่วม โดยเฉพาะการกลายมาเป็น“ฮีโร” ในสายตาของมลายูอิสลาม พร้อมๆไปกับการบั่นทอนขวัญกำลังใจ และสร้างความสะเทือนขวัญสำหรับกลุ่มคนที่อยู่ฝ่ายรัฐ/จนท. โดยเฉพาะ อส.อิสลาม
         การเคลื่อนไหวรุกไล่และการแสดงความเหนือกว่าไทยพุทธขององค์กรอิสลามกำลังเป็นไปอย่างบ้าคลั่งและต่อเนื่อง โดยใน ๓ +๑ จชต.แสดงออกด้วยการไล่ล่าฆ่า และยึคที่ดินทำกินของคนไทยพุทธ จนส่งผลให้ความสูญเสียของคนไทยพุทธเท่าที่รวบรวมมีจำนวน ๖๙ ราย สูงกว่าอิสลาม ซึ่งมีความสูญเสียจำนวน ๕๑ ราย จากการก่อเหตุทั้งหมดที่รวบรวมได้๖๔ เหตุการณ์ ส่วนในกทม.ด้วยการเสาะหาเหตุความขัดแย้งเพื่อนำมาปลุกระดมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของมลายูอิสลาม ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จแล้วที่ เขตหนองจอก เนื่องจากปรากฏว่าพุทธและอิสลามในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มแยกตัวออกจากกัน ตั้งแต่กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติเข้าไปปลุกระดมนักเรียนอิสลามในร.ร.มัธยมวัดหนองจอก จนความขัดแย้งลุกลามเข้ามายังสำนักงานเขตหนองจอกแล้วอย่างน่าวิตก เพราะมีการปลุกระดมความเป็นหนึ่งเดียวของอิสลามให้ทำลาย จนท.หญิงไทยพุทธแล้ว พร้อมๆไปกับการรุกเข้า discredit กรมการศาสนาด้วย ล่าสุดได้เข้าไปกดดัน ร.ร บ้านลำต้นกล้วย เพื่อสรุปว่าการมีผู้บริหาร ร.ร.หรือครูพุทธนอกพื้นที่เข้ามาสอนใน ร.ร. ที่มีนักเรียนอิสลามสร้างปัญหา เช่นเดียวกับที่ใช้อ้างใน ๓ จชต.
         สถานการณ์ที่ดูเหมือนวิกฤติหนักขึ้น ทำให้หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานต้องเร่งซื้อใจมลายูอิสลามอย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ซึ่งนอกจากจะกวาดต้อนบัณฑิตอาสาเข้าไปจับจองตำแหน่งในสำนักงาน แล้วยังประกาศรับนักกฏหมายมลายูเพื่อมลายูอีกด้วย ขณะที่ รัฐบาลก็ยืนยันยกเลิก พ.ร.ก. ต่อไปไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดไหนก็ตาม
         แนวโน้มของปัญหา ในสภาวะที่รัฐบาลกำลังมีปัญหาในหลายเรื่อง ประกอบกับแนวร่วมมลายูอิสลามกำลังมีความอหังการ์จากการกลายเป็นฮีโร่แค่ข้ามคืน และการเสียขวัญของ จนท. ทำให้เชื่อว่าการรุกคุกคามความเป็นไทยพุทธในหลากลายรูปแบบ ทั้งในและนอก ๓ + ๑ จชต.น่าจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการโหนกระแสเพื่อจี้ ปล้น ฆ่า คนไทยพุทธ ของอาชญากรธรรมดาและด้วยความคึกคะนอง รวมทั้งการฆ่าล้างแค้นส่วนตัวในกลุ่มมลายูอิสลามด้วยกัน ที่สำคัญคือความพยายามกดดันให้มลายูอิสลามยุติการทำงานให้กับรัฐโดยการฆ่าเพื่อให้กลัวเกรงและทำร้ายเพื่อนฝูงเพื่อไม่ให้กล้าเข้าใกล้
          ทั้งนี้ สภาพของดินแดนเถื่อน ที่ปลอดอำนาจรัฐของ ๓ จชต. จะไม่ยุติตราบเท่าที่ ทหารยังไม่สามารถเรียกคืนศักดิ์ศรีกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องระวังความผิดพลาดทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจให้จงหนัก โดยเฉพาะคำว่า “นายขอ” ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะข้าราชการและที่สนิทสนมกันเท่านั้น หากเปรียบเสมือนเหยื่ออันโอชะของสื่อและผู้สื่อข่าว รวมทั้งกลุ่มเสื้อสีซึ่งกำลังเคลื่อนไหวต่อรองรัฐบาลอย่างหนักจะนำความพลาดพลั้งของ จนท.ไปใช้โจมตีเพื่อต่อรองกับรัฐบาล อีกทั้งยังต้องระวังการใช้ทหารที่ไม่ใช่ชาวพุทธออก “ทำงาน” ซึ่งนอกจากจะมีปัญหาการไม่ปฏิบัติแล้วยังได้นำคำสั่งไปปลุกปั่นชาวบ้านที่ไม่ใช่ชาวพุทธอีกด้วย

สถิติและนัยการก่อเหตุ
          การก่อเหตุในช่วง ๑-๓๑ ม.ค.๕๔ เท่าที่รวบรวมได้ สรุปได้ว่ามีการก่อเหตุ ๖๔ เหตุการณ์ เพิ่มขึ้นจาก ๔๙ เหตุการณ์ ในช่วงเดียวกันของ ธ.ค.๕๓ ทั้งนี้ จ.นราธิวาส มีการก่อเหตุมากที่สุด ๒๕ เหตุการณ์ โดย อ.ระแงะ มีการก่อเหตุสูงสุด ๘ เหตุการณ์ และ อ.สุไหงปาดี ๔ เหตุการณ์รองลงมาคือ จ.ปัตตานี ซึ่งมีผวจ. และ ผกก.เป็นอิสลาม มีการก่อเหตุ ๒๓ เหตุการณ์ โดย อ.ยะรัง มีการก่อเหตุมากที่สุด ๖ เหตุการณ์ ส่วน อ.เมือง มีการก่อเหตุ ๕ เหตุการณ์ ขณะที่ จ.ยะลา มีการก่อเหตุ ๑๔ เหตุการณ์ อ.เมือง มีการก่อเหตุสูงสุด ๗ เหตุการณ์ และ อ.รามันมีการก่อเหตุ ๕ เหตุการณ์ ส่วน จ.สงขลา มีการก่อเหตุ เพียง ๒ เหตุการณ์ ที่ อ.จะนะ และ อ.เทพา เท่านั้น ทั้งนี้การก่อเหตุทั้ง ๖๔ เหตุการณ์ แยกเป็นการลอบยิงตัวบุคคล ๔๘ เหตุการณ์ รองลงมาคือการวางระเบิด ๑๓ เหตุการณ์ การซุ่มยิง/ซุ่มโจมตี ๓ เหตุการณ์โดยไทยพุทธมีการสูญเสีย ๖๙ ราย แยกเป็นการเสียชีวิต ๒๖ ราย และบาดเจ็บ ๔๓ ราย สูงกว่าอิสลาม ซึ่งมีการสูญเสียรวม ๕๑ ราย แยกเป็นการเสียชีวิต ๒๓ ราย และบาดเจ็บ ๒๘ ราย

ข้อพิจารณา
         ๑. การก่อเหตุ มีนัยเพื่อสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามุ่งต่อเป้าหมายของคนต่างเชื้อชาติ/ศาสนา โดยเฉพาะที่ จ.ปัตตานี ดังเช่น กรณีการเลือกจ่อยิงหญิงไทยพุทธ ซึ่งซ้อนมอเตอร์ไซด์มาด้วยกันกับหญิงอิสลาม เพียงคนเดียว โดยไม่มีการแตะต้องหญิงอิสลาม ที่ ม.๓ บ้านเขาดิน ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๕๔ หรือการลอบวางระเบิดพระสงฆ์ที่ อ. โคกโพธิ์ เมื่อ ๒๘ ม.ค.๕๔
         ๒. การก่อเหตุมีการยึคอาวุธผู้ตายไปด้วยอย่างต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ยังขาดอาวุธประจำกาย เมื่อประกอบกับมีการทิ้งใบปลิวโจมตีสถาบันปรากฏใน อ.ธารโต ซึ่งห่างหายไปนาน ทำให้เชื่อว่ามีคนกลุ่มใหม่เดินทางเข้ามาในประเทศแล้ว และเกิดการบุกเข้าโจมตีค่ายพระองค์ดำที่ อ.ระแงะ เมื่อ ๑๙ ม.ค.๕๔ จึงเชื่อว่ากลุ่มคนที่เข้ามาใหม่น่าจะได้รับการฝึกการสู้รบมาแล้ว
         ๓. ความสำเร็จจากการที่สามารถย่ำยีศักดิ์ศรีของทหารไทยและคนไทยได้ ทำให้กลุ่มโจรกลายเป็นฮีโร่ในสายตาของมลายูอิสลาม ดังนั้นการก่อเหตุหลังการโจมตีค่าย จึงน่าเชื่อว่าบางส่วนน่าจะเป็นการทำตามกระแส และการฉวยโอกาสแย่งชิงทรัพย์สินของกลุ่มมิจฉาชีพ อาชญากร และฆาตกร
         ๔. การดักสังหารกลไกรัฐที่เป็นอิสลาม โดยเฉพาะ อส.ซึ่งถูกยิงแล้วถึง ๑๐ เหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นความพยายามที่จะสะกัดกั้นการติดต่อและการชื่อมโยง/โยงใยระหว่างพุทธกับอิสลาม และความพยายามกดดันให้อิสลามซึ่งเป็นกำลังและทำงานด้านความมั่นคงถอยออกจากการร่วมมือ/ช่วยเหลือรัฐบาล ซึ่งเริ่มจาก ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งมีอิหม่ามมัสยิด ม.๒ บ.นาพร้าวเป็นแกนนำแนวร่วมในพื้นที่ มีการฆ่าอส.ซึ่งทำงานร่วมกับคนไทยพุทธหรือทำงานให้กับรัฐ ถึง ๒ คน ในเวลาเพียง ๒-๓ วัน เท่านั้น
         ๕. ชาวบ้านไทยพุทธอยู่ในภาวะที่เสียขวัญอย่างมาก ทั้งจากการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี การสังหารหมู่คนไทยพุทธที่ อ.ยะหา การถอดป้ายทางหลวง ที่ อ.กาบัง ตั้งแต่ ม.๑ บ.บันนังดามา ต.กาบังไปยัง หมู่บ้านชายแดนใน ต.บาละ

การเคลื่อนไหวของแกนนำและsympathizer อิสลาม การเมืองที่ยังไม่ลงตัว ประกอบกับความขัดแย้งภายในองค์กรศาสนาของอิสลาม ทำให้นักการเมืองต้องชะลอการเคลื่อนไหวเพื่อดูทิศทางลม ขณะที่ผู้นำศาสนาก็ต้องมุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งของตนเอง จึงไม่มีการเคลื่อนไหวที่ก่อปัญหา ดังนั้นผู้ที่ต้องประคองบทบาทของอิสลามให้ปรากฏอยู่ในสังคมของประเทศจึงตกเป็นหน้าที่ของสื่ออิสลาม ซึ่งเลือกใช้การศึกษาและศาสนามาเป็นเครื่องมือ/เป็นจุดขาย ซึ่งมีทั้ง
         ๑.) การปลุกระดมสร้างความแตกแยกระหว่างพุทธกับอิสลาม ทั้งนี้ ดูเหมือนว่า อ.หนองจอก กทม.ไม่น่าไว้วางใจแล้วเพราะการปลุกระดมของสื่อทำให้เกิดความหวาดระแวง และการแยกตัวออกจากกันแล้ว ที่สำคัญมีการปลุกให้ใช้กำลังกับคนที่มีความขัดแย้งกับอิสลามและทั้ง
         ๒.) การกดดันให้ถอดวิชาภาษาไทยออกจากการเรียนการสอนนักเรียนมลายูอิสลาม และให้ใช้ภาษามลายูถิ่นในการสอน
         นอกจากนี้ยังมีความพยายาม discredit องค์กรศาสนาพุทธ เพื่อเบี่ยงเบนความขัดแย้งในองค์กรอิสลาม อีกด้วย
         - BungarayaNews ๑๖ ม.ค.๕๔ ....แม่พิมพ์ที่สูญเสียชายแดนใต้ นโยบายรัฐกับวัฒนธรรมท้องถิ่น “….ความขัดแย้งในพื้นที่แต่เมื่อมาสังเกตแต่ละกลุ่มสาระแล้วความจำเป็นในการใช้ภาษาในการสื่อสารเพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจในเนื้อหา และเป้าหมายของการศึกษาที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อผลประโยชน์บางอย่างแล้ว กลุ่มสาระที่ ๑. กลุ่มสาระเรียนรู้ภาษาไทย กับ ๗. กลุ่มสาระเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เท่านั้นที่เป็นภาษาที่แปลกปลอมที่เข้ามาในชีวิตนับตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนจนจบได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัยออกมา …..แบบบูรณาการในชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความขัดแย้งที่มีต้นเหตุของปัญหาจากหลายปัจจัย ปัจจัยด้านการศึกษาประวัติศาสตร์ ภาษา และศาสนา นับว่าเป็นเชื่อไฟอย่างดีในการจุดกระแสเพื่อสร้างความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้…….รัฐไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้การจัดการศึกษาวิชาศาสนานั้นลดลงหรือหมดไป รัฐควรแก้ไขปรับปรุงการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา โดยให้ใช้ภาษามลายูท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนวิชาสามัญ ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการเรียนวิชาสายสามัญ เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้มีทางเลือกในชีวิตเพิ่มขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเดินทางเข้าไปในตลาดงานในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ แม้ว่ามีคำสั่งยุบ กอส. แต่ตลอดระยะเวลา ๖ ปีหลังจากตั้ง กอส. ยังไม่มีการนำข้อเสนอดังกล่าวมาใช้เพื่อแก้ปัญหาอย่างใด.....”
         - มุสลิมไทยดอทคอม ๒๕ ม.ค. ๕๔ เจ้าหน้าที่ สนง.หนองจอก พฤติกรรมงามหน้า ไล่นร.หญิงไปถอดหิญาบเพื่อถ่ายรูปทำบัตรประชาชน . “…….. ที่สำนักงานเขตหนองจอก ณ.เวลา ๑๓.๐๐น. เมื่อถึงขั้นตอนการถ่ายรูปสำหรับติดบัตรประจำตัวประชาชน ที่ช่องเบอร์ ๑๑ มีเจ้าหน้าที่สตรีซึ่งทำหน้าที่ในการถ่ายรูปเพื่อนำมาติดบัตร ได้แจ้งกับนักเรียนหญิง คุณโซเฟีย (นามสมมุติ) ให้เปิดผ้าคลุมหิญาบให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นใบหน้ามากที่สุด ซึ่งคุณโซเฟีย ก็ได้ทำตามคำแจ้งของ จนท. …. หลังจากนั้น จนท.คนดังกล่าว ก็ตะคอกใส่ ด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์ว่า “หากไม่ถอดผ้าคลุมหัว ก็จะไม่ถ่ายรูปให้” ….นางมัยมู กล่าวด้วยน้ำเสียงคลุมเครือว่า ลูกสาวเกิดความละอายเป็นอย่างมาก ขณะที่ถ่ายภาพ มีผู้ชายในสำนัก- งานมากมาย ที่จ้องมองเธอ กล่าวอีกว่า ลูกสาวไม่เคยเปิดศีรษะ ให้ชายใดได้เห็นมาเป็นเวลานานหลายปี นอกจากญาติมิตรที่บ้านและคนใกล้ชิดเท่านั้น….
          ผู้สื่อข่าวมุสลิมไทยจะสอบถามไปยัง ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตหนองจอกว่า ทาง สนง. มีนโยบาย ให้สตรีมุสลิม หากประสงค์จะถ่ายภาพทำบัตร ปชช. จะต้องถอดหิญาบหรือ – ”
         -มุสลิมไทยดอทคอม ๒๖ ม.ค. ๕๔ ผู้ประกอบการฮัจย์ไล่บี้ กรมศาสนา คายเงินค้ำประกันฮุจญาตปี ๕๓ “ …. ลือสะพัด ว่าฮัจย์ปีนี้ ทางกรมศาสนาจะ เรียกเก็บเงินประกัน เพิ่มจาก ๑๒,๕๐๐ บาท/คน เป็น ๕๐,๐๐๐บาท/คน เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ แหล่งข่าวเผยกับผู้สื่อข่าวมุสลิมไทยว่า มีการปล่อยข่าวลือตั้งแต่ ช่วงทำฮัจย์ โดยนาย อ. คนภายในกรมศาสนา โดยมีพฤติกรรมคล้ายๆกับการโยนหินถามทาง ทั้งนี้แหล่งข่าวคนดังกล่าว เผยว่าหากมีการเรียกเก็บเงินจำนวน ห้าหมืนบาทจริงๆ เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ซึ่งทางกรมต้องตอบคำถามว่า เก็บไปเพื่ออะไร และเก็บจากใคร (จากผู้ไปทำอัจย์หรือว่าผู้ประกอบการ) โดยหากคำนวณเบื้องต้น ๑๕,๐๐๐ คน x ๕๐,๐๐๐บาท โดยเงินดังกล่าวจำนวนกว่า ๗๕๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากมาย……”
         -thailandnewsdarussalam.com ๒๘ ม.ค.๕๔ เปิดแผลอิสลามศึกษากทม. ลดคาบสอน เรียนพิเศษไม่ต้องละหมาด เด็กต้องเรียนว่ายน้ำ ….. โดยเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคมที่ผ่านมา ทางของกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ นำโดย อ. ยะห์ยา ทองทา ที่ปรึกษา คุณอุมัร มะละกีมะ เลขาธิการ และคุณมูฮัมหมัด เหมศิริ ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของกลุ่มได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านลำต้นกล้วย ตรวจสอบหลังได้รับทราบว่าโรงเรียนดังกล่าวลดคาบเรียนอิสลามศึกษา และไม่เปิดสอนอิสลามศึกษาในระดับมัธยมอีกด้วย……. นอกจากนี้ทางทีมข่าวและคณะของกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติยังได้ลงพื้นที่ พูดคุยกับชาวบ้านบริเวณโรงเรียน ….. พบปัญหากับเรื่องของอิสลามศึกษาจำนวนมาก ทั้งในระดับพื้นที่ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ ...ซึ่งเดิมทีเดียวพื้นที่ดังกล่าวเป็นมุสลิมทั้งหมด แต่ผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกส่งมาจากการโยกย้ายของส่วนกลาง ไม่ใช่มุสลิม จึงทำให้ไม่เข้าใจหลักการศาสนาที่แท้จริง ทำให้เกิดการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตมาเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติศาสนกิจของนักเรียนมุสลิม (www.thailandnewsdarussalam.com ๒๘ ม.ค.๕๔)

การซื้อใจมลายูอิสลามของรัฐ
         สถานการณ์ที่ดูเหมือนวิกฤติหนักขึ้น ทำให้หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานต้องเร่งซื้อใจมลายูอิสลามอย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะศอ.บต. ซึ่งนอกจากจะกวาดต้อนบัณฑิตอาสาเข้าไปจับจองตำแหน่งในสำนักงาน แล้วยังประกาศรับนักกฏหมายมลายูเพื่อมลายูอีกด้วย ขณะที่ รัฐบาลก็ยืนยันการยกเลิกพ.ร.ก.ต่อไปไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดไหนก็ตาม
         - เล็งเลิก"ฉุกเฉินฯ" ใต้เพิ่ม "เทือก" เผยปี ๕๔ เตรียมเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในชายแดนใต้เพิ่มอีก ……วันนี้ (๒ ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มเติมในปี ๒๕๕๔ ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกเพิ่มเติมได้แน่นอน เพราะนายกรัฐมนตรี ต้องการที่จะทยอยยกเลิกพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่แล้ว (เดลินิวส์ ๒ ม.ค.๕๔)
         - แกะรอยประชุมโอไอซี กับท่าทีข้องใจของรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม..... …….งานของคนอื่นผมไม่อยากก้าวก่าย แต่วันนี้ภาคใต้มีกี่กองร้อยไปคิดเอาเอง ไม่ต้องออกจากปากผม" นายถาวร กล่าว พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบกับแนวทางทยอยยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าต่อไป (สถาบันอิศรา ๒๖ ม.ค.๕๔)
         - ศอ.บต.รับสมัครนักกฎหมายอิสลามประจำ ๕ จชต. ..... วันนี้ (๓๑ ม.ค.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่าเพื่อประโยชน์และเป็นการส่งเสริมการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในสังคมมุสลิม ศอ.บต.ได้จัดโครงการจ้างนักกฎหมายอิสลาม ประจำสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และจังหวัดสงขลา) จังหวัดละ ๑ คน เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายอิสลามแก่ประชาชนที่มาขอรับบริการ
         คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้านกฎหมายอิสลามหรืออิสลามศึกษาหรือเทียบเท่า นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และจังหวัดสงขลา) มีความสามารถพูดภาษาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี.......... (ผู้จัดการออนไลน์ ๓๑ ม.ค.๕๔.)

                                               ............................................



 
 
dooasia.com
สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 ดูเอเซีย    www.dooasia.com

เว็บท่องเที่ยว จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ข้อมูลท่องเที่ยว ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม แผนที่ การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร จองที่พักและโรงแรมออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก คลิปวีดีโอ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ลาว เวียดนาม ขอขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวลาว การท่องเที่ยวกัมพูชา การท่องเที่ยวเวียดนาม มรดกไทย กรมป่าไม้
dooasia(at)gmail.com ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์