เมืองงอย ประเทศลาว

  โพสเมื่อ: วันพุธ 4 ธันวาคม 2013 (เข้าดู 448 views)
  • -ก ก+
  • หลังจาก เมืองวังเวียง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ กุ้ยหลินแห่งเมืองลาวเริ่มถึงจุดอิ่มตัวและใกล้หลุดวิถีดั้งเดิมอยู่รอมร่อ ใน ช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คจึงเริ่มหาสถานที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติแห่งใหม่ จนกระทั่งไปพบ ” เมืองงอย ” นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจึงเริ่มย้ายไปปลีกวิเวกที่นั่น

    เมืองงอย ประเทศลาว

    เมืองงอย, ลาว (Muang Ngoi , Laos)

    แม้จะมีรีสอร์ต เกสต์เฮ้าส์หลายแห่งผุดขึ้นรองรับ แต่โดยรวมแล้วเมืองงอยยังมีสภาพดั้งเดิม คงความเงียบสงบคู่กับวิถีดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างดี นั่นเป็นเพราะประชาชน เตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยอาศัยปรากฏการณ์ “ฝรั่งบุกเมืองวังเวียง” เป็นบทเรียน พวกเขาสามารถปรับตัวรับนักท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืนและเหมาะสม ไม่เปลี่ยนตัวเองและสภาพชุมชนจนขัดวิถีชีวิตพื้นถิ่นและวัฒนธรรมประเพณีดั้ง เดิม

    จะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายประเภทให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เช่น ท่องป่า เดินเขา และพักโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชาวพื้นเมือง

    เมืองงอย ประเทศลาว

    พวกชอบแนวผจญภัยสามารถปีนเขา สำรวจถ้ำ (ผาน้อย-ผากลาง-ถ้ำพระแก้ว) พายเรือคายัค เหมาเรือล่องน้ำอู ดูวิถีชาวประมงตลอด 2 ฟากฝั่ง แวะเยือนหมู่บ้านรายทาง และหาซื้อสินค้าพื้นเมืองฝีมือดีเป็นของฝาก

    เมืองงอย ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ ช่วงหน้าฝนจนถึงฤดูหนาวจึงมีเมฆหมอกปกคลุมทาบทับอยู่ตลอดทั้งวัน คล้ายๆ กับมีปราการยักษ์และม่านมนต์ปกป้องเมืองเล็กๆ แต่น่ารักเอาไว้ในอ้อมกอดของธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสไตล์ที่ชอบปลีกวิเวกและพักผ่อนแบบสันโดษ

    เมืองงอย ประเทศลาว

    เมืองนี้ไม่ใช่เมืองใหม่ แต่มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปราว 600 ปี เป็นชุมชนเล็กๆ ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านช้างโบราณมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ.1859-1936) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ล้านช้าง (ตรงกับสมัยพระเจ้าอู่ทอง)

    มีการเล่าขานต่อกันมาว่า ชื่อเมืองแผลงจากชื่อ “ท้าวกาดวอย” เจ้าเมืองยุคต้นๆ ตอนแรกชาวบ้านเรียก “เมืองท้าวกาดวอย”ต่อมาเหลือเพียง “เมืองวอย” ก่อนจะเพี้ยนเป็น “งอย” ในที่สุด (งอย แปลว่า “ใกล้จะตก”)

    เมืองงอย ถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์ทางทหารมาแต่ครั้งโบราณกาลเรื่อยมาจนถึงสมัยสงคราม อินโดจีนและสงครามระหว่างรัฐบาลฝ่ายขวากับพรรคประชาชนปฏิวัติลาวฝ่ายซ้าย ในสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพไทยยังเคยยกพลมาตั้งทัพอยู่ที่นี่หลายวันระหว่างไปช่วยทางการลาวปราบ กบฏฮ่อ

    เมืองงอย ประเทศลาว

    เนื่องจากมีแม่น้ำอูสายใหญ่ไหลผ่านหน้าเมือง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เชื่อมระหว่างเมืองพงสาลี เมืองขัว ทางตอนเหนือกับเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางอำนาจรัฐ เมืองงอยจึงเป็นทั้งเส้นทางคมนาคมที่สำคัญและเป็นเส้นทางลำเลียงพลและยุทธ ปัจจัยที่สะดวกที่สุดเมื่อเทียบกับทางบก

    แต่ละฝ่ายจึงพยายามยึดเมืองงอยเป็นฐานที่มั่นให้ได้ หากยึดไม่ได้ก็มักทำลายทิ้ง เช่น ช่วงสงครามกลางเมืองลาว ระหว่างปีพ.ศ. 2496-2518 ช่วงนั้นสหรัฐอเมริกาใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดลงไปที่ตัวเมืองเพื่อทำลายฐาน ที่มั่นของฝ่ายซ้าย ชาวบ้านจึงต้องอพยพมาหลบในถ้ำผากลาง ใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำหลายปีกว่าสงครามจะสงบ

    เมืองงอย อยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 135 กิโลเมตร ก่อน หน้านี้ใครจะเดินทางไปเมืองงอยมีวิธีเดียว คือนั่งเรือเพราะไม่มีถนนเข้าถึง โดยต้องนั่งรถจากหลวงพระบางไปเมืองหนองเขียวใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากนั้นลงเรือล่องขึ้นเหนือมาตามลำน้ำอูราว 1 ชั่วโมง แต่ตอนนี้สามารถนั่งรถบัสไปได้แล้ว เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การก่อสร้างถนนเข้าไปถึงเมืองงอยจากหลวงพระบางเพิ่งแล้วเสร็จ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

    ในตัวเมืองงอยมีประชากรประมาณ 700 คน ราว 180 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นลาวลุ่ม ส่วนชุมชนในชนบทไกลออกไปโดยรอบเป็นพวกลาวสูง และในกลุ่มนี้ยังแตกออกไปอีกหลายชาติพันธุ์

    เมืองงอย ประเทศลาว

    รายได้หลักของชาวเมืองมาจากผลผลิตการเกษตรเป็นอันดับหนึ่ง ต่อด้วยประมง และหัตถกรรม แต่หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกแวะเวียนมาพักมากขึ้นและ เป็นเวลานาน ส่งผลให้รายได้ด้านท่องเที่ยวพุ่งเป็นอันดับสอง บางปีแซงเป็นแชมป์ ช่วงฤดูหนาวบางปี มีนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนแห่กันไปทีเดียว

    คนเมืองงอยน่ารัก มีน้ำจิตน้ำใจ ดูแลรักษาสภาพบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าชม แถมอยู่ใกล้เมืองไทยนิดเดียว แวะมาเที่ยวแล้วจะต้องมนต์

    เมืองงอย, ลาวเมืองงอย ประเทศลาว

    เมืองงอย ประเทศลาว เมืองงอย ประเทศลาว

    เมืองงอย ประเทศลาว

    ขอขอบคุณข้อมูล  www.mthai.com

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ
    • 35 เรื่องแปลกที่จะพบได้ในดูไบ
      ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือเมืองดูไบ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2

    • ป้าย อย่าขับรถตกหน้าผา!
      หากมัวแต่ขับรถชมวิวอาจทำให้เกิดอุบัติที่ไม่คาดคิดได้ง่ายๆ  ที่เห็นป้ายนี้มีจริงๆ ครับ ป้ายอย่าขับรถตกหน้าผา ที่ประเทศไอร์แลนด์บนคาบสมุทร dingle จะพบเห็นป้ายนี้อยู่ทั่วไป

    • วัดถ้ำแห่งตุนหวงใจกลางทะเลทรายของจีน
      ตุนหวง (Dunhuang) เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายโกบี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในฐานะเป็นแหล่งศาสนศิลป์ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน

    • 40 สถานที่ท่องเที่ยวลึกลับ! ทั่วโลก
      1. Ristorante Grotta Palazzese อิตาลี Ristorante Grotta

    
    บทความล่าสุด
    • 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น โดย GTH

      คลิปข้อควรปฎิบัติเมื่อจะไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ  รู้ไว้สักหน่อยจะได้ไม่ทำให้ต่างชาติมองคนไทยในแง่ลบ ด้วยคลิปที่สนุกเข้าใจง่ายจากค่าย GTH และนาดาว นำแสดงโดย เต๋อ-เผือก 1. คนญี่ปุ่น จะมีวัฒนธรรมในการเข้าแถว ไม่ว่าจะซื้อหรือใช้บริการอะไรก็ตาม 2. ในรถสาธารณะ ไม่ควรคุยโทรศัพท์เสียงดังรบกวนผู้อื่น ควรปิดเสียงโทรศัพท์ รวมถึงเสียงแอพพลิเคชั่นแชทต่างๆ 3. การขึ้นบันไดเลื่อนที่ญี่ปุ่น ควรชิดซ้าย เพื่อหลีกทางให้ผู้ที่รีบเดินแซงได้ แต่ต้องสังเกตในแต่ละท้องถิ่น หากเป็นโตเกียวจะยืนชิดซ้าย หากเป็นภูมิภาคคันไซ อันได้แก่ โอซาก้า เกียวโต หรือเมืองใกล้เคียง จะยืนชิดขวา 4. เวลาถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ

    • ประเพณีเก็บน้ำผึ้งโบราณ ในเนปาล ฮิมาลายา ประเพณีการเก็บน้ำผึ้งที่เก่าแก่ดั้งเดิมของเผ่า Algurung ที่อาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์หมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศเนปาล ทั้งชายและหญิงเผ่า Algorong จะออกหาน้ำผึ้งป่ารสชาติเยี่ยมและมีความพิเศษกว่าที่ใดในโลกเพียงปีละสองครั้ง บนเทือกเขาหิมาลัย ฉันมาพร้อมกับช่างภาพชาวอังกฤษ “แอนดรู นอยด์” ได้บันทึกภาพกิจกรรมที่อันตรายมากและเป็นภาพที่ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญที่สุดของคนที่นี้ ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ Credit: www.facebook.com/sawtelghad ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • ชนเผ่าในไซบีเรีย กับการกินดื่มเลือดสดๆ เนื้อสดๆ เมื่อพูดถึงซอมบี้ เรามักจะคิดถึงหนังฟอร์มยักษ์ที่มีเหล่าผีดิบหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว  ควบคุมตัวเองไม่ได้และวิ่งไล่ล่าเพื่อกัดกิน เอาชีวิตมนุษย์ เพื่อกระจายเชื้อซอมบี้ไปเรื่อยๆ แต่เรื่องราวที่เราเอามาให้คุณได้อ่านกันวันนี้ เป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่แถวๆ ไซบีเรีย ซึ่งพวกเค้าได้เปิบเมนูกวางเรนเดียสดๆ แบบไม่ปรุงรสชาติ หรือทำให้สุกแต่อย่างใด ชนเผ่าเร่รอนเหล่านี้อาศัยอยู่ทางเหนือของจีนหรือรัสเซีย ดินแดนอันหนาวเหน็บ เกินที่คนทั่วไปจะอยู่อาศัยได้ พวกเค้าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และทำประมงเป็นอาชีพหลักเลี้ยงชีพกันสืบมาตั้งแต่อดีต หากเรามองเผินๆ อาจคิดว่าพวกเค้าป่าเถื่อน แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเค้าอาจมีเหตุผล  เพราะการยังชีพอยู่ในดินแดนอันหนาวจับใจแบบนี้  การได้ซดเลือดสดๆ และทานเนื้อดิบๆ อาจเป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รับสารอาหารเต็มที่เพื่อใช้ต่อสู้กับความหนาวก็เป็นได้ สีหน้าของเด็กๆ ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส  ไม่มีท่าทีของความโหดร้ายแม้แต่น้อย  นั่นคือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเค้าต้องทำแบบนี้  เพื่อดำรงชีพนั่นเอง มื้อนี้

    • พิธีสวนสนามปิดด่านอินเดีย-ปากีสถาน “ศัตรูและมิตรภาพ” อินเดียและปากีสถานได้ต่อสู้กันมาตั้งแต่แบ่งแยกประเทศในอนุทวีปเมือ่ปี 2490 แม้ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ นับจากการชะงักงันหลังการโจมตีมุมไบเมื่อปี 2551 ที่อินเดียกล่าวหาว่าเป็นกองกำลังอยู่ในปากีสถาน ทหารที่ชุดสีน้ำตาลอ่อนเป็นของอินเดีย ส่วนสีเขียวเข้มคือปากีสถาน จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ด่านชายแดนวากาห์ของทหารอินเดียและปากีสถานในทุกเย็นของทั้งสองประเทศ  มีพิธีเชิญธงชาติลงจากเสา  ที่แสดงออกอย่างดุดัน ยั่วยุกัน (น่าสนุกด้วย) โดยการกระทืบรองเท้าบู๊ตแรงๆ  ได้ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้มาส่งเสียงเชียร์ ถึงกับมีทัวร์มาลงด้วยนะครับ การเดินสวนสนามที่วางท่า ขมึง และจ้องมองกันอย่างเป็นศัตรูเต็มที่ของสองฝ่าย แม้พิธีการจะเป็นศัตรูกัน แต่ในท้ายที่สุดก็จับมือและปิดด่านแยกย้ายกันไปครับ แม้จะดูสนุก  แต่ทหารที่ทำพิธีปิดด่านหลายรายถึงขั้นได้รับบาดเจ็บหัวเข่า เพราะความรุนแรงในการกระทืบเท้ากับพื้น เพื่อแสดงออกเชิงความแข็งแกร่ง ห้าวหาญ ทำให้รัฐบาลอาจลดความรุนแรงของการกระทืบเท้านี้ลงในอนาคต ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • สวนใต้น้ำ ในฤดูใบไม้ผลิ ประเทศออสเตรีย ในทุกๆปี ที่เชิงเขา Hochschwab ในประเทศออสเตรีย จะถูกปกคลุมไปด้วยผืนน้ำใสสะอาด จากเดิมที่เป็นสวนธรรมดาๆ คุณจะต้องพกชุดประดาน้ำไปด้วย เพื่อไปดูความงดงามของมัน Marc Henauer ช่างภาพผีมือดีจึงไปถ่ายภาพมาให้เราได้ชมกัน โดยปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจากหิมะที่ละลายตอนเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ ในทุกปี ป่าแห่งนี้จะกลายเป็นสระว่ายน้ำ และที่ Hochschwab แห่งนี้เคยได้รางวัลที่ 3 (3rd place award) ของการประกวดสถานที่สวยงามของ National Geographic Travel ปี 2014 สวนใต้น้ำ สุดงามในฤดูใบไม้ผลิ Marc ได้ลงในสระน้ำ ซึ่งมีความลึกเพียงแค่ 1-2

    5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

    Blogroll