“ทุ่งโนนสน”งามสะพรั่งดอกไม้ป่า : 1 ใน 10 ทุ่งดอกไม้สวยที่สุดในไทย

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 11 ธันวาคม 2012 (เข้าดู 70 views)
  • -ก ก+
  • แม้คนเมืองอย่างเราๆจะเห็นฝนแล้วหวาดระแวง แต่สำหรับสรรพชีวิตในผืนป่าแล้ว สายฝนเปรียบเสมือนความชุ่มฉ่ำที่ชุบชีวิตให้ฟื้นคืนสู่ความมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ ดอกไม้ป่านานาชนิดก็กำลังผลิบานเหมือนอย่างที่ “ทุ่งโนนสน” ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่มีอาณาเขตครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์

          ดอกเหลืองพิศมรยามเช้าบนลานหิน

           ทุ่งโนนสน ถูกยกให้เป็น 1 ใน 10 ทุ่งดอกไม้ที่สวยที่สุดของไทย ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก กับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้ร่วมกันผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติตามแนวคิดเที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน ที่คนรักดอกไม้ไม่ควรพลาดชม

    ลานสนสองใบ ที่มาของชื่อทุ่งโนนสน

           ทุ่งโนนสนตั้งอยู่ใจกลาง อช.ทุ่งแสลงหลวง บนความสูง 700 ม. เป็นที่ราบทุ่งหญ้าสลับป่าสนเขา ช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. ของทุกปี เป็นช่วงที่ป่าไม้จะมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด และมีการสะสมตะกอนดินที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้มีดอกไม้ประเภทดอกไม้ดินบานสะพรั่งเต็มทั้งบนลานทุ่งโนนสนและตามลานหิน

    แรงชักหมดเมื่อเริ่มไต่เนินป่าซาง

           เมื่อก่อนนี้หากใครอยากจะไปดูดอกไม้บนทุ่งโนนสนจะต้องเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 หรือหน่วยฯ หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นระยะทางไกลถึง 16 ก.ม. แต่ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ทาง อช.ทุ่งแสลงหลวงได้เปิดเส้นทางใหม่เดินตรงสู่ทุ่งโนนสนได้ใกล้กว่าเดิม โดยตั้งต้นจากหน่วยพิทักษ์ฯ สล.12 บ้านรักไทย ในอำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ย่นระยะทางเหลือเพียง 9 ก.ม. อีกทั้งตอนนี้ก็ได้เวลาดีที่ดอกไม้ป่านานาพันธุ์กำลังผลิบาน จึงเป็นที่มาของการเดินทางของ “ตะลอนเที่ยว” ในทริปนี้

    สภาพเส้นทางเดินขึ้นเขาอันร่มรื่น

           ทุ่งโนนสนจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้รักธรรมชาติโดยเฉพาะ เพราะนอกจากจะต้องเดิน-ปีน-ป่าย ถึง 9 ก.ม. ขึ้นไปให้ถึงยอดแล้ว ด้านบนยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีร้านอาหาร ต้องเตรียมเสบียงและโชว์ฝีมือเสน่ห์ปลายจวักกันเอง ไม่มีไฟฟ้า ยามค่ำคืนมีแต่แสงของดวงจันทร์และดวงดาว ไม่มีบ้านพัก แต่มีที่พักที่กว้างขวางใต้ต้นสนและต้นรังให้เลือกมุมกางเต็นท์ได้ตามใจชอบ ไม่มีห้องน้ำ แต่มีอ่างอาบน้ำธรรมชาติให้นอนแช่น้ำเย็นฉ่ำที่ลำธาร ที่สำคัญยังมีห้องส้วมแบบ Open Air ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ให้ใช้บริการอีกด้วย แต่หากใครไม่เคยชินหรือรู้สึกเขินๆ ทางอุทยานมีห้องน้ำขึงด้วยผ้าใบแบบเรียบง่ายไว้ให้บริการ แต่ต้องเตรียมน้ำมาทำความสะอาดเอง

    ลานกางเต็นท์อยู่ไม่ไกลกับทุ่งดอกไม้

           เมื่อเตรียมกายเตรียมใจพร้อมแล้วก็ได้เวลาเดินทางมุ่งหน้าสู่ทุ่งโนนสนกันได้ อากาศสดใสเหมือนจะเป็นใจเมื่อ “ตะลอนเที่ยว” เริ่มออกเดินทาง โดยจากหน่วยฯ รักไทย เราต้องนั่งรถกระบะไปอีก 8 ก.ม. ไปยังจุดเริ่มต้นเดินเท้าที่บ้านฐานแตก อันเป็นหมู่บ้านที่เคยเป็นพื้นที่สีแดงในยุคคอมมิวนิสต์ และเริ่มต้นเดินก้าวแรก ของ 9 ก.ม. ที่นี่ ซึ่งเส้นทางเดินเท้านั้นต้องผ่านทุ่งหญ้าคา ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาตามลำดับ เดินได้ราว 2-3 ก.ม. เราหยุดแวะพักเป็นจุดแรกบริเวณ “เนินหินลาด” น้ำตกบนลานหินเล็กๆ ก่อนจะเดินต่อไปยัง “เนินทดลอง” ซึ่งเป็นเนินลาดชันแต่ไม่มากนักเหมือนให้ทดลองกำลังของตัวเอง ส่วน “เนินลองใจ” ก็เป็นอีกหนึ่งเนินทดสอบกำลังใจของตัวเองเช่นกัน

    เหลืองพิศมร หรือเอื้องนวลจันทร์ นางเอกของทุ่งโนนสน

           แต่เมื่อถึง “เนินป่าซาง” องศาเริ่มชันมากขึ้นจนต้องค่อยๆ ปีนป่ายเกาะราวไม้ไผ่ขึ้นไปทีละก้าว เมื่อเดินถึงยอดเนินจึงต้องพักกินข้าวกลางวันเอาแรงกันที่นี่ เมื่อมีแรงจากข้าวเหนียวหมูทอดแล้ว “ตะลอนเที่ยว” ไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ ผ่าน “เนินดูใจ” ผ่าน “จุดชมวิว” และในที่สุดก็พาตัวเองขึ้นมาถึงที่ราบยอดเขาหรือ “ทุ่งโนนสน” บนความสูง 700 ม. จนได้ ใช้เวลาไปราว 5 ช.ม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติ

    คืนนี้เราพักผ่อนนอนเต็มที่จนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขา ในตอนรุ่งเช้า “ตะลอนเที่ยว” จึงพร้อมแล้วที่จะออกเดินทางชมสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนทุ่งโนนสน ซึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. จะเป็นช่วงที่มีดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดบานสะพรั่งบนทุ่งโนนสน โชคดีที่ได้พี่ “มะขามป้อม-ปัญญา จันทร์มา” เจ้าหน้าที่สื่อความหมายของ อช.ทุ่งแสลงหลวง ผู้คุ้นเคยกับดอกไม้ใบหญ้าบนทุ่งโนนสนแทบทุกชนิด เป็นคนพาเดินชมดอกไม้ใบหญ้าในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางราว 2.5 ก.ม.

    เอื้องนวลจันทร์-เอื้องม้าวิ่ง

           “ตะลอนเที่ยว” ไม่ผิดหวังเลยเพราะระหว่างทางได้พบเจอดอกไม้และต้นไม้น่าสนใจที่พี่มะขามป้อมชี้ชวนให้ชมไปตลอดทาง เริ่มตั้งแต่ หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลงที่ปกติแล้วพันธุ์ที่พบนั้นจะขึ้นอยู่ในที่สูงประมาณ 1,400 ม. จากระดับน้ำทะเล แต่กลับพบเป็นดงอยู่บนทุ่งโนนสนที่สูงประมาณ 700 ม. เท่านั้น

    หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่นี่พบ 2 พันธุ์ด้วยกัน คือพันธุ์สีเขียวดอกใหญ่ พันธุ์สีแดงดอกเล็ก ขณะที่ตามพื้นดินในเส้นทางช่วงแรกนั้น เต็มไปด้วยดอกจอกบ่วาย หรือ หยาดน้ำค้าง พืชกินแมลงอีกชนิดหนึ่งที่ออกดอกเป็นรูปวงกลมสีแดงอยู่เรี่ยพื้นดิน และจะมีน้ำหวานลักษณะเหมือนหยดน้ำค้างเกาะอยู่ที่ดอกตลอดทั้งวันเพื่อล่อและเป็นกับดักจับแมลงและยังเป็นน้ำย่อยภายในตัว

    ดงดอกดุสิตา (บน) กุหลาบพันปี (ล่าง)

           ด้าน กระดุมเงิน กระดุมทอง และ จุกนกยูง เป็นดอกไม้ป่าที่มีดอกลักษณะกลมเป็นปุย พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง แม้ไม่สวยโดดเด่นแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง หญ้ารากหอม ที่ออกดอกเป็นช่อสีม่วง นอกจากจะน่ารักแล้วยังมีกลิ่นหอมที่รากอันเป็นลักษณะเฉพาะ ใช้เป็นยาสมุนไพรแก้เป็นลมได้ด้วย

    นอกจากนั้นในบริเวณลานหินใกล้ลำธารยังพบ ข้าวตอกฤาษี มอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในไทย และยังมีชื่อสามัญเป็นภาษาไทยอีกด้วย ข้าวตอกฤาษีจะขึ้นในที่ที่อากาศสะอาด และไวต่อสภาพเป็นพิษ แสดงถึงธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของทุ่งโนนสน

    สิงโตกลอกตา-สิงโตรวงข้าว

           คราวนี้มาชมกล้วยไม้หายากกันบ้าง อย่าง สิงโตสมอหิน สิงโตรวงข้าว และ สิงโตกลอกตา กล้วยไม้ป่าที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก สิงโตสมอหิน เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยขึ้นเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองแกมเขียว ขณะที่สิงโตรวงข้าวออกดอกเป็นช่อสีเหลืองคล้ายรวงข้าว ส่วนสิงโตกลอกตาขึ้นอยู่ตามซอกหิน ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พบเพียงแห่งเดียวที่ทุ่งโนนสนนี้เท่านั้น

    หม้อข้าวหม้อแกงลิง (บน) จอกบ่วาย (ล่าง)

           ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติยังมีดอกไม้ป่าอีกหลากหลายให้ยลไม่ว่าจะเป็น สร้อยสุวรรณา สีเหลืองสดใส ทิพย์เกสร สีม่วงอ่อนหวาน สรัสจันทร สีน้ำเงินอมม่วง ดุสิตา ดอกไม้สีน้ำเงินอมม่วง ต่างเป็นดอกไม้ที่ได้ชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังมีดอกไม้น่ารักๆ อย่าง เอื้องม้าวิ่ง เอื้องบายศรี เอื้องมัน เอื้องน้ำต้น เอนอ้า หงอนนาค จ่าห้อม ปราบภู ที่ขึ้นอยู่ตามโขดหินบ้าง ตามพื้นดินและต้นไม้บ้าง ให้คนชอบถ่ายรูปได้เพลินเพลินกับการถ่ายมาโครกันไป ดอกไม้เหล่านี้มีเยอะจนมีผู้นำมาแต่งเป็นเพลงประจำทุ่งโนนสน โดยเอาชื่อดอกไม้มาเรียงร้อยต่อกันอย่างไพเราะ (คลิกฟังเพลงทุ่งโนนสน)

    ข้าวตอกฤาษี-เสม็ดแดง

           แต่ดอกไม้ที่ “ตะลอนเที่ยว” ยกให้เป็นนางเอกของทุ่งโนนสนก็คือดอก เหลืองพิศมร หรือ เอื้องนวลจันทร์ กล้วยไม้ดินอีกชนิดหนึ่งที่ผลิบานเต็มลานหิน เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เยอะที่สุดบนทุ่งโนนสน อวดสีเหลืองสดใสท้าแดดลมอย่างเบิกบาน แต่ช่วงเวลาที่ดอกเหลืองพิสมรงดงามที่สุดคงเป็นช่วงเช้าตรู่ที่น้ำค้างยังคงเกาะอยู่บนกลีบใบ ผสมกับแสงแรกของวันที่สาดส่องมากระทบอย่างอ่อนโยน บวกกับหมอกจางๆ มองเห็นทิวสนเป็นฉากหลัง สวยจนเผลอกดชัตเตอร์ไม่ยั้งเลยทีเดียว แต่มีข้อควรระวังสำหรับการเดินชมดอกเหลืองพิศมร เพราะลานหินบางช่วงมีตะไคร่น้ำเกาะจนลื่น หากเดินไม่ระวังอาจเจ็บตัวและเจ็บใจที่กล้องตกกระแทกพื้นได้

    ดอกไม้กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน

           นอกจากดอกไม้นานาชนิดแล้ว ต้นไม้ต่างๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาถึงทุ่งโนนสน จะไม่พูดถึงต้นสนก็กระไรอยู่ พี่มะขามป้อมบอกกับเราว่า ต้นสนบนทุ่งโนนสนนี้ประมาณ 90% เป็นสนสองใบ ที่จะพบในระดับความสูง 500 ม. ขึ้นไป เปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่องลึกเหมือนหนังจระเข้ สีค่อนข้างเข้ม นอกจากนั้นยังชี้ชวนให้ดูไลเคนชนิดต่างๆ ทั้งไลเคนแบบปรสิตสีขาวที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ไลเคนแบบแผ่น และไลเคนแบบฝอยลม ซึ่งจะอยู่ได้ในสภาพอากาศที่สะอาดทั้งยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร นำมาต้มกับน้ำดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย และอีกหนึ่งต้นไม้น่าสนใจที่ไม่ควรกล่าวข้ามคือ ต้นเสม็ดแดง ที่ลำต้นมีสีน้ำตาลแดง ปกติแล้วเสม็ดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายหาด จึงเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าแต่เดิมบริเวณนี้อาจเคยเป็นทะเลมาก่อนก็เป็นได้

    พี่มะขามป้อมกำลังอธิบายเกี่ยวกับไลเคนฝอยลม

           ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินอกจากจะได้ชมดอกไม้ใบหญ้าแล้ว ยังมีภูมิประเทศที่น่าสนใจ บางช่วงเป็นทางเดินแคบๆ ระหว่างโขดหินใหญ่ดูคล้ายกำแพงเมือง บางช่วงเป็นลานหินที่เรียกว่า ซันแคร็ก (Sun Crack) ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ธรรมชาติสร้างขึ้นโดยการบีบอัดและยกตัวของผิวโลกที่เคยเป็นทะเลมาก่อน และเกิดการกัดกร่อนจากแสงแดด ลม ฝน

    โขดหินใหญ่ราวกับเป็นกำแพงเมือง

           เดินชมธรรมชาติกันมาเป็นชั่วโมงๆ หลายคนเริ่มเหนื่อย ร้อน และหิวได้ที่ โชคดีที่ระหว่างทางมีน้ำตกเล็กๆ ที่ยังไม่มีชื่อ แต่ “ตะลอนเที่ยว” และชาวคณะขอเรียกว่า น้ำตกกุหลาบแดง เพราะมีต้นกุหลาบพันปีชนิดหนึ่งกำลังออกดอกสีแดงสดใสอยู่ริมลำธารพอดี ที่นี่เราได้แวะกินข้าวและเล่นน้ำคลายร้อนกัน

    น้ำตกแห่งนี้แม้จะมีเพียงธารน้ำเล็กๆ แต่ทุกคนก็สนุกสนานเย็นฉ่ำกันมาก ในลำธารมีแอ่งเล็กบ้างใหญ่บ้างที่เกิดขึ้นเพราะถูกน้ำและหิน กรวด ทราย กัดเซาะ กลายเป็นอ่างธรรมชาติให้เราได้ลงไปแช่ตัวกัน สายน้ำที่เกิดขึ้นจากการเก็บรักษาของดินและต้นไม้นั้นเย็นยะเยือก แต่ก็สร้างความสดชื่นและคลายความเหนื่อยล้าให้เราได้เป็นอย่างดี

    เล่นน้ำในแอ่งกลางน้ำตกกุหลาบแดง

           “ตะลอนเที่ยว” ใช้เวลากับทริปท่องเที่ยวทุ่งโนนสน 3 วัน 2 คืน เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ทั้งดอกไม้ ต้นไม้ ลำธาร อากาศสดชื่น รวมไปถึงความสนุกสนานและมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง นับเป็นความประทับใจที่อยากบอกต่อให้ใครๆ ได้เดินทางมาเก็บความประทับใจด้วยตัวเอง แต่ขอบอกว่าต้องรีบหน่อย เพราะดอกไม้จะมีให้ชมถึงราวปลายเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น หรือหากใครจะเตรียมตัวไว้เพื่อเป็นทริปท่องเที่ยวในปีหน้า ทุ่งโนนสนและหมู่มวลดอกไม้ก็ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ

    ขอขอบคุณข้อมูล  http://www.manager.co.th

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ
    • 10 หลุมอุกกาบาต ที่เคยถล่มโลกในอดีต
      ลองจินตนาการว่าวันหนึ่งคุณกำลังแหงนหน้า มองท้องฟ้าโปร่งยามราตรี ทันใดนั้นสายตาคุณก็ไปสะดุดเข้ากับจุดสีเหลืองเล็กๆ ที่ปลายขอบฟ้า พอลองดูดีๆ กลับพบว่าไอ้จุดที่ว่านั้นมีขนาดใหญ่กว่าบ้านคุณไม่รู้กี่เท่า แถมยังพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ

    • 40 สถานที่ท่องเที่ยวลึกลับ! ทั่วโลก
      1. Ristorante Grotta Palazzese อิตาลี Ristorante Grotta

    • ญี่ปุ่นทึ่งคนไทยทำ…ได้อย่างไร?
      ใครเล่าจะรู้ว่าภูมิปัญญาที่สุนแสนจะพื้นบ้าน และธรรมดาของคนไทยนั้น จะกลายเป็นที่ฮือฮาของคนญี่ปุ่น และสร้างความประหลาดใจจนต้องขอยอมกันเลยทีเดียว สำหรับเรื่องไหนที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นถึงกับอึ้ง ทึ่ง ได้ขนาดนี้

    • ผับเอาใจคนหัวล้าน ที่ญี่ปุ่น
      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีผับเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ที่ดูจะเอาใจ “คนหัวล้าน” เป็นพิเศษ

    
    บทความล่าสุด
    • สวนใต้น้ำ ในฤดูใบไม้ผลิ ประเทศออสเตรีย

      ในทุกๆปี ที่เชิงเขา Hochschwab ในประเทศออสเตรีย จะถูกปกคลุมไปด้วยผืนน้ำใสสะอาด จากเดิมที่เป็นสวนธรรมดาๆ คุณจะต้องพกชุดประดาน้ำไปด้วย เพื่อไปดูความงดงามของมัน Marc Henauer ช่างภาพผีมือดีจึงไปถ่ายภาพมาให้เราได้ชมกัน โดยปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจากหิมะที่ละลายตอนเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ ในทุกปี ป่าแห่งนี้จะกลายเป็นสระว่ายน้ำ และที่ Hochschwab แห่งนี้เคยได้รางวัลที่ 3 (3rd place award) ของการประกวดสถานที่สวยงามของ National Geographic Travel ปี 2014 สวนใต้น้ำ สุดงามในฤดูใบไม้ผลิ Marc ได้ลงในสระน้ำ ซึ่งมีความลึกเพียงแค่ 1-2

    • หักนิ้วเท้าสวยแลก…สยอง ผมไปพบเรื่องราวของสาวจีนในสมัยโบราณซึ่งเป็นเรื่องแปลกดีครับ จากเว็บ www.jeban.com จึงได้นำเรื่องของหญิงสาวจีนสมัยก่อนที่มีค่านิยมในแบบแปลกๆ มาให้ทราบกันครับ นั้นคือเรื่องเท้าดอกบัวทอง ความงามที่ต้องแลกกับความเจ็บปวดแสนสาหัสของผู้หญิงจีน ไม่ใช่แค่โจ๊กอำกันเล่น ถ้าจะบอกว่า ที่จีนแผ่นดินใหญ่ในยุคก่อน เท้าที่เล็กพอๆกับซองบุหรี่คือนิยามความงามแห่งอิสตรี กว่าจะได้เท้าที่เล็กแบบนี้ เหล่าเด็กผู้หญิงจะต้องถูกพันเท้าด้วยกรรมวิธีพิเศษตั้งแต่อายุได้เพียง 3-4 ขวบ เมื่ออวัยวะยังไม่เติบโตเต็มที่  ขั้นแรก เด็กน้อยจะต้องแช่เท้าลงในเลือดสัตว์ผสมกับสมุนไพร…และเมื่อได้ที่แล้ว  ก็ต้องถอดเล็บออกทั้งหมดก่อน  และนิ้วเท้าทั้งแปดจะถูกหักกระดูกลงไปจนพับไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าได้ เหลือแต่นิ้วโป้งไว้ ก่อนที่จะพันผ้าให้แน่น ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้เจ็บปวดทรมานเพียงแค่วันเดียว แต่เด็กผู้หญิงเหล่านั้นจะต้องทุกข์ทนอยู่นาน เพื่อจะแลกกับการเป็นคนงามที่สังคมยอมรับและชื่นชม กว่าพันปีที่คนจีนเชื่อว่าการไม่พันเท้าให้กับลูกสาวถือเป็นความอัปยศอย่างร้ายแรง  หากลูกบ้านไหนมีเท้าดอกบัวทองแล้ว การมีสามีดีๆรวยๆ ย่อมไม่ไกลเกินฝัน พวกเด็กน้อยไร้เดียงสาต้องทนกับเท้าที่ถูกหักกระดูกและพันไว้ไม่ให้ได้หายใจอยู่หลายปีจนความเจ็บปวดทุเลาไปเอง การที่สตรีจีนยึดติดพับการรัดเท้าให้เล็กแหลมผิดรูปมายาวนานนับพันปีนั้น

    • 35 เรื่องแปลกที่จะพบได้ในดูไบ ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือเมืองดูไบ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก เมืองดูไบขึ้นชื่อในเรื่องของความล่ำซำ ดินแดนของคนรวย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูหรูหราไปซะหมด ก็เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านมาชมภาพชีวิตประจำวันของคนในดูไบกัน ดูซิว่าจะแตกต่างจากประเทศเราซักแค่ไหน ขอบอกไว้ก่อนว่าภาพที่จะเห็นต่อไปนี้เป็นเรื่องปกติสุดๆ ในดูไบเลยแหละ 1.รถตำรวจซุปเปอร์คาร์ 2.รถแต่งแบบแปลกๆ บนท้องถนน 3.ร้านกาแฟสตาบัคตกแต่งแบบธรรมดาแล้วในดูไบ 4.ที่จอดอูฐ 5.ตำรวจจับพวกเดียวกันได้ 6.รถแปลกๆ ของคนรวย 7.เรือยืนพาย 8.ดูไบเมื่องแห่งความร่ำรวย 9.ภาพเมืองดูไบจากมุมสูง 10.พาสัตว์เลี้ยงไปล่องเรือ

    • ป้าย อย่าขับรถตกหน้าผา! หากมัวแต่ขับรถชมวิวอาจทำให้เกิดอุบัติที่ไม่คาดคิดได้ง่ายๆ  ที่เห็นป้ายนี้มีจริงๆ ครับ ป้ายอย่าขับรถตกหน้าผา ที่ประเทศไอร์แลนด์บนคาบสมุทร dingle จะพบเห็นป้ายนี้อยู่ทั่วไป ทางการได้นำป้ายมาติดเพราะหากรถตกลงไปแล้ว นอกจากจะเก็บกู้ยากแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงด้วยครับ แต่ถึงอย่างนั้นป้ายแบบนี้ก็เป็นที่ตลกขบขันให้กับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นได้ดี เพราะคงไม่มีใครอยากขับลงไปแน่นอน และเป็นสัญลักษณ์ของที่นี้ไปแล้วครับ   ขอบคุณภาพ: http://www.travelandleisure.com/ ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • วัดถ้ำแห่งตุนหวงใจกลางทะเลทรายของจีน ตุนหวง (Dunhuang) เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายโกบี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในฐานะเป็นแหล่งศาสนศิลป์ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5 ตุนหวง เป็นศูนย์กลางสำคัญบนเส้นทางไหม (Silk Road) เป็นทางผ่านและจุดแวะพักของขบวนคาราวานพ่อค้า และถนนไหมเป็นเส้นทางแห่งการเผยแพร่พุทธศาสนา จากอินเดียเข้ามายังประเทศจีน ตุนหวง จึงกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมหลายชนชาติ โดยเฉพาะจีน อินเดีย กรีก และอาหรับ หลอมรวมและช่วยกันสร้างวัดในถ้ำ ไว้เป็นที่สักการะบูชาพระพุทธเจ้า โดยปรากฏหลักฐานโบราณคดีอันล้ำค่ามีสภาพสมบูรณ์ในถ้ำแห่งนี้ วัดถ้ำแห่งตุนหวง (Mogao Caves

    5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

    Blogroll