“ทุ่งโนนสน”งามสะพรั่งดอกไม้ป่า : 1 ใน 10 ทุ่งดอกไม้สวยที่สุดในไทย

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 11 ธันวาคม 2012 (เข้าดู 32 views)
  • -ก ก+
  • แม้คนเมืองอย่างเราๆจะเห็นฝนแล้วหวาดระแวง แต่สำหรับสรรพชีวิตในผืนป่าแล้ว สายฝนเปรียบเสมือนความชุ่มฉ่ำที่ชุบชีวิตให้ฟื้นคืนสู่ความมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ ดอกไม้ป่านานาชนิดก็กำลังผลิบานเหมือนอย่างที่ “ทุ่งโนนสน” ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่มีอาณาเขตครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์

          ดอกเหลืองพิศมรยามเช้าบนลานหิน

           ทุ่งโนนสน ถูกยกให้เป็น 1 ใน 10 ทุ่งดอกไม้ที่สวยที่สุดของไทย ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก กับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้ร่วมกันผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติตามแนวคิดเที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน ที่คนรักดอกไม้ไม่ควรพลาดชม

    ลานสนสองใบ ที่มาของชื่อทุ่งโนนสน

           ทุ่งโนนสนตั้งอยู่ใจกลาง อช.ทุ่งแสลงหลวง บนความสูง 700 ม. เป็นที่ราบทุ่งหญ้าสลับป่าสนเขา ช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. ของทุกปี เป็นช่วงที่ป่าไม้จะมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด และมีการสะสมตะกอนดินที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้มีดอกไม้ประเภทดอกไม้ดินบานสะพรั่งเต็มทั้งบนลานทุ่งโนนสนและตามลานหิน

    แรงชักหมดเมื่อเริ่มไต่เนินป่าซาง

           เมื่อก่อนนี้หากใครอยากจะไปดูดอกไม้บนทุ่งโนนสนจะต้องเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.8 หรือหน่วยฯ หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นระยะทางไกลถึง 16 ก.ม. แต่ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ทาง อช.ทุ่งแสลงหลวงได้เปิดเส้นทางใหม่เดินตรงสู่ทุ่งโนนสนได้ใกล้กว่าเดิม โดยตั้งต้นจากหน่วยพิทักษ์ฯ สล.12 บ้านรักไทย ในอำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ย่นระยะทางเหลือเพียง 9 ก.ม. อีกทั้งตอนนี้ก็ได้เวลาดีที่ดอกไม้ป่านานาพันธุ์กำลังผลิบาน จึงเป็นที่มาของการเดินทางของ “ตะลอนเที่ยว” ในทริปนี้

    สภาพเส้นทางเดินขึ้นเขาอันร่มรื่น

           ทุ่งโนนสนจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้รักธรรมชาติโดยเฉพาะ เพราะนอกจากจะต้องเดิน-ปีน-ป่าย ถึง 9 ก.ม. ขึ้นไปให้ถึงยอดแล้ว ด้านบนยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีร้านอาหาร ต้องเตรียมเสบียงและโชว์ฝีมือเสน่ห์ปลายจวักกันเอง ไม่มีไฟฟ้า ยามค่ำคืนมีแต่แสงของดวงจันทร์และดวงดาว ไม่มีบ้านพัก แต่มีที่พักที่กว้างขวางใต้ต้นสนและต้นรังให้เลือกมุมกางเต็นท์ได้ตามใจชอบ ไม่มีห้องน้ำ แต่มีอ่างอาบน้ำธรรมชาติให้นอนแช่น้ำเย็นฉ่ำที่ลำธาร ที่สำคัญยังมีห้องส้วมแบบ Open Air ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ให้ใช้บริการอีกด้วย แต่หากใครไม่เคยชินหรือรู้สึกเขินๆ ทางอุทยานมีห้องน้ำขึงด้วยผ้าใบแบบเรียบง่ายไว้ให้บริการ แต่ต้องเตรียมน้ำมาทำความสะอาดเอง

    ลานกางเต็นท์อยู่ไม่ไกลกับทุ่งดอกไม้

           เมื่อเตรียมกายเตรียมใจพร้อมแล้วก็ได้เวลาเดินทางมุ่งหน้าสู่ทุ่งโนนสนกันได้ อากาศสดใสเหมือนจะเป็นใจเมื่อ “ตะลอนเที่ยว” เริ่มออกเดินทาง โดยจากหน่วยฯ รักไทย เราต้องนั่งรถกระบะไปอีก 8 ก.ม. ไปยังจุดเริ่มต้นเดินเท้าที่บ้านฐานแตก อันเป็นหมู่บ้านที่เคยเป็นพื้นที่สีแดงในยุคคอมมิวนิสต์ และเริ่มต้นเดินก้าวแรก ของ 9 ก.ม. ที่นี่ ซึ่งเส้นทางเดินเท้านั้นต้องผ่านทุ่งหญ้าคา ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาตามลำดับ เดินได้ราว 2-3 ก.ม. เราหยุดแวะพักเป็นจุดแรกบริเวณ “เนินหินลาด” น้ำตกบนลานหินเล็กๆ ก่อนจะเดินต่อไปยัง “เนินทดลอง” ซึ่งเป็นเนินลาดชันแต่ไม่มากนักเหมือนให้ทดลองกำลังของตัวเอง ส่วน “เนินลองใจ” ก็เป็นอีกหนึ่งเนินทดสอบกำลังใจของตัวเองเช่นกัน

    เหลืองพิศมร หรือเอื้องนวลจันทร์ นางเอกของทุ่งโนนสน

           แต่เมื่อถึง “เนินป่าซาง” องศาเริ่มชันมากขึ้นจนต้องค่อยๆ ปีนป่ายเกาะราวไม้ไผ่ขึ้นไปทีละก้าว เมื่อเดินถึงยอดเนินจึงต้องพักกินข้าวกลางวันเอาแรงกันที่นี่ เมื่อมีแรงจากข้าวเหนียวหมูทอดแล้ว “ตะลอนเที่ยว” ไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ ผ่าน “เนินดูใจ” ผ่าน “จุดชมวิว” และในที่สุดก็พาตัวเองขึ้นมาถึงที่ราบยอดเขาหรือ “ทุ่งโนนสน” บนความสูง 700 ม. จนได้ ใช้เวลาไปราว 5 ช.ม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติ

    คืนนี้เราพักผ่อนนอนเต็มที่จนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขา ในตอนรุ่งเช้า “ตะลอนเที่ยว” จึงพร้อมแล้วที่จะออกเดินทางชมสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนทุ่งโนนสน ซึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. จะเป็นช่วงที่มีดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดบานสะพรั่งบนทุ่งโนนสน โชคดีที่ได้พี่ “มะขามป้อม-ปัญญา จันทร์มา” เจ้าหน้าที่สื่อความหมายของ อช.ทุ่งแสลงหลวง ผู้คุ้นเคยกับดอกไม้ใบหญ้าบนทุ่งโนนสนแทบทุกชนิด เป็นคนพาเดินชมดอกไม้ใบหญ้าในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางราว 2.5 ก.ม.

    เอื้องนวลจันทร์-เอื้องม้าวิ่ง

           “ตะลอนเที่ยว” ไม่ผิดหวังเลยเพราะระหว่างทางได้พบเจอดอกไม้และต้นไม้น่าสนใจที่พี่มะขามป้อมชี้ชวนให้ชมไปตลอดทาง เริ่มตั้งแต่ หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลงที่ปกติแล้วพันธุ์ที่พบนั้นจะขึ้นอยู่ในที่สูงประมาณ 1,400 ม. จากระดับน้ำทะเล แต่กลับพบเป็นดงอยู่บนทุ่งโนนสนที่สูงประมาณ 700 ม. เท่านั้น

    หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่นี่พบ 2 พันธุ์ด้วยกัน คือพันธุ์สีเขียวดอกใหญ่ พันธุ์สีแดงดอกเล็ก ขณะที่ตามพื้นดินในเส้นทางช่วงแรกนั้น เต็มไปด้วยดอกจอกบ่วาย หรือ หยาดน้ำค้าง พืชกินแมลงอีกชนิดหนึ่งที่ออกดอกเป็นรูปวงกลมสีแดงอยู่เรี่ยพื้นดิน และจะมีน้ำหวานลักษณะเหมือนหยดน้ำค้างเกาะอยู่ที่ดอกตลอดทั้งวันเพื่อล่อและเป็นกับดักจับแมลงและยังเป็นน้ำย่อยภายในตัว

    ดงดอกดุสิตา (บน) กุหลาบพันปี (ล่าง)

           ด้าน กระดุมเงิน กระดุมทอง และ จุกนกยูง เป็นดอกไม้ป่าที่มีดอกลักษณะกลมเป็นปุย พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง แม้ไม่สวยโดดเด่นแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง หญ้ารากหอม ที่ออกดอกเป็นช่อสีม่วง นอกจากจะน่ารักแล้วยังมีกลิ่นหอมที่รากอันเป็นลักษณะเฉพาะ ใช้เป็นยาสมุนไพรแก้เป็นลมได้ด้วย

    นอกจากนั้นในบริเวณลานหินใกล้ลำธารยังพบ ข้าวตอกฤาษี มอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในไทย และยังมีชื่อสามัญเป็นภาษาไทยอีกด้วย ข้าวตอกฤาษีจะขึ้นในที่ที่อากาศสะอาด และไวต่อสภาพเป็นพิษ แสดงถึงธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของทุ่งโนนสน

    สิงโตกลอกตา-สิงโตรวงข้าว

           คราวนี้มาชมกล้วยไม้หายากกันบ้าง อย่าง สิงโตสมอหิน สิงโตรวงข้าว และ สิงโตกลอกตา กล้วยไม้ป่าที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก สิงโตสมอหิน เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยขึ้นเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองแกมเขียว ขณะที่สิงโตรวงข้าวออกดอกเป็นช่อสีเหลืองคล้ายรวงข้าว ส่วนสิงโตกลอกตาขึ้นอยู่ตามซอกหิน ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พบเพียงแห่งเดียวที่ทุ่งโนนสนนี้เท่านั้น

    หม้อข้าวหม้อแกงลิง (บน) จอกบ่วาย (ล่าง)

           ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติยังมีดอกไม้ป่าอีกหลากหลายให้ยลไม่ว่าจะเป็น สร้อยสุวรรณา สีเหลืองสดใส ทิพย์เกสร สีม่วงอ่อนหวาน สรัสจันทร สีน้ำเงินอมม่วง ดุสิตา ดอกไม้สีน้ำเงินอมม่วง ต่างเป็นดอกไม้ที่ได้ชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังมีดอกไม้น่ารักๆ อย่าง เอื้องม้าวิ่ง เอื้องบายศรี เอื้องมัน เอื้องน้ำต้น เอนอ้า หงอนนาค จ่าห้อม ปราบภู ที่ขึ้นอยู่ตามโขดหินบ้าง ตามพื้นดินและต้นไม้บ้าง ให้คนชอบถ่ายรูปได้เพลินเพลินกับการถ่ายมาโครกันไป ดอกไม้เหล่านี้มีเยอะจนมีผู้นำมาแต่งเป็นเพลงประจำทุ่งโนนสน โดยเอาชื่อดอกไม้มาเรียงร้อยต่อกันอย่างไพเราะ (คลิกฟังเพลงทุ่งโนนสน)

    ข้าวตอกฤาษี-เสม็ดแดง

           แต่ดอกไม้ที่ “ตะลอนเที่ยว” ยกให้เป็นนางเอกของทุ่งโนนสนก็คือดอก เหลืองพิศมร หรือ เอื้องนวลจันทร์ กล้วยไม้ดินอีกชนิดหนึ่งที่ผลิบานเต็มลานหิน เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เยอะที่สุดบนทุ่งโนนสน อวดสีเหลืองสดใสท้าแดดลมอย่างเบิกบาน แต่ช่วงเวลาที่ดอกเหลืองพิสมรงดงามที่สุดคงเป็นช่วงเช้าตรู่ที่น้ำค้างยังคงเกาะอยู่บนกลีบใบ ผสมกับแสงแรกของวันที่สาดส่องมากระทบอย่างอ่อนโยน บวกกับหมอกจางๆ มองเห็นทิวสนเป็นฉากหลัง สวยจนเผลอกดชัตเตอร์ไม่ยั้งเลยทีเดียว แต่มีข้อควรระวังสำหรับการเดินชมดอกเหลืองพิศมร เพราะลานหินบางช่วงมีตะไคร่น้ำเกาะจนลื่น หากเดินไม่ระวังอาจเจ็บตัวและเจ็บใจที่กล้องตกกระแทกพื้นได้

    ดอกไม้กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน

           นอกจากดอกไม้นานาชนิดแล้ว ต้นไม้ต่างๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาถึงทุ่งโนนสน จะไม่พูดถึงต้นสนก็กระไรอยู่ พี่มะขามป้อมบอกกับเราว่า ต้นสนบนทุ่งโนนสนนี้ประมาณ 90% เป็นสนสองใบ ที่จะพบในระดับความสูง 500 ม. ขึ้นไป เปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่องลึกเหมือนหนังจระเข้ สีค่อนข้างเข้ม นอกจากนั้นยังชี้ชวนให้ดูไลเคนชนิดต่างๆ ทั้งไลเคนแบบปรสิตสีขาวที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ไลเคนแบบแผ่น และไลเคนแบบฝอยลม ซึ่งจะอยู่ได้ในสภาพอากาศที่สะอาดทั้งยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร นำมาต้มกับน้ำดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย และอีกหนึ่งต้นไม้น่าสนใจที่ไม่ควรกล่าวข้ามคือ ต้นเสม็ดแดง ที่ลำต้นมีสีน้ำตาลแดง ปกติแล้วเสม็ดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายหาด จึงเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าแต่เดิมบริเวณนี้อาจเคยเป็นทะเลมาก่อนก็เป็นได้

    พี่มะขามป้อมกำลังอธิบายเกี่ยวกับไลเคนฝอยลม

           ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินอกจากจะได้ชมดอกไม้ใบหญ้าแล้ว ยังมีภูมิประเทศที่น่าสนใจ บางช่วงเป็นทางเดินแคบๆ ระหว่างโขดหินใหญ่ดูคล้ายกำแพงเมือง บางช่วงเป็นลานหินที่เรียกว่า ซันแคร็ก (Sun Crack) ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ธรรมชาติสร้างขึ้นโดยการบีบอัดและยกตัวของผิวโลกที่เคยเป็นทะเลมาก่อน และเกิดการกัดกร่อนจากแสงแดด ลม ฝน

    โขดหินใหญ่ราวกับเป็นกำแพงเมือง

           เดินชมธรรมชาติกันมาเป็นชั่วโมงๆ หลายคนเริ่มเหนื่อย ร้อน และหิวได้ที่ โชคดีที่ระหว่างทางมีน้ำตกเล็กๆ ที่ยังไม่มีชื่อ แต่ “ตะลอนเที่ยว” และชาวคณะขอเรียกว่า น้ำตกกุหลาบแดง เพราะมีต้นกุหลาบพันปีชนิดหนึ่งกำลังออกดอกสีแดงสดใสอยู่ริมลำธารพอดี ที่นี่เราได้แวะกินข้าวและเล่นน้ำคลายร้อนกัน

    น้ำตกแห่งนี้แม้จะมีเพียงธารน้ำเล็กๆ แต่ทุกคนก็สนุกสนานเย็นฉ่ำกันมาก ในลำธารมีแอ่งเล็กบ้างใหญ่บ้างที่เกิดขึ้นเพราะถูกน้ำและหิน กรวด ทราย กัดเซาะ กลายเป็นอ่างธรรมชาติให้เราได้ลงไปแช่ตัวกัน สายน้ำที่เกิดขึ้นจากการเก็บรักษาของดินและต้นไม้นั้นเย็นยะเยือก แต่ก็สร้างความสดชื่นและคลายความเหนื่อยล้าให้เราได้เป็นอย่างดี

    เล่นน้ำในแอ่งกลางน้ำตกกุหลาบแดง

           “ตะลอนเที่ยว” ใช้เวลากับทริปท่องเที่ยวทุ่งโนนสน 3 วัน 2 คืน เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ทั้งดอกไม้ ต้นไม้ ลำธาร อากาศสดชื่น รวมไปถึงความสนุกสนานและมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง นับเป็นความประทับใจที่อยากบอกต่อให้ใครๆ ได้เดินทางมาเก็บความประทับใจด้วยตัวเอง แต่ขอบอกว่าต้องรีบหน่อย เพราะดอกไม้จะมีให้ชมถึงราวปลายเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น หรือหากใครจะเตรียมตัวไว้เพื่อเป็นทริปท่องเที่ยวในปีหน้า ทุ่งโนนสนและหมู่มวลดอกไม้ก็ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ

    ขอขอบคุณข้อมูล  http://www.manager.co.th

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ
    • ผับเอาใจคนหัวล้าน ที่ญี่ปุ่น
      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีผับเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ที่ดูจะเอาใจ “คนหัวล้าน” เป็นพิเศษ

    • ต้นไม้เก่าแก่ร้อยปีใน กทม.
      ข้อมูลจากสํานักงานสวนสาธารณะ สํานักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ในปี 2553 บอกไว้ว่า เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่สีเขียวกับจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ

    • ทะเลสาบล็อกเนสส์ สกอตแลนด์
      ทะเลสาบ ล็อกเนสส์ หรือ ทะเลสาบเนสส์ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศสกอตแลนด์ ในสถานที่ที่เรียกว่า “เกรตเกลน” มีชื่อเสียงในเรื่องของสัตว์ประหลาดที่มีชื่อว่า

    • เมืองลับแล เสน่ห์อุตรดิตถ์
      “เมืองลับแล” เป็นอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งของจ.อุตรดิตถ์ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบ กล่าวกันว่าเมื่ออดีตที่นี่คงเป็นเมืองที่มีการเดินทางไปมาไม่สะดวกสบาย มีเส้นทางที่คดเคี้ยวทำให้คนที่ไม่ชำนาญเส้นทางอาจพลัดหลงได้ง่าย จึงทำให้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองลับแล

    
    บทความล่าสุด
    • ป้าย อย่าขับรถตกหน้าผา!

      หากมัวแต่ขับรถชมวิวอาจทำให้เกิดอุบัติที่ไม่คาดคิดได้ง่ายๆ  ที่เห็นป้ายนี้มีจริงๆ ครับ ป้ายอย่าขับรถตกหน้าผา ที่ประเทศไอร์แลนด์บนคาบสมุทร dingle จะพบเห็นป้ายนี้อยู่ทั่วไป ทางการได้นำป้ายมาติดเพราะหากรถตกลงไปแล้ว นอกจากจะเก็บกู้ยากแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงด้วยครับ แต่ถึงอย่างนั้นป้ายแบบนี้ก็เป็นที่ตลกขบขันให้กับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นได้ดี เพราะคงไม่มีใครอยากขับลงไปแน่นอน และเป็นสัญลักษณ์ของที่นี้ไปแล้วครับ   ขอบคุณภาพ: http://www.travelandleisure.com/ ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • วัดถ้ำแห่งตุนหวงใจกลางทะเลทรายของจีน ตุนหวง (Dunhuang) เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายโกบี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในฐานะเป็นแหล่งศาสนศิลป์ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5 ตุนหวง เป็นศูนย์กลางสำคัญบนเส้นทางไหม (Silk Road) เป็นทางผ่านและจุดแวะพักของขบวนคาราวานพ่อค้า และถนนไหมเป็นเส้นทางแห่งการเผยแพร่พุทธศาสนา จากอินเดียเข้ามายังประเทศจีน ตุนหวง จึงกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมหลายชนชาติ โดยเฉพาะจีน อินเดีย กรีก และอาหรับ หลอมรวมและช่วยกันสร้างวัดในถ้ำ ไว้เป็นที่สักการะบูชาพระพุทธเจ้า โดยปรากฏหลักฐานโบราณคดีอันล้ำค่ามีสภาพสมบูรณ์ในถ้ำแห่งนี้ วัดถ้ำแห่งตุนหวง (Mogao Caves

    • 10 หลุมอุกกาบาต ที่เคยถล่มโลกในอดีต ลองจินตนาการว่าวันหนึ่งคุณกำลังแหงนหน้า มองท้องฟ้าโปร่งยามราตรี ทันใดนั้นสายตาคุณก็ไปสะดุดเข้ากับจุดสีเหลืองเล็กๆ ที่ปลายขอบฟ้า พอลองดูดีๆ กลับพบว่าไอ้จุดที่ว่านั้นมีขนาดใหญ่กว่าบ้านคุณไม่รู้กี่เท่า แถมยังพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ อีกต่างหาก ใช่แล้วครับ จุดสีเหลืองที่ว่านั้นก็คืออุกกาบาตจากนอกโลกนั่นเอง วัตถุมหึมาที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงนี้ ก่อหายนะมหาศาลอย่างคาดไม่ถึง ทั้งสึนามิหรือแผ่นดินไหว ฝุ่นควันที่เกิดจากการชนโลกสามารถบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ได้เป็นปีๆ สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นกับโลกเรามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนครับ ก่อนที่เราจะกังวลกับเรื่องดาวตกมากกว่านี้ เปลี่ยนบรรยากาศมาชมภาพหลุมอุกกาบาตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 10 แห่งของโลกกันดีกว่า 10.Chicxulub Crater, Mexico หลุมนี้เกิดขึ้นจากการชนของอุกกาบาตขนาดยักษ์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน  ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่เทียบเท่ากับระเบิด TNT 100 เทราตัน คาดกันว่าเพราะการชนครั้งนี้ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น

    • 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดที่ 77 เชื่อว่าหลายๆคนยังไม่รู้ว่าประเทศไทยกำลังจะมีจังหวัดที่ 77 ชื่อว่า จังหวัดบึงกาฬ หลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬที่เสนอให้จัดตั้งมีพื้นที่ทั้งหมด 4,305 ตร.กม. จากการสำรวจความเห็นของประชาชนจังหวัดหนองคาย ปรากฏว่าประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ร้อยละ 98.83 หากมีการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ จะมีประชากรประมาณ 390,000 คน ประกอบด้วย 8 อำเภอ อันดับที่ 10 วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) จากตัวเมืองใช้เส้นทางหลวง หมายเลข 212 ไป

    • 40 สถานที่ท่องเที่ยวลึกลับ! ทั่วโลก 1. Ristorante Grotta Palazzese อิตาลี Ristorante Grotta Palazzese ห้องอาหารหรู และอลังการที่สุดในอิตาลี ตั้งอยู่ในถ้ำ Polignano ชายหาด Mare ของโรงแรม Hotel Ristorante Grotta Palazzese ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่าทศวรรษแล้ว ใครอยากลองหาประสบการณ์ดินเนอร์แบบหรูเลิศแล้วล่ะก็ อย่าได้พลาด 2. Chichilianne, Rhone Alpes ฝรั่งเศส ภูเขามหึมา Mont Aiguille

    5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

    Blogroll