ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง

  โพสเมื่อ: วันอาทิตย์ 26 พฤษภาคม 2013 (เข้าดู 116 views)
  • -ก ก+
  • เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว และการไปเที่ยวสัมผัสความงามของธรรมชาติ หรือหาสถานที่พักผ่อนคลายร้อนในช่วงฤดูร้อนนี้ ก็คงจะไม่มีอะไรเหมาะมากไปกว่าการพักผ่อนที่ “ทะเล”

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    หินย้อยภายในถ้ำเลเขากอบ

           และในช่วงฤดูร้อนนี่เอง ทำให้ทะเลบ้านเราทั้งน้ำสวย และฟ้าใส หาดทรายขาว โดยวันนี้ “ตะลอนเที่ยว” ก็จะพากันลงใต้ไปที่ “ตรัง” จังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ในภาคใต้ของประเทศไทย

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    หินตาหินยาย ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

           จังหวัดตรังถือเป็น 1 ใน 6 จังหวัดของประเทศไทย ที่มีชายฝั่งติดทะเลอันดามัน และยังเป็นจังหวัดที่มีสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ด้วยความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบนบกหรือในน้ำ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับอันซีน ที่ถูกกล่าวขานถึงกันอย่างมากมาย

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์

           โดยในทริปนี้เราพุ่งเป้าไปยัง 2 ถ้ำดังแห่งเมืองตรัง ซึ่งต่างก็มีดีกรีอยู่ในระดับอันซีนไทยแลนด์ทั้งคู่ เริ่มกันที่ “ถ้ำเลเขากอบ” หรือ ถ้ำทะเล หรือ ถ้ำเขากอบ ตั้งอยู่ ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอห้วยยอด

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ระหว่างทางล่องเรือสู่ปากทางเข้าถ้ำเลเขากอบ

           ถ้ำเลเขากอบ เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันตามภาษาพื้นบ้าน คำว่า “ถ้ำเล” ตามภาษาท้องถิ่นทางภาคใต้หมายถึง สิ่งที่เป็นน้ำ มีบริเวณกว้างใหญ่ เพราะถ้ำเลเป็นถ้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดถ้ำ ซึ่งถ้ำเลเขากอบนั้นเป็นถ้ำธรรมชาติที่มีธารน้ำลอดผ่าน สามารถล่องเรือเข้าไปเที่ยวชมความงดงามและน่ามหัศจรรย์ได้

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ถ้ำเจ้าสาว ไฮไลท์ภายในถ้ำ

           เมื่อมายังถ้ำเลเขากอบแล้ว ก็จะมีการแบ่งกันลงเรือเพื่อเข้าชมความงามภายในถ้ำ โดยแต่ละลำจะบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 4-5 คน (ไม่รวมคนบังคับเรือ) โดยช่วงแรกเรือจะล่องผ่านต้นไม้อันร่มรื่นเขียวขจีระหว่าง 2 ข้างทาง และค่อยๆลอดเข้าไปในถ้ำ ที่จะค่อยๆแคบและมืดลง ในช่วงแรกของถ้ำจะมีจุดจอดให้ขึ้นไปเดินชมโถงถ้ำต่าง ๆ ได้แก่ ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย หินตา หินยาย หรือลอดท้องช้าง

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ท้าทายความเสียวกับอันซีน “ลอดท้องมังกร”

           และนอกจากนี้ไฮไลท์ภายในถ้ำเขากอบคือ “ถ้ำเจ้าสาว” ซึ่งมีลักษณะเป็นหินงอกลักษณะคล้ายผ้าม่านกั้นอยู่บริเวณด้านหน้าโถง ภายในมีแท่นหินลักษณะคล้ายเตียงนอน ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่าหากคนที่ยังไม่มีคู่ เมื่อลอดเข้าโถงถ้ำทางช่องกลางของม่านเจ้าสาว กลับไปก็จะได้พบกันเนื้อคู่ แต่ถ้าหากมีคู่แล้วก็ให้ลอดช่องทางด้านซ้ายมือก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ถ้าหากคนไหนมีคู่แล้ว ต้องการมีเพิ่มก็ให้ลอดช่องด้านขวามือ เมื่อกลับไปจะได้พบคู่เพิ่ม และเมื่อออกจากโถงถ้ำเจ้าสาว จะต้องออกทางช่องใหญ่ มิฉะนั้นจะไม่เป็นดังคำอธิษฐาน

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ฟ้าสวยน้ำใส มนต์สน่ห์แห่งท้องทะเลตรัง

           หลังจากชมโถงถ้ำกันไปแล้ว ก็ได้เวลาลงเรือกันต่อไปกันที่ช่วงสุดท้ายของถ้ำ นับว่าเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นช่วงถ้ำมืดเพดานต่ำที่เรียกว่าช่วงลอดท้องมังกร โดยคนคุมเรือจะให้ทุกคนนอนหงายทำตัวให้แนบกับพื้นเรือมากที่สุด จากนั้นจึงก็ค่อยๆพายเรือลอดถ้ำที่เพดานต่ำแคบลงมาเรื่อยๆ ในบางช่วงเพดานถ้ำจะต่ำมาก เสมือนว่าปลายจมูกจะครูดกับผนังถ้ำเลยทีเดียว ทำเอานักท่องเที่ยวหวาดเสียวไปตามๆกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องนอนราบไปกับท้องเรือระยะหนึ่ง เมื่อผ่านท้องมังกรอันมืดมิดออกมาได้ จะมองเห็นแสงสว่างของปลายถ้ำ ก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นและประทับใจ

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ปากทางเข้าถ้ำมรกต อันซีนแห่งท้องทะเลอันดามัน

           หลังจากหวาดเสียวกับการลอดท้องมังกรที่ถ้ำเลเขากอบกันไปแล้ว ต่อไป “ตะลอนเที่ยว” จะพาไปสัมสัมผัสกับความหมัศจรรย์อันซีนกันที่ “ถ้ำมรกต” ถ้ำแสนงามแห่งทะเลอันดามัน

    “ถ้ำมรกต” ตั้งอยู่ที่เกาะมุก ซึ่งเป็นเป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง ถ้ำมรกตเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง ที่นี่นับได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์กลางท้องทะเลเลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเที่ยวทะเลตรัง ต่างไม่พลาดกับการเดินทางเข้าชมถ้ำมรกต ซึ่งถือว่าเป็น Unseen in Thailand

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    ชายหาดภายในถ้ำมรกตที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจี

           เมื่อพร้อมแล้วก็เตรียมตัวสวมชูชีพเตรียมพร้อมลงเรือเพื่อจะไปยลความงามของถ้ำมรกตกันเลย โดยเรือจะแล่นจากฝั่งไปประมาณ 30 – 40 นาที จะมาถึงปากถ้ำ ปากทางเข้าถ้ำจะเป็นโพรงเล็กๆ สูงพ้นน้ำมาระดับหนึ่ง ในการเข้าไปจะต้องใช้มือเกาะไหล่คนด้านหน้า และเข้าไปเป็นแถว ระยะทางประมาณ 80 เมตร บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนไปยังน้ำภายในถ้ำ ทำให้เห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต ดูแปลกตาและสวยงามตามธรรมชาติ

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    นักท่องเที่ยวเล่นน้ำภายในถ้ำมรกต

           โดยระหว่างทางที่เข้าไปในถ้ำจะมืดมาก จนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ และเมื่อพ้นจากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะมองเห็นหาดทรายขาวสะอาด รายล้อมด้วยหน้าผาและต้นไม้เขียวขจี และเมื่อหากไปตรงเวลากับที่พระอาทิตย์ส่องแสงมายังพื้นน้ำพอดี ก็จะเห็นน้ำใสสีเขียวราวกับมรกต มองแล้วสวมงามจับใจจริงๆ

    ถ้ำเลเขากอบ-ถ้ำมรกต

    หาดมรกต สวดสด งดงาม

           แม้ว่าจังหวัดตรังจะเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่โตมา แต่จังหวัดตรังก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้นักท่องเที่ยว และผู้มาเยือน ได้สัมผัสธรรมชาติเมืองตรัง ในมุมที่แตกต่างไปจากที่อื่น หากใครได้มีโอกาสมาเยือนเมืองตรังละก็ ลองมาเที่ยว 2 ถ้ำตรัง ในแบบอันซีนไทยแลนด์กัน รับรองว่าจะทำให้ประทับใจมิรู้ลืม

    สำหรับผู้สนใจท่องเที่ยวจังหวัดตรัง สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง โทร. 0- 7521-5867-8

    ขอขอบคุณข้อมูล  www.manager.co.th

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ
    • ฟูจิเมืองไทยที่เมืองเลย
      “ภูเขาไฟฟูจิ” หรือ “ฟูจิยามา” ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ใครหลายคนฝันจะไปเยือน เนื่องจากภูเขาไฟแห่งนี้เป็นภูเขาไฟที่สูง มีลักษณะเป็นปล่องไฟ

    • เที่ยวลอยกระทงเชียงใหม่ 2556
      เก็บภาพลอยกระทงที่จังหวัดเชียงใหม่มาฝากครับ เป็นอีกประเพณีที่ดึงดูดชาวเชียงใหม่ ต่างชาติ และนักท่องเที่ยวต่างๆ ให้มาร่วมตัวกันได้อย่างเนืองแน่นมากๆ ครับ เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงเชียงใหม่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึงภาคเหนืออย่างแท้จริง

    • ทีลอซู สายน้ำและขุนเขา จังหวัดตาก
      เตรียมพูดภาษากะเหรี่ยงให้คล่องแคล่วแล้วแพ็คกระเป๋าตามเราไปสุดเหวี่ยงกับ “ทีลอซู” น้ำตกขนาดใหญ่ แห่งจังหวัดตาก ที่ใครได้ไปแล้วเป็นต้องหลงรัก ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • ถ้ำมรกต – สถานีรถไฟกันตัง แห่งจังหวัดตรัง
      มาสัมผัสกับความงามอันชวนให้ตะลึงของ ถ้ำมรกต ให้เพลิดเพลินสายตา บ่อยครั้งที่เรามักจะคิดถึงทะเลฝั่งอันดามันโดยมี ภูเก็ต กระบี่ หรือพังงา

    
    บทความล่าสุด
    • นอนไปเสียวไส้ไป “โรงแรมแคปซูลลอยฟ้า”…ใครไม่กลัวความสูงต้องลอง

       เว็บไซต์ Boredpanda.com เผยแพร่ภาพของ “สกายลอดจ์” หรือโรงแรมแคปซูลลอยฟ้าของเปรู ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ รักการผจญภัย หรือชอบความท้าทายมากๆ ลักษณะโรงแรมมันเป็นกล่องกระจกใสรอบด้าน ติดอยู่ตามหน้าผาบริเวณเทือกเขาแอนดิสซึ่งสูงถึง 400 ฟุต ยื่นออกมาอย่างนั้น ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบด้านได้อย่างสวยงามเป็นพิเศษ ตัวโรงแรมทำมาจากโพลีคาร์บอร์เนตและอลูมิเนียม ซึ่งทั้งหมดนี้ควบคุมดูแลโดยนาตูราวีวา ซึ่งเป็นบริษัทการท่องเที่ยวของเปรู เพื่อนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจโดยเฉพาะ เอาเป็นว่าถ้าใครไม่กลัวความสูงก็ลองเลย ราคาเริ่มต้นที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,179 บาท) ขอบคุณ ข่าวสด

    • 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น โดย GTH และนาดาว คลิปข้อควรปฎิบัติเมื่อจะไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ  รู้ไว้สักหน่อยจะได้ไม่ทำให้ต่างชาติมองคนไทยในแง่ลบ ด้วยคลิปที่สนุกเข้าใจง่ายจากค่าย GTH และนาดาว นำแสดงโดย เต๋อ-เผือก 1. คนญี่ปุ่น จะมีวัฒนธรรมในการเข้าแถว ไม่ว่าจะซื้อหรือใช้บริการอะไรก็ตาม 2. ในรถสาธารณะ ไม่ควรคุยโทรศัพท์เสียงดังรบกวนผู้อื่น ควรปิดเสียงโทรศัพท์ รวมถึงเสียงแอพพลิเคชั่นแชทต่างๆ 3. การขึ้นบันไดเลื่อนที่ญี่ปุ่น ควรชิดซ้าย เพื่อหลีกทางให้ผู้ที่รีบเดินแซงได้ แต่ต้องสังเกตในแต่ละท้องถิ่น หากเป็นโตเกียวจะยืนชิดซ้าย หากเป็นภูมิภาคคันไซ อันได้แก่ โอซาก้า เกียวโต หรือเมืองใกล้เคียง จะยืนชิดขวา 4. เวลาถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ

    • ประเพณีเก็บน้ำผึ้งโบราณ ในเนปาล ฮิมาลายา ประเพณีการเก็บน้ำผึ้งที่เก่าแก่ดั้งเดิมของเผ่า Algurung ที่อาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์หมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศเนปาล ทั้งชายและหญิงเผ่า Algorong จะออกหาน้ำผึ้งป่ารสชาติเยี่ยมและมีความพิเศษกว่าที่ใดในโลกเพียงปีละสองครั้ง บนเทือกเขาหิมาลัย ฉันมาพร้อมกับช่างภาพชาวอังกฤษ “แอนดรู นอยด์” ได้บันทึกภาพกิจกรรมที่อันตรายมากและเป็นภาพที่ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญที่สุดของคนที่นี้ ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ Credit: www.facebook.com/sawtelghad ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    • ชนเผ่าในไซบีเรีย กับการกินดื่มเลือดสดๆ เนื้อสดๆ เมื่อพูดถึงซอมบี้ เรามักจะคิดถึงหนังฟอร์มยักษ์ที่มีเหล่าผีดิบหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว  ควบคุมตัวเองไม่ได้และวิ่งไล่ล่าเพื่อกัดกิน เอาชีวิตมนุษย์ เพื่อกระจายเชื้อซอมบี้ไปเรื่อยๆ แต่เรื่องราวที่เราเอามาให้คุณได้อ่านกันวันนี้ เป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่แถวๆ ไซบีเรีย ซึ่งพวกเค้าได้เปิบเมนูกวางเรนเดียสดๆ แบบไม่ปรุงรสชาติ หรือทำให้สุกแต่อย่างใด ชนเผ่าเร่รอนเหล่านี้อาศัยอยู่ทางเหนือของจีนหรือรัสเซีย ดินแดนอันหนาวเหน็บ เกินที่คนทั่วไปจะอยู่อาศัยได้ พวกเค้าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และทำประมงเป็นอาชีพหลักเลี้ยงชีพกันสืบมาตั้งแต่อดีต หากเรามองเผินๆ อาจคิดว่าพวกเค้าป่าเถื่อน แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเค้าอาจมีเหตุผล  เพราะการยังชีพอยู่ในดินแดนอันหนาวจับใจแบบนี้  การได้ซดเลือดสดๆ และทานเนื้อดิบๆ อาจเป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รับสารอาหารเต็มที่เพื่อใช้ต่อสู้กับความหนาวก็เป็นได้ สีหน้าของเด็กๆ ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส  ไม่มีท่าทีของความโหดร้ายแม้แต่น้อย  นั่นคือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเค้าต้องทำแบบนี้  เพื่อดำรงชีพนั่นเอง มื้อนี้

    • พิธีสวนสนามปิดด่านอินเดีย-ปากีสถาน “ศัตรูและมิตรภาพ” อินเดียและปากีสถานได้ต่อสู้กันมาตั้งแต่แบ่งแยกประเทศในอนุทวีปเมือ่ปี 2490 แม้ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ นับจากการชะงักงันหลังการโจมตีมุมไบเมื่อปี 2551 ที่อินเดียกล่าวหาว่าเป็นกองกำลังอยู่ในปากีสถาน ทหารที่ชุดสีน้ำตาลอ่อนเป็นของอินเดีย ส่วนสีเขียวเข้มคือปากีสถาน จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ด่านชายแดนวากาห์ของทหารอินเดียและปากีสถานในทุกเย็นของทั้งสองประเทศ  มีพิธีเชิญธงชาติลงจากเสา  ที่แสดงออกอย่างดุดัน ยั่วยุกัน (น่าสนุกด้วย) โดยการกระทืบรองเท้าบู๊ตแรงๆ  ได้ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวให้มาส่งเสียงเชียร์ ถึงกับมีทัวร์มาลงด้วยนะครับ การเดินสวนสนามที่วางท่า ขมึง และจ้องมองกันอย่างเป็นศัตรูเต็มที่ของสองฝ่าย แม้พิธีการจะเป็นศัตรูกัน แต่ในท้ายที่สุดก็จับมือและปิดด่านแยกย้ายกันไปครับ แม้จะดูสนุก  แต่ทหารที่ทำพิธีปิดด่านหลายรายถึงขั้นได้รับบาดเจ็บหัวเข่า เพราะความรุนแรงในการกระทืบเท้ากับพื้น เพื่อแสดงออกเชิงความแข็งแกร่ง ห้าวหาญ ทำให้รัฐบาลอาจลดความรุนแรงของการกระทืบเท้านี้ลงในอนาคต ร่วมแสดงความคิดเห็น วาไรตี้ท่ิองเที่ยว

    5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

    Blogroll