ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 18 ต.ค 54.
เปิดอ่าน : 6828 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



ป่าพิศวง คำชะโนด


วัดศิริสุทโธ วังนาคินทร์คำชะโนด หรือ เมืองชะโนด หรือที่นิยมเรียกกันว่า ป่าคำชะโนด ตั้งอยู่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดที่สร้างขึ้นเป็นเมืองที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เป็นสถานที่ ๆ เชื่อว่า เป็นที่สิงสถิตย์ของพญานาคและสิ่งลี้ลับต่าง ๆ บ่อยครั้งที่ชาวบ้านในละแวกนั้นจะพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญพระเวท รวมถึงหญิงสาวที่มายืมเครื่องมือทอผ้าอยู่เป็นประจำ และเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงที่อำเภอบ้านดุง แต่น้ำก็ไม่ท่วมบริเวณคำชะโนด เมื่อระดับน้ำลดลง คำชะโนดก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

 

วัดศิริสุทโธ หรือวัดคำชะโนด

 

วัดศิริสุทโธ หรือวัดคำชะโนด

 

วัดศิริสุทโธ หรือวัดคำชะโนด

 

ป่าคำชะโนดมีสภาพพื้นที่เป็นน้ำคลำ มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นเต็มบริเวณเนื้อที่ประมาณ ๕๐ ไร่  ต้นไม้ชนิดนี้เรียกว่า  ต้นชะโนด มีลักษณะคล้ายต้นตาล ขนาดเท่ากับต้นมะพร้าว ลำต้นมีกาบห่อหุ้ม และตามกาบรอบๆ ต้น มีหนามยาวและแหลมคม  น่ากลัวมากเมื่อเวลาต้องลมจะเกิดมีเสียง หวือๆ หวืนๆ มีผลเป็นพวงเหมือนผลมะพร้าว แต่ผลเล็กกว่าองุ่นนิดหน่อย บริโภคไม่ได้เพราะจะมีอาการคันปาก นิยมนำมาทำลูกปะคำ ชาวบ้านบอกว่าจะพบต้นชะโนดได้จากที่นี้เท่านั้นครับจริงหรือไม่ค่อยว่ากันอีกทีครับ

 

แผนที่เข้าชมป่าชะโนด

 

เนื่องจากต้นชะโนดนี้เกิดขึ้นในบริเวณที่ล้อมรอบๆ ไปด้วยเนินสูง   แล้วลาดไปสู่ทุ่งหญ้า ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นเวลาหลายพันปี คนแก่จึงเรียกว่า เมืองชะโนด คงจะเรียกชื่อตามต้นไม้ชนิดนี้เอง เหตุการณ์ที่โด่งดังและทำให้ป่าคำชะโนดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักคือ "ผีจ้างหนัง" จนนำมาสู่การสร้างเป็นภาพยนต์ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อปี 2532 ปรากฏการณ์จริงที่ ป่าคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี นายธงชัย แสงชัย ได้รับการติดต่อว่าจ้างให้ไปฉายหนังที่หมู่บ้านวังทอง ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท โดยมีข้อแม้ว่า ต้องฉายให้จบก่อนตี 4 และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง เมือเจ้าของหนังกลางแปลงรับเงินแล้ว ได้ไปตามแผนที่ในวันที่นัดไว้ในตอนเย็น เริ่มมีเหตุการณ์แปลกๆ ก็เพราะในสถานที่แห่งนั้นไม่มีผู้คนเลยสักคน ไม่มีคนรอดู ไม่มีร้านค้ามาตั้งแผงใดๆ คนฉายหนังก็เริ่มฉายหนังจนจบไปสามเรื่องก็ยังไม่มีคนดู พอเวลา 3ทุ่ม เริ่มมีผู้คน ที่น่าแปลกคือจะมีผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำนั่งอีกข้าง และทั้งหมดนั่งกันสงบเรียบร้อยเหมือนไม่มีการเคลื่อนไหวตัวเลย ยิ่งกว่านั้นไม่ว่าจะฉายหนังอะไร ก็ไม่มีการส่งเสียงเอะอะเหมือนหนังกลางแปลงทั่วไป และยิ่งไปกว่านั้น ในงานไม่มีร้านขายของกินของใช้ แม้แต่ร้านขายบุหรี่ก็ไม่มี ดงคำชะโนดซึ่งเป็นสถานที่ลึ้ลับที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเมืองพญานาค มีภูตผีปีศาจสิงสถิตอยู่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านวังทองนี่เองก็เลยเชื่อว่า” ถูกผีจ้างไปฉายหนังจริงอย่างที่ชาวบ้านว่า

 

ภาพด้านข้างทางเข้าป่าชะโนด

 

เตรียมสักการะศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุทโธ

 

พญานาคคู่ท่างเดินเข้าป่าชะโนด

 

ทางเดินเข้าป่าชะโนด

 

ปัจจุบันชาวบ้านเชื่อว่า ดงคำชะโนดเป็นที่อาศัยของพญานาคและเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะเข้าไป มีข้อห้ามเช่น ห้ามใส่รองเท้า หมวก แว่นตา และร่ม และที่สำคัญห้ามเก็บผลหรือส่วนใดๆ ของต้นชะโนดกลับมาครับ ได้ยินคนเฒ่าคนแก่บอกว่าหากใครไม่ทำตามหรือลบหลู่จะมีอันเป็นไปบางรายก็กลับไม่ถึงบ้านเลยก็มีให้เห็นบ่อย

 

เมื่อข้ามสะพานทางเดินพญานาคคู่เข้ามายังป่าคำชะโนดจะจุดสำคัญให้ได้ชมอยู่สามจุดด้วยกันคือบ่อน้ำศักสิทธิ์คำชะโนด ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ และต้นไทรใหญ่ เริ่มจากการสักการะปู่ศรีสุทโธที่ผู้คนให้ความศรัทธากันมาก บ้างก็มาบนบาล ให้ตนเองประสบความสำเร็จต่างๆ บ้างก็มาขอเลขเด็ด ซึ่งเรื่องเล่าของปู่ศรีสุทโธจะกล่าวต่อไป

 

ต้นชะโนดสูงลิ่ว

 

ต้นชะโนดสูงลิ่ว

 

ต้นชะโนด

ต้นชะโนด

 

ศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุทโธ

 

ศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุทโธ

 

ศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุทโธ

 

ศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุทโธ

 

ต้นไทรใหญ่และต้นมะเดื่อต้นใหญ่ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยต้นชะโนดจะต้องเดินเท้าเปล่าเข้าไปชมครับ ลักษณะทางเดินค่อนข้างแฉะมากเป็นโคลนสีดำๆ ลื่นมากๆ ครับ ผู้ที่เดินเข้าไปจะต้องระมัดระวังอาจเจอหนามของต้นชะโนดในโคลนปักเอา  ส่วนมากที่ผมสังเกตดูก็คือจะไม่ค่อยมีคนชราเดินเข้าไปครับเพราะอาจเกิดอันตรายได้  เมื่อเดินเข้ามาสักพักหนึ่งประมาณ 200 เมตร จะพบต้นไทรขนาดใหญ่แพร่รากไปไกลดูน่ากลัว และต้นมะเดื่อต้นสูงใหญ่อยู่ข้างๆกัน มีศาลเจ้าให้กราบไหว้ที่โคนของต้นไทรใหญ่ และที่ขาดไม่ได้ของคนไทยคือใช้แป้งถูหวยขอเลขครับ

 

ทางเดินเข้าชมต้นไทรใหญ่

 

ทางเดินเข้าชมต้นไทรใหญ่

 

รากไม้ต้นไทรใหญ่

 

รากไม้ต้นไทรใหญ่

 

ต้นมะเดื่อ

 

รากไม้ต้นไทรใหญ่

 

ตำนานพญานาคกับป่าคำชะโนด

ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า มีพญานาคอยู่สองตนได้ปกครองเมืองหนองกระแส โดยครึ่งหนึ่งเป็นของ สุทโธนาค (เจ้าพระยาศรีสุทโธ) ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของ สุวรรณนาค ทั้งสองปกครองเมืองอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่มีข้อตกลงกันอยู่ว่า ถ้าเมื่อฝ่ายใดออกไปล่าสัตว์หาอาหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่ไป เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน และเมื่อฝ่ายที่ออกไปล่าสัตว์หาอาหารมาได้นั้น ให้นำมาแบ่งกันอย่างละครึ่ง

ป่าอุดมสมบูรณ์


 

เมื่อถึงคราวสุวรรณนาคได้ออกไปล่าสัตว์หาอาหารได้เนื้อช้างมา จึงนำเนื้อช้างที่ได้แบ่งให้สุทโธนาค พร้อมทั้งนำขนของช้างไปยืนยันว่าเป็นเนื้อช้างจริง อีกครั้งที่สุวรรณนาคออกไปล่าสัตว์หาอาหารอีก ครั้งนี้ได้เม่นมาเป็นอาหาร จึงได้นำเนื้อเม่น และขนของเม่นไปมอบให้แก่สุทโธนาคเหมือนเช่นเคย แต่สุทโธนาคกลับแสดงความไม่พอใจ เพราะเมื่อดูจากขนของเม่นที่มีขนาดใหญ่กว่าขนของช้าง ปริมาณเนื้อที่ได้ก็ควรมีมากกว่าเนื้อของช้าง แต่ปริมาณเนื้อนั้นกลับมีน้อยกว่ามากนัก จึงคิดว่าสุวรรณนาคไม่มีความซื่อสัตย์ ฝ่ายสุวรรณนาคพยายามอธิบายอย่างไรก็ไม่เป็นผล จึงเกิดสงครามระหว่างสุทโธนาค และสุวรรณนาค ทั้งสองฝ่ายรบกันอยู่นาน ๗ ปี ต่างฝ่ายต่างเมื่อยล้าเอาชนะกันไม่ได้

 

 

 

การต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายของพญานาคทั้งสอง ทำให้เดือดร้อนไปทั้งสามภพ คือ บาดาล มนุษย์ และสวรรค์ พื้นโลกสะเทือน เกิดแผ่นดินไหวไปทั่ว ความเดือดร้อนทราบถึงพระอินทร์ จึงได้เสด็จลงมายังหนองกระแส แล้วตรัสเป็นโองการให้ทั้งสองฝ่ายหยุดรบกัน ให้ถือว่าสองฝ่ายเสมอกันไม่มีใครแพ้-ชนะ ให้สร้างแม่น้ำคนละสายออกหนองกระแส ใครสร้างถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกไปอยู่ในแม่น้ำนั้น 

 

ลูบแล้วจะเกิดเสียงดังพระอินทร์ได้ทราบเรื่อง จึงหาวิธีการที่จะทำให้พญานาคทั้งสองนั้นหยุดทำสงครามกัน โดยให้พญานาคทั้งสองสร้างแม่น้ำขึ้นคนละสาย ถ้าใครสร้างได้ถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกขึ้นอยู่ในแม่น้ำนั้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส และด้วยความที่สุทโธนาคมีนิสัยใจร้อน เมื่อพบเจอภูเขากั้นทางแม่น้ำก็จะทำการหลบหลีก โค้งไปโค้งมา จึงเกิดเป็น แม่น้ำโขง (โค้ง) ส่วนทางฝ่ายสุวรรณนาคนั้น ได้ทำการสร้างแม่น้ำขึ้นทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาคมีความละเอียด และใจเย็น แม่น้ำที่สร้างขึ้นจึงมีความตรงกว่าแม่น้ำทุกสาย ได้แก่ แม่น้ำน่าน

 

สุทโธนาคเป็นผู้ที่สร้างแม่น้ำได้เสร็จก่อน จึงมีปลาบึกขึ้นอยู่ในแม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียว และเมื่อเป็นเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้ขอทางขึ้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองมนุษย์ไว้อีก 3 แห่ง คือ 1 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คำชะโนด 2.พระธาตุหลวงเมืองเวียงจันทน์ และลุ่มน้ำโขง 3.ขึ้นที่หนองกระแสเทือกเขาเมืองธิเบธประเทศจีน ซึ่งมีต้นชะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ให้สุทโธนาค พร้อมบริวารสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ (พญาศรีสุทโธ) และตั้งบ้านเมืองปกครองอยู่ที่คำชะโนดได้เมื่อข้างขึ้น 15 วัน อีก 15 วันข้างแรม ให้กลายเป็นนาค อาศัยอยู่เมืองบาดาล (พญานาคราชศรีสุทโธ)

 

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางดงคำชะโนด เชื่อกันว่าเป็นทางขึ้นลงของพญาสุทโธนาค เสด็จจากเมืองบาดาลขึ้นมาเมืองมนุษย์และขึ้นสวรรค์ จึงมีความเชื่อว่าน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีผู้คนนำไรักษาโรคโดยการดื่ม อาบ รักษาได้สารพัดโรค ตลอดจนรักษาโรคจิต โรคบ้า ทั้งหลายได้ด้วย 

 

ทางไปบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

กินได้ครับ

 

สระบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

สมัยก่อนลักษณะเป็นบ่อรูปทรงกลม แต่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นบ่อสี่เหลี่ยมจัตุรัส เมื่อปี ๒๕๓๐ กว้างประมาณ ๕ x ๕ เมตร ขอบบ่อหล่อคอนกรีตโดยรอบสูง ๖๐ ซ.ม. รอบบ่อเป็นลานคอนกรีต ซึ่งจังหวัดอุดรธานีได้เลือกเอาน้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์นี้ร่วมในพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ณ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ทุกปี

 

 

หลังจากเที่ยวชมป่าคำชะโนดกันแล้วภายในวัดศิริสุทโธยังมีร้านขายของที่ระลึกของฝากต่างๆ ให้กับผู้มาเยือน ร่วมทั้งไว้พระตามจุดต่างๆ ตีฆ้องตีระฆังเพื่อเป็นศิริมงคล ร่วมทั้งทำบุญให้อาหารปลาข้างวัดได้อีกด้วยครับ

 

 

 

 

 

 

การเดินทาง

     มี 2 เส้นทางคือเส้นทางสายอุดร-หนองคาย เลี้ยวขวาตรงทางแยกบ้านนาข่า ตามทางหลวงหมายเลข 2255 ถึงสามแยกบ้านสุมเส้าแล้วเลี้ยวขวาไป อ.บ้านดุง ต่อไปยังหมู่บ้านสันติสุข ถึงวัดศิริสุทโธ อีกประมาณ 12 กิโลเมตร

 

    หรือใช้เส้นทางอุดร-สกลนคร ไปทางหนองหาน จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปคำชะโนด ผ่านบ้านหนองเม็ก ไปจนถึง อ.บ้านดุง ประมาณ 40 กม. ขับเลยบ้านดุงมาอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดศิริสุทโธ

 

ขอขอบคุณข้อมูล: http://th.wikipedia.org



วัดโพธิ์ศรีใน บ้านเชียง พิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทย
หลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีใน  ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์ศรีใน
10 พ.ย 54 15.26 น. เปิดดู 3137
งานทอดกฐิน วัดป่าบ้านตาด
  ภาพงานทอดกฐินเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2554 ณ  วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง อุดรธานี
16 ต.ค 54 15.24 น. เปิดดู 1812
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม