ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 19 ก.ย 54.
เปิดอ่าน : 1683 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



ตามรอยวิถีชีวิตท้องถิ่นสู่เส้นทางสายวัฒนธรรมสร้างบุญเมืองพระยาพิชัย อุตรดิตถ์


เมืองประวัติศาสตร์และประเพณีจังหวัดอุตรดิตถ์ บนเส้นทางสายวัฒนธรรมไหว้พระทำบุญเมืองอุตรดิตถ์ ดูเอเซียพาเข้าวัดไปกราบไหว้พระกันถึงสามวัด เริ่มด้วยการเข้าไปนมัสการมหาเจดีย์ทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองอุตรดิตถ์มาตั้งแต่โบราณ 

 

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 

      วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นวัดเก่าแก่มีตำนานเกี่ยวพันกับอีก 2 วัด ที่อยู่บนเส้นทางสายวัฒนธรรม คือ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เกี่ยวกับการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เดิมชื่อวัดมหาธาตุ สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยตอนปลาย สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทย ชาวบ้านนิยมเรียกว่าวัดบรมธาตุแต่ส่วนใหญ่นิยมเรียกวัดทุ่งยั้ง ได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี 2548 และเขียนชื่อวัดนี้ว่าวัดมหาธาตุเป็นชื่อทางราชการ 

 

 

      ภายในวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งมีโบราณสถานสำคัญและโบราณวัตถุที่สำคัญคือพระมหาเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่พระบรมสารีริกธาตุ พระวิหารหลวงและพระประธาน พระอุโบสถ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพุทธาวาสทั้งหมดมีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มหาเจดีย์ตั้งอยู่ด้านหลังวิหาร เป็นเจดีย์ทรงลังกา สูง 20 วา ฐานพระเจดีย์กว้าง 10 วา 3 ศอก มีฐานสามชั้นก่อด้วยศิลาแลง ยอดเจดีย์มียอดฉัตรลักษณะแบบพม่า มีซุ้มจรนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ 

 

 

      แต่ละซุ้มได้มีการนำช่างชาวพม่ามาปฏิสังขรณ์ จึงมีรูปทรงที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่นเดียวกับเจดีย์ทั้งสี่องค์ซึ่งตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมในชั้นที่ 1 ที่มีรูปลักษณ์เหมือนเจดีย์ของพม่า ส่วนที่ยังคงรักษาของเดิมไว้คือส่วนที่เป็นองค์เจดีย์ ตั้งแต่ชั้นที่ 3 ขึ้นไปซึ่งเป็นลักษณะทรงลังกาซึ่งเป็นองค์เจดีย์ที่นิยมสร้างในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี 

 

      ในอดีตมหาเจดีย์แห่งนี้เป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แต่ได้หักพังลงเพราะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ 2451 ภายในองค์มหาเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าส่วนกระดูกหน้าผากเอาไว้ เป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญกับเมืองอุตรดิตถ์เป็นอย่างมากครับ 

 

       ด้านหน้าองค์มหาเจดีย์เป็นพระวิหารซึ่งเป็นวิหารที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยสมัยอยุธยา ที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่สง่างามทรงคุณค่าทางด้านศิลปกรรมไทยโบราณ เป็นวิหารทรงไทยแท้ที่นิยมสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เป็นวิหารเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปี ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาแล้วถึงสามครั้ง คือในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน 

 

องค์หลวงพ่อโต วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 

องค์หลวงพ่อโต วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 

       ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองทุ่งยั้งในอดีตและเมืองอุตรดิตถ์ คือองค์หลวงพ่อโต หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่าหลวงพ่อหลักเมือง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดหน้าตักกว้าง 2 วา 10 นิ้ว สูง 3 วา 10 นิ้วลงรักปิดทองคำเปลวทั้งองค์ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวอุตรดิตถ์ให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมากครับ 

 

       ภายในวิหารเมื่อเข้าไปพบเห็นก็รู้สึกถึงความเก่าแก่ของวิหารหลังนี้ได้อย่างชัดเจนครับ เก่าและทรงคุณค่าจริง ๆวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาเคยใช้เป็นสถานที่ในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเหล่าข้าราชการทหารและพลเรือนก่อนเข้าทำงาน นอกจากนั้นเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าหลวง(รัชกาลที่ 5)เคยเสด็จมานมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ในปี 2444 อีกด้วย 

 

 

 

       เนื่องจากพระบรมธาตุเจดีย์เป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญประจำจังหวัด ในทุก ๆปี จะมีการจัดงานประเพณี สำคัญ ก็คือในวันสงกรานต์เป็นประเพณีพระยาวัน หรือพิธีสรงน้ำองค์พระปฏิมาและพระสงฆ์

 

       ในวันวิสาขบูชาจัดงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลองจองพระพุทธเจ้า หรือเรียกว่าวันอัฐมีบูชา และประเพณีเทศน์มหาชาติ ใครที่อยากเข้าร่วมทำบุญในพิธีประเพณีต่าง ๆ ก็เชิญได้เลยตรวจสอบวันเวลาก่อนการเดินทางครับ 

 

 

วัดพระยืนพุทธบาทยุคล อุตรดิตถ์

 

       ในทุก ๆวันจะมีประชาชนเดินทางเข้ามานมัสการองค์มหาเจดีย์และทำบุญที่วัดอย่างไม่ขาดสาย หลังจากที่เรานมัสการองค์เจดีย์และหลวงพ่อโตเรียบร้อยแล้วเราก็เดินทางไปยังวัดพระยืนพุทธบาทยุคล จากวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งไปประมาณ 2 กิโลเมตร 

 

       วัดพระยืนพุทธบาทยุคลตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ ประมาณ 20 เมตร วัดพระยืนพุทธบาทยุคลเป็นวัดโบราณร่วมสมัยกับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นวัดนอกเมืองทุ่งยั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับยืนที่เนินเขาแห่งนี้ จึงมีรอยพระพุทธบาทปรากฏอยู่คู่กันบนแผ่นศิลาแลง มีมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทเป็นแบบกูฏาคารทรงจอมแหน มีวิมานทั้งสามทิศ บนยอดวิมานทำเป็นปล้องไฉน เป็นมณฑปสมัยอยุธยาซึ่งอาจมีมาก่อนแล้ว มาซ่อมแซมในสมัยอยุธยา ด้านข้างมณฑปมีซากศิลาแลงซึ่งเป็นฐานเจดีย์เก่ามีลักษณะคล้ายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในสมัยสุโขทัย 

 

 

 

      ที่วัดพระยืนพุทธบาทยุคล มีพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 55 นิ้ว สูง 66 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยเรียกกันว่า หลวงพ่อพุทธรังสี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอุตรดิตถ์ให้ความเคารพนับถืออีกองค์หนึ่ง เดิมประดิษฐานอยู่ในมณฑป มีปูนพอกหุ้มไว้ทั้งองค์ ต่อมาได้กะเทาะปูนออกและนำไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถที่สร้างใหม่ ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุ ให้เราได้เยี่ยมชมหลายอย่าง และร่วมบูชารอยพระพุทธบาทและขอพรหลวงพ่อพุทธรังสีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเราก็เดินทางไปวัดพระแท่นศิลาอาสน์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ประมาณ 300เมตร 

 

 

 

 

       วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นวัดสำคัญและมีชื่อเสียงของอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีปูชนียสถานที่สำคัญคือพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งเป็นศิลาแลง พระแท่นศิลาอาสน์เป็นพุทธเจดีย์ เป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งห้าพระองค์ในภัทรกัปนี้ ได้เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นแห่งนี้ เพื่อเจริญภาวนา และได้ประทับยับยั้งในเวลาที่ตรัสรู้แล้ว เพื่อโปรดสัตว์ 

 

       และเชื่อกันว่าพระแท่นศิลาอาสน์นี้ มีประวัติความเป็นมาในพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ตัวพระแท่นเป็นศิลาแลง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ที่ฐานพระแท่นประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบ มีพระมณฑปครอบอยู่ภายในพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระแท่นศิลาอาสน์เป็นโบราณวัตถุที่มีมาตั้งแต่อดีต จนเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง และมีพระมหากษัตริย์เสด็จไปนมัสการหลายพระองค์ 

 

       ภายในวัดพระแท่นศิลาอาสน์เต็มไปด้วยงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมมากมายให้เราได้ชมและศึกษา นอกจากนั้นภายในบริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์ที่เดิมเป็นศาลาการเปรียญ สร้างด้วยไม้ มี 2 ชั้น ชั้นล่าง เป็นที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณ เรือพายโบราณ ชั้นบน แสดงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตชาววัง - ชาวบ้านสมัยก่อน เครื่องจักสาน เครื่องมือตีเหล็ก-ก่อสร้าง เครื่องมือปรุงยาสมุนไพรแผนโบราณ เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมมาสน์หลวง ธรรมมาสน์โบราณฝีมือช่างสมัยอยุธยา พระพุทธรูปที่แกะจากต้นโพธิ์โบราณ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย-กรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือ 

 

 

 

 

 

       พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น นอกจากเราจะได้ไหว้พระทำบุญแล้วเราก็ยังใช้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ได้อีกด้วย 

 

       เนื่องด้วยพระแท่นศิลาอาสน์เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอุตรดิตถ์และบุคคลทั่วไปชาวอุตรดิตถ์ จึงมีการจัดงานเทศกาลนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้นทุกปี ในวันเพ็ญ เดือนสาม อันเป็นวันมาฆบูชา จะเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 8 ค่ำ ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนสาม และ เนื่องจากวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง และวัดพระยืนพุทธบาทยุคล มีอาณาบริเวณอยู่ติดต่อกัน จึงจัดงานประเพณีประจำปีขึ้นพร้อมกันทั้งสามวัด เป็นเวลา 8 วัน 8 คืน ในงานเทศกาลนี้มีการนมัสการพระบรมธาตุ และพระพุทธบาท และพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นการได้นมัสการพระพุทธเจดีย์สถานอันเป็นที่เคารพสักการะ ได้ครบถ้วนในโอกาสเดียวกัน ครับ ใครต้องการไปร่วมในงานประเพณีก็เชิญได้เลยครับ สอบถามวันเวลาที่แน่นอนก่อนการเดินทาง 

 

       บนเส้นทางสายวัฒนธรรมเมืองอุตรดิตถ์นอกจากจะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งแล้วตลอดสองเส้นทางก็เต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวท้องถิ่น ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายที่น่าหลงใหลและมีเมนูอาหารแบบโบราณมากมายให้เราได้เข้าไปเลือกชิมกันอย่างจุใจ นอกจากนั้นยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิเช่น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย,น้ำตกคลองพลู เราสามารถเดินทางเที่ยวต่อได้สบายเพราะไม่ไกลมากนัก หรือจะเดินทางเข้าไปในตัวเมืองก็เดินทางเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้นครับ 

 

 

 

       วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล หรือ วัดพระยืน ตั้งอยู่ที่บนเนินเขา บ้านพระแท่น หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ติดกับ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 6.30 –18.00 น. ทั้งสามวัดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 055-453569,055-453568 หรือ 054-521118 สอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางครับ 

 

       การเดินทางมายังเส้นทางสายวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ก็ไม่ยากครับ เดินทางโดยรถยนต์เข้าตัวเมืองได้หลายเส้นทางเช่น ทางหมายเลข 17 ,1104,1045 จากตัวเมืองอุตรดิตถ์เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมองเห็นวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งตั้งอยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นเดินทางบนเส้นทางเดียวกันไปยังวัดพระยืนพุทธบาทยุคลและวัดแท่นศิลาอาสน์ เดินทางสะดวกวัดตั้งอยู่ริมถนนทั้งสามวัด มีป้ายบอกตลอดการเดินทางครับ 

 

       เมืองอุตรดิตถ์เป็นเมืองน่าอยู่ที่มีทั้งผู้คนที่น่ารักใจดีมีทั้งวัฒนธรรมประเพณีมากมายและมีสถานที่สำคัญบนเส้นทางสายวัฒนธรรม ที่เป็นศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล ที่คอยให้เหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายเข้าไปเยี่ยมชม สัมผัสและกราบไหว้บูชาเพื่อเป็นมงคลชีวิตและเพิ่มสร้างบุญบารมี ตลอดเส้นทางสายวัฒนธรรมสายนี้