ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 13 ส.ค 54.
เปิดอ่าน : 3180 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



ไปชมพระที่นั่งอนันตสมาคม The Ananta Samakhom Throne Hall


     อาคารหินอ่อนศิลปะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกหลังนี้ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2450 ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และใช้สำหรับประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน ภายหลังจากที่สร้างพระที่นั่งอัมพรสถานในเขตพระราชวังดุสิตเสร็จแล้วในปี พ.ศ.2449 โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง ให้นาย มาริโอ ตามาโย สถาปนิกชาวอิตาลีเป็นนายช่างออกแบบ ให้ศาสตราจารย์ แกลิเลโอ คินี และ นาย ซี. ริกุลี เป็นช่างเขียนภาพ 

 


     พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ภายนอกประดับด้วยหินอ่อนซึ่งสั่งมาจากประเทศอิตาลี องค์พระที่นั่งเป็นอาคารหินอ่อนสองชั้น มีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีโดมเล็ก ๆ โดยรอบอีก 6 โดม ชั้นบนเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ แบ่งเป็นท้องพระโรงหน้าและท้องพระโรงหลัง บนเพดานโดมของพระที่นั่ง มีภาพเขียนสีปูนเปียกขนาดใหญ่ที่สวยงามจำนวน 6 ภาพ แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 6 โดยฝีมือเขียนภาพของศาสตราจารย์แกลิเลโอ คินี และนาย ซี.ริกุลี 

 


     การก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ดำเนินการจนสำเร็จบริบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2458 รวมใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 8 ปี งบประมาณค่าก่อสร้างตามราคาในสมัยนั้นคิดเป็นเงิน 15 ล้านบาท

 

ไปชมพระที่นั่งอนันฯ 
     พระที่นั่งอนันฯ ตั้งเด่นสง่างามอยู่ปลายถนนราชดำเนิน เขตดุสิต ในอาณาบริเวณเดียวกับพระที่นั่งวิมานเมฆ ใกล้กับพระบรมรูปทรงม้า สวนอัมพร และสวนสัตว์ดุสิต เขาดินวนา ส่วนมากเรามักจะมองเห็นด้านหน้าของพระที่นั่ง จากทางลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ประตูทางเข้าชมจะอยู่ด้านหลัง ซึ่งจะเข้าได้จากทางถนนอู่ทองใน ตรงข้ามเขาดิน หรือทางถนนราชวิถี คือเข้าผ่านทางพระที่นั่งวิมานเมฆแล้วเดินชมพระที่นั่งอื่นมาเรื่อย ๆ แต่ถ้ามีเวลาไม่มากและต้องการชมพระที่นั่งอนันฯ อย่างเดียว แนะนำให้เข้าประตูทางฝั่งถนนอู่ทองใน (ที่เขียนว่า พระที่นั่งอภิเศกดุสิต) เพราะเดินนิดเดียวก็ถึงองค์พระที่นั่งแล้ว

 

เข้าประตูทางด้านถนนอู่ทองใน จะเห็นพระที่นั่งอภิเศกดุสิตก่อน ถ้าจะเข้าชมในส่วนนี้ต้องซื้อบัตรแยกต่างหาก ซื้อบัตรเข้าชมพระที่นั่งอนันฯ แล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปทางที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่หน้าประตู
รูปแบบของพระที่นั่งอนันฯ นั้น สร้างขึ้นโดยใช้แบบโดมคลาสสิกของกรุงโรม ตัวอาคารทำด้วยหินอ่อนสีขาวมีริ้วลายสีน้ำตาลแก่และแกมหม่นสั่งมาจากเมืองคาราร่า ประเทศอิตาลี ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นหินอ่อนที่ดีที่สุดในโลก สร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นแบบเรอเนสซองส์และศิลปะชั้นสูงหลากหลายแขนงของอิตาลี บริเวณซุ้มประตูมีการตกแต่งด้วยรายละเอียดที่สลับซับซ้อน ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยต่อมาเรียกว่าสมัยบารอค เครื่องตกแต่งอื่นๆ ที่ประดับทั่วไปเป็นแบบสมัยรอคโคโค ที่เน้นความนุ่มนวลอ่อนหวาน
ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าพระที่นั่งอนันฯ สร้างหลังจากสมัยเรอเนสซองส์จริงมาช้านาน ศิลปินที่สร้างก็เป็นคนรุ่นหลัง ดังนั้นศิลปกรรมที่ปรากฏออกมาจึงเป็นลักษณะหลายสมัยรวมกัน

 

      เราสามารถถ่ายรูปได้แค่ตรงประตูทางเข้าเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปข้างในพ้นประตูไปแล้ว จะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้อีก ภาพภายในต่อจากนี้ได้มาจากแผ่นพับและเอกสารนำชมพระที่นั่งในวาระต่าง ๆ ที่ทางเว็บไซต์รวบรวมมาได้

 

ความวิจิตรงดงามภายใน ถือเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุดของการเข้าชมองค์พระที่นั่งแห่งนี้ ภายในเราจะเห็นว่ามีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลาง รายรอบด้วยโดมเล็ก ๆ อีก 6 โดม บนเพดานของแต่ละโดมมีภาพเขียนสีปูนเปียกขนาดใหญ่ที่สวยงาม เขียนโดยนายช่างชาวอิตาลี

  

     ภาพเขียนสีปูนเปียกขนาดใหญ่บนเพดานโดมทั้งหก ที่เป็นฝีมือของนาย ริกุลี ช่างภาพชาวอิตาลีก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เป็นภาพแสดงเหตุการณ์สำคัญในพระราชพงศาวดาร หกรัชกาลแรกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งมีแนวทางการวาดภาพ การใช้สีแสงเงาตามแบบจิตรกรรมตะวันตกที่ดูมีมิติ แตกต่างกับจิตรกรรมไทยดั้งเดิมที่เน้นการเขียนลายเส้นสวย ๆ ให้สีแบน ๆ ภาพเขียนชุดนี้ นายริกุลีได้ทดลองร่างขึ้นก่อนเขียนจริง ต้นฉบับงานร่างนั้น ทุกวันนี้ยังคงเก็บรักษาไว้ที่พระที่นั่งวิมานเมฆ ในบริเวณพระราชวังดุสิตนี้เช่นกัน

  

 เพดานโดมด้านทิศเหนือ แสดงภาพเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ขณะดำรงพระยศสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพเมืองเขมร บรรดาพสกนิกรทั้งหลายพากันกราบบังคมทูลเชิญให้ทรงรับราชสมบัติปกครองแผ่นดิน นับเป็นปฐมกษัตริย์ในราชวงศ์จักรี  เพดานด้านใต้ของโดมทิศตะวันออกแสดงภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เสด็จเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค ด้านหลังเป็นการก่อสร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ที่ทรงมีพระราชดำริสร้างเพิ่มเติมให้สูงใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นศรีสง่าแก่พระนครหลวง
 เพดานด้านเหนือของโดมทิศตะวันออก แสดงภาพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เสด็จเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารคเช่นกัน แต่ฉากหลังเป็นภาพป้อมเผด็จดัสกร พระมหาเจดีย์ในวัดพระเชตุพนฯ และพระมหาปราสาทราชมณเฑียรในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้าง และบูรณะให้สวยงามขึ้น  เพดานโดมด้านทิศตะวันตก แสดงภาพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประทับเบื้องหน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วยพระภิกษุ และนักบวชต่างชาติ ศาสนา นิกายต่างๆ ซึ่งได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ทั้งสองข้าง แสดงนัยแห่งพระราชจรรยา ที่ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาโดยไม่รังเกียจกีดกัน
 เพดานโดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง แสดงภาพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานอภัยทาน และทรงยกเลิกประเพณีทาสในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง  เพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลาง แสดงภาพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลามุขเด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพุทธศักราช 2454

 

     พระที่นั่งอนันฯ นี้ ในครั้งแรกทีเดียว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้สอยในฐานะเป็นท้องพระโรงของพระราชวังดุสิต เช่น เป็นมงคลสถานจัดงานพระราชพิธี หรืองานพระราชทานเลี้ยงในวโรกาสสำคัญต่าง ๆ ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระที่นั่งอนันฯ เป็นที่ประชุมรัฐสภาของชาติ ต่อมาภายหลัง แม้ว่าจะมีการก่อสร้างห้องประชุมของรัฐสภาขึ้นใหม่ที่บริเวณถนนอู่ทองในแล้ว รัฐสภาก็ยังได้รับพระราชทานพระมหากรุณาให้ใช้พระที่นั่งอนันฯ ต่อไปในฐานะอาคารรัฐสภาของชาติ ทุกคราวที่มีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสภาก็ดี พระราชพิธีฉลองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีก็ดี รัฐสภาก็ได้ใช้พระที่นั่งอนันฯ เป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีและรัฐพิธีเสมอมา

 

     ปัจจุบัน พระที่นั่งอนันฯ ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดนิทรรศการถาวร "ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 5 " แสดงผลงานศิลปะหัตถกรรมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเป็นการนำเสนอผลงานชิ้นสำคัญที่วิจิตรงดงามจากฝีมือของนักเรียนจากโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา อาทิเช่น พระที่นั่งพุดตานถมทอง พระที่นั่งพุดตานคร่ำทอง เรือพระที่นั่งจำลองศรีสุพรรณหงส์ บุษบกห้ายอดไม้แกะสลัก ฉากผ้าปักป่าหิมพานต์ ฉากไม้แกะสลักตำนานเพชรรัตน์ ฯลฯ รวมไปถึงผลงานที่เคยจัดแสดงในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ผ่าน ๆ มา โดยเริ่มเปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2551 แล้ว นับเป็นโอกาสอันดี สำหรับท่านที่ชื่นชอบในการชมความงดงามทางสถาปัตยกรรม ความวิจิตรบรรจงภายในขององค์พระที่นั่ง ที่จะได้ชมงานศิลปะหัตถกรรมชั้นสูงควบคู่กันไปด้วย พระที่นั่งอนันฯ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน ปิดวันจันทร์ วันหยุดเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ ทางผู้จัดทำมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ศิลปะความสง่างามขององค์พระที่นั่งอนันตสมาคม ให้กับผู้ที่สนใจ ผู้ที่คิดจะมาชม หรือผู้ที่ไม่มีโอกาสมาชมด้วยเหตุผลบางประการ ศิลปะสมบัติเหล่านี้ ไม่ได้เป็นสมบัติของใครคนใดคนหนึ่งแต่ลำพัง หากแต่เป็นสมบัติศิลป์ของแผ่นดินไทยและของคนไทยทุกคนร่วมกันภาคภูมิใจ...

 



สวนสยามโลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม
 "สวนสยาม" สวนสนุกที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน  เป็นสวนสนุกแห่งแรกๆ
21 ธ.ค 55 15.18 น. เปิดดู 3778
วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร หรือ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
12 พ.ย 55 09.29 น. เปิดดู 2391
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ คุณค่าแห่งยุคสมัย
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นอาคารที่รวมเอาสุดยอดศิลปวิทยาการ
7 พ.ย 55 02.50 น. เปิดดู 1556
วัดระฆังโฆสิตาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม เดิมชื่อวัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
30 ก.ย 55 05.37 น. เปิดดู 1914
สุขใจที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
นครหลวงของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก
17 ก.ย 55 14.05 น. เปิดดู 1867
ภูเขาทอง วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
วัดสระเกศ ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท
29 ก.ค 55 09.37 น. เปิดดู 2235
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม