ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 13 ส.ค 54.
เปิดอ่าน : 2457 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



โปรแกรมท่องเที่ยววันเสาร์ นำชมพระราชวังพญาไท


เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคฤหมงคล ณ พระตำหนักใหม่ ซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับพักร้อนที่ทุ่งนาริมคลองพญาไท ซึ่งเคยเป็นทุ่งนาหลวงทดลองปลูกธัญพืชและประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอยู่หลายปี

 

พระราชวังไท

 

          หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2453 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ได้เสด็จย้ายพระราชฐานจากพระบรมมหาราชวังมาประทับ ณ พระตำหนักพญาไทเป็นการถาวรจนตลอดพระชนมายุ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายหลังที่สมเด็จพระบรมราชชนนีสวรรคตใน พ.ศ.2462 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักที่ประทับและอาคารบริวาร คงไว้แต่ท้องพระโรงองค์เดียว คือ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหมู่พระราชมณเฑียรประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ มีพระที่นั่งพิมานจักรีเป็นองค์ประธาน และพระที่นั่งรองอีก 3 องค์ พระราชทานนามว่า ไวกูณฐเทพยสถาน ศรีสุทธนิวาส และอุดมวนาภรณ์ การก่อสร้างแล้วเสร็จในเวลา 2 ปี จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรตามพระราชประเพณี ในวันที่ 16 และ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2465 ยกขึ้นเป็นพระราชวังเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี

 

          ณ พระราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงนิพนธ์วรรณกรรมชิ้นเอกหลายเรื่อง งานด้านการปกครองที่โดดเด่น คือ ดุสิตธานี เมืองจำลองในพื้นที่ 2 ไร่เศษ ด้านหลังพระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งพระองค์ทรงใช้ประโยชน์ 2 ประการ คือปฏิบัติการทดลองปกครองและสอนระบอบประชาธิปไตย

 

          หลังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระราชวังแห่งนี้ไม่ได้ใช้เป็นพระราชฐานที่ประทับอีกต่อไป จึงได้มีการดัดแปลงเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง โฮเต็ลพญาไทเริ่มดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2468 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ส่วนหนึ่งของพระราชวังเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียง ถ่ายทอดกระแสพระราชดำรัสเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2473

 

          เมื่อสถานีแห่งนี้ย้ายออกไปรวมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงศาลาแดง ทางราชการจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้เป็นที่ตั้งกองเสนารักษ์จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ และในเดือนมกราคม พ.ศ.2489 ได้แปรสภาพกองเสนารักษ์เป็นโรงพยาบาล ต่อมากรมแพทย์ทหารบกได้อัญเชิญพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมาสถาปนาเป็นชื่อโรงพยาบาล ในนาม "โรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้า" ได้กระทำพิธีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

 

ไปชมพระราชวังพญาไท 


          พระราชวังพญาไทตั้งอยู่ที่ถนนราชวิถี เขตราชเทวี บริเวณเดียวกันกับโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ชัยฯ เท่าไรนัก เมื่อมองเข้าไปจากถนนราชวิถี จะเห็นพระราชวังสวยเด่นเป็นสง่า เนื่องจากด้านหน้าเป็นสนามหญ้ากว้างจึงไม่มีสิ่งใดมาบดบังความงามของพระราชวัง จะมีก็เพียงต้นไม้ใหญ่ด้านข้างที่มาช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้เท่านั้น

 

   

 

เรามาเดินดูรอบ ๆ ภายนอกกันก่อนจะเห็นว่า บริเวณพระราชวังจะประกอบไปด้วยหมู่พระที่นั่ง 5 องค์ คือ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ (ชื่อคล้องจองกันเลย) ขอให้ดูแผนผังประกอบ

 

 

แผนผังพระราชวังพญาไท

 

เดินดูภายนอก 


          ลักษณะที่เด่นของพระราชวังพญาไทก็คือ หอคอยสูง หลังคายอดแหลม สถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตกยุคเฟื่องฟู เน้นความเรียบง่ายแต่สง่างาม มีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของเมืองไทย เห็นได้จากพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และพระที่นั่งพิมานจักรีจะมีหน้าต่างเปิดกว้างหลายบาน ซึ่งรับลมได้ทุกด้าน

 

          เมื่อเรามองจากทางด้านหน้าจะเห็นหมู่พระที่นั่ง 4 องค์เชื่อมต่อกันทั้งหมด จากด้านซ้ายสุดคือพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส มีทางเดินเชื่อมต่อในระดับชั้นที่สองของอาคารเข้าสู่พระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธาน ต่อด้วยพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และต่อไปยังพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ พระที่นั่งทั้ง 4 องค์เป็นแบบก่ออิฐฉาบปูน มีความสูง 2 ชั้น นอกจากพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานซึ่งได้ต่อเติมชั้นที่สามภายหลังเป็นห้องพระบรรทมและห้องส่วนพระองค์ ส่วนด้านหน้าของพระที่นั่งพิมานจักรี จะเป็นอาคารชั้นเดียวสำหรับเป็นที่เทียบรถพระที่นั่งและที่พักคอยขอเข้าเฝ้า

   
 หอคอยสูง ของพระที่นั่งพิมานจักรี ที่ถือเป็นลักษณะเด่นของพระราชวังพญาไท ยอดโดมส่วนบนสุดไว้สำหรับชักธงมหาราชในเวลาที่องค์พระประมุขประทับอยู่ในพระราชฐาน  ด้านขวาคือพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน เมื่อเริ่มสร้างมีสองชั้น ต่อมามีการต่อเติมขึ้นอีกชั้นสำหรับใช้เป็นห้องพระบรรทมและห้องส่วนพระองค์

เข้าชมภายใน 


          เราเริ่มจากการเข้าชมภายในของพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ก่อนเลยแล้วกัน หลังจากที่เดินชมภายนอกมาถึงพระที่นั่งนี้แล้ว

 

พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ เป็นท้องพระโรงเดิมในรัชสมัยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งเสด็จมาประทับที่วังพญาไทเมื่อปี พ.ศ.2453 ถือว่าเป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างก่อนพระที่นั่งองค์อื่น ๆ ทั้งหมดในหมู่พระที่นั่งของพระราชวังพญาไท เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาในงานพระราชกุศล เช่น งานเฉลิมพระชนมพรรษา ใช้รับรองแขกส่วนพระองค์ที่มาเข้าเฝ้า บางครั้งเป็นโรงละคร หรือโรงภาพยนตร์แล้วแต่โอกาส

 

   
 ภายในท้องพระโรงของพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ จะเห็นโครงหลังคาโค้งที่ทำด้วยไม้ ส่วนบนเป็นเฉลียงที่มีเสารับกับพื้น ติดด้วยเท้าแขนจำหลักลายทั้ง 4 ด้าน  ส่วนล่างเป็นหน้าต่างยาวเปิดถึงพื้น แต่เดิมเป็นกระจกสี ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระจกสีขาว เมื่อเปิดประตูทุกบานจะเป็นศาลาโปร่งโล่ง ลมเข้าได้ทุกทิศ เย็นสบาย ในสมัยนั้นจะเรียกว่า ศาลาติดลูกไม้

 

จากนั้นเราเดินย้อนกลับเข้ามาชมภายในของหมู่พระที่นั่งทั้งสี่ต่อ โดยเริ่มจากพระที่นั่งพิมานจักรีและพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

 

พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารก่ออิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น มีจิตรกรรมสีปูนเปียก (fresco secco) บนเพดานและบริเวณด้านบนของผนัง เขียนเป็นลายเชิ้งฝ้าเพดานรูปดอกไม้ สวยงาม บานประตูเป็นไม้สลักลายปิดทอง เหนือบานประตูจารึกอักษรพระปรมาภิไธย ร.ร.๖ ห้องที่น่าสนใจ คือ ท้องพระโรงกลาง ห้องพระบรรทมเดิม ห้องทรงพระอักษร ฯลฯ

 

พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน ห้องที่น่าสนใจเข้าชม คือ ห้องพระบรรทม และห้องพระสมุด ซึ่งบนเพดานมีภาพจิตรกรรมสีปูนเปียกเป็นรูปเทวดาน้อยสี่องค์ทรงดนตรีสี่ชนิด ดีด สี ตี เป่า ล่องลอยบนท้องฟ้า ในสมัยที่พระองค์ทรงประทับอยู่ ด้านหลังทรงทอดพระเนตรสวนโรมันและเมืองดุสิตธานี (เมืองจำลองประชาธิปไตย) ของพระองค์ได้ ระเบียงด้านหน้าทรงทอดพระเนตรในเขตพระนครได้ไกล

 

          พระที่นั่งนี้เคยเป็นที่ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง กรุงเทพฯ ที่พญาไท เมื่อปี พ.ศ.2473 โดยในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 ซึ่งตรงกับวันพระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้มีการเปิดการส่งวิทยุกระจายเสียงเป็นปฐมฤกษ์ พิธีเปิดสถานีได้กระทำโดยอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการฝ่ายหน้าในพระราชพิธีนั้น จากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง มีไมโครโฟนตั้งรับกระแสพระราชดำรัสถ่ายทอดไปตามสายมาเข้าเครื่องส่งที่พญาไท แล้วกระจายเสียงสู่พสกนิกรที่มีเครื่องรับวิทยุในสมัยนั้นได้รับฟัง การจัดตั้งสถานีวิทยุดังกล่าวดำเนินไปได้เพียง 2 ปี ก็เกิดเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 และได้ย้ายไปยังที่ทำการตำบลศาลาแดงแทน

   
 ห้องธารกำนัล พระที่นั่งพิมานจักรี (ชั้นล่าง) ในสมัยรัชกาลที่ 6 เคยเป็นที่เสด็จออกให้ข้าราชบริพารเฝ้า ต่อมาเมื่อพระราชวังพญาไทเปลี่ยนเป็นโฮเต็ลวังพญาไท ได้ใช้ห้องนี้เป็นห้องอาหาร ห้องธารกำนัลนี้ได้มีการบูรณะใหม่ให้สวยงามเหมือนเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2546  มุมมองเมื่อเดินขึ้นบันไดมาสู่ชั้น 2

 

พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ เป็นพระตำหนักที่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งนี้มีลักษณะต่างไปจากพระที่นั่งองค์อื่น ๆ คือเป็นอาคารสูง 2 ชั้นที่เรียบง่าย หลังคาเป็นดาดฟ้า (ปัจจุบันสร้างหลังคาคลุม) ไม่มีการตกแต่งด้วยจิตรกรรมภาพเขียนสีปูนเปียกตามเพดานและผนัง แต่พื้นประดับด้วยกระเบื้องลวดลาย เน้นบริเวณประตูทางเข้าที่เป็นลวดลายดอกกุหลาบ และบันไดขนาดใหญ่ตรงกลาง ราวบันไดเป็นเหล็กหล่อทำลวดลายคล้ายกับลายแบบอาร์ต นูโว ห้องชั้นบนมีลักษณะการวางผังเหมือนกันทั้งซ้ายและขวา ชั้นล่างเป็นห้องโถงกว้าง พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และพระสุจริตสุดาพระสนมเอก มีสะพานเชื่อมในระดับชั้นที่ 2 ไปยังพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

 

          ขณะนี้ในส่วนพระที่นั่งนี้ ไม่เปิดแบบสาธารณะให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้ทุกห้องทุกมุม เพราะปัจจุบันได้ใช้เป็นสำนักงานที่ทำการของส่วนบังคับบัญชาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส เดิมมีนามว่าพระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายาของรัชกาลที่ 6 อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี เป็นพระที่นั่งสูง 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน มีโดมขนาดเล็ก ลักษณะอาคารเป็นแบบอิงลิช โกธิค มีทางเชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานจักรีในระดับชั้น 2 ใช้เป็นที่รับรองแขกของเจ้านายฝ่ายใน ที่ฝาผนังตอนใกล้เพดาน และเพดานมีจิตรกรรมลักษณะแบบ อาร์ต นูโว เป็นลายดอกไม้ และที่ห้องสำคัญเป็นภาพชายหญิงและแกะ ซึ่งเป็นภาพเขียนสีแบบตะวันตก

 

          ในปัจจุบันที่ชั้นล่างของพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ได้มีการบูรณะและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์ทหารบก ให้ความรู้เกี่ยวกับกิจการแพทย์ทหารบกในสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงปัจจุบัน มีสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตมาจัดแสดงโชว์พร้อมข้อมูลให้ความรู้ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สมควรเข้าไปเดินดู และที่สำคัญยังจะได้เห็นการตกแต่งภายใน ลวดลายบนเพดานที่บูรณะแล้ว สวยงามมาก เป็นรูปเถาองุ่น เพราะห้องนี้เคยใช้เป็นห้องพระเสวยมาก่อนลวดลายจึงเป็นรูปเกี่ยวกับผลไม้ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร - ศุกร์ เวลา 11.00 - 15.00 น. ปิดวันเสาร์ - จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

   
 ทางเดินจากชั้น 2 ของพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน ไปยังพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์  พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานที่ทำการส่วนบังคับบัญชาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จึงเปิดให้เข้าชมได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

เดินออกมาทางบริเวณด้านหลังของหมู่พระที่นั่ง ยังมีจุดที่น่าสนใจให้ชมกันต่ออีกคือ

 

พระตำหนักเมขลารูจี พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระตำหนักอุดมวนาภรณ์มาจากพระราชวังดุสิต มาตั้งริมคลองอ่างหยกในพระราชวังพญาไท เพื่อเป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างพระราชมณเฑียร เป็นเรือนไม้สัก 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ภายในเป็นห้องโถงต่อเนื่องกัน มีสระสรง ใช้เป็นที่สรงน้ำหลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ต่อมา เมื่อการก่อสร้างพระราชมณเฑียรแล้วเสร็จ และมีพระราชประสงค์ให้พระที่นั่งด้านตะวันออกใช้นามว่า พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามพระตำหนักแห่งนี้ใหม่เป็นพระตำหนักเมขลารูจี

 

สวนโรมัน ตกแต่งสวนเป็นลักษณะเรขาคณิต ประกอบด้วยศาลาที่ใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ศาลาทรงกลมตรงกลาง มีหลังคาโดมรับด้วยเสาแบบคอรินเธียน ขนาบด้วยศาลาทรงสี่เหลี่ยมโปร่งไม่มีหลังคา มีการประดับด้วยตุ๊กตาปูนปั้นแบบโรมันบริเวณบันไดทางขึ้น ซึ่งต่อเนื่องกับด้านหน้าที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ในแนวแกนเดียวกับโดม มีทางเดินกว้างโดยรอบสระน้ำเชื่อมต่อกับศาลา ซึ่งศาลานี้ใช้เป็นเวทีการแสดงกลางแจ้งในบางโอกาส

 

   
 พระตำหนักเมขลารูจี ทางด้านหลังของพระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ลักษณะเป็นเรือนไม้หลังน้อย สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างพระราชมณเฑียร ใช้เป็นที่ทรงพระอักษร ทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ของรัชกาลที่ 6  สวนโรมัน ตั้งอยู่ด้านหลังของหมู่พระที่นั่งพระราชวังพญาไท เป็นสวนแบบตะวันตก มีศาลาเปิดคล้ายกับเป็นเวทีอยู่ด้านหน้า มีศาลาทรงกลมตรงกลาง หน้าศาลาประดับด้วยตุ๊กตาปูนปั้น เป็นรูปหญิงสาวแต่งกายแบบโรมัน

 

 เสร็จจากการเดินชมพระที่นั่งต่าง ๆ ทั้งภายนอกภายในแล้ว โดยถ้ามีวิทยากรนำชมจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงต่อรอบ ขอแนะนำให้มาแวะพักที่อาคารเทียบรถพระที่นั่ง ด้านหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี ที่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ มีอาหารว่าง เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ไอศครีม ไว้บริการ ในบรรยากาศที่สุดแสนคลาสสิคแบบพระราชวังเก่า นั่งทานอาหารเบา ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว คงช่วยให้สดชื่นมีแรงท่องเที่ยวกันต่อได้อีก

 

   
 ทางเดินเข้าอาคารเทียบรถพระที่นั่งที่อยู่ทางด้านหน้าของพระที่นั่งพิมานจักรี ปัจจุบันมีเอกชนมาเช่าสถานที่เปิดเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ชื่อร้านกาแฟนรสิงห์  บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกอบอุ่นจากแสงของโคมไฟระย้า กระจกหน้าต่างรอบ ๆ ห้องช่วยเพิ่มความสว่างแบบไม่จ้าแต่นุ่มนวล .... 

 

สำหรับโปรแกรมไปเยี่ยมชมพระราชวังพญาไทนั้น จะต้องมีการวางแผนสักหน่อย เพราะที่นี่ไม่ได้เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน เนื่องจากการบูรณะซ่อมแซมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ปัจจุบันจึงเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น โดยมีวิทยากรอาสาสมัครของชมรมคนรักวังฯ พาเดินชมส่วนต่าง ๆ ของพระที่นั่งและบรรยายให้ความรู้ไปด้วย มี 2 รอบ คือรอบเวลา 9.30 น. และ 13.30 น. แต่ถ้าเป็นวันอื่นก็สามารถเดินเยี่ยมชมบริเวณภายนอกได้ ทางทีมงานก็ต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับการบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม มา ณ ที่นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ท่านที่ไปชมพระราชวังพญาไท ก็สามารถมีส่วนร่วมในการบูรณะฟื้นฟูได้ โดยเชิญร่วมบริจาคทรัพย์ตามกำลังศรัทธาได้ที่บริเวณสำนักงาน เพื่อให้พระราชวังแห่งนี้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมในเร็ววันและเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานสืบไป

 



สวนสยามโลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม
 "สวนสยาม" สวนสนุกที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน  เป็นสวนสนุกแห่งแรกๆ
21 ธ.ค 55 15.18 น. เปิดดู 3778
วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร หรือ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
12 พ.ย 55 09.29 น. เปิดดู 2391
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ คุณค่าแห่งยุคสมัย
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นอาคารที่รวมเอาสุดยอดศิลปวิทยาการ
7 พ.ย 55 02.50 น. เปิดดู 1556
วัดระฆังโฆสิตาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม เดิมชื่อวัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
30 ก.ย 55 05.37 น. เปิดดู 1914
สุขใจที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
นครหลวงของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก
17 ก.ย 55 14.05 น. เปิดดู 1867
ภูเขาทอง วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
วัดสระเกศ ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท
29 ก.ค 55 09.37 น. เปิดดู 2235
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม