ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 7 ก.ค 54.
เปิดอ่าน : 2091 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



มนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำสะแกกรัง


แห่งเดียวในเมืองไทย ชุมชนเรือนแพมนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำสะแกกรัง กลางเมืองพระชนกจักกรี อุทัยธานี

                อุทัยธานีดินแดนมรดกโลกเมืองแห่งพระชนกจักรี มีแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่าน เป็นเมืองที่ยังคงเต็มไปด้วยวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างเข้มแข็ง เป็นเมืองที่น่าอยู่ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวเรือนแพในแม่น้ำสะแกกรังที่ยังคงยั่งยืนเป็นมนต์เสน่ห์บนสายน้ำสะแกกรังมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนานนับศตวรรษ   เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีชุมชนชาวเรือนแพขนาดใหญ่มากกว่าสองร้อยหลัง ประชาชนยังคงอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในการทำประมงและเลี้ยงปลา เป็นวิถีชีวิตที่ยังคงรักษาความเป็นชาวเรือนแพไว้อย่างเต็มตัว และการล่องเรือในแม่น้ำสะแกกรัง ชมวิถีชีวิตชาวเรือนแพเหล่านี้เป็นการสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวเรือนแพของจริง ๆ แบบใกล้ ๆ เป็นการท่องเที่ยวที่เพลิดเพลินไปกับสายน้ำและธรรมชาติ

 

 

 

 

 

 

 

                แม่น้ำสะแกกรัง ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานี เป็นแม่น้ำสายสำคัญของชาวอุทัยธานี ที่ใช้ทั้งอุปโภคบริโภคแม้กระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในเรือนแพ ในอดีตแม่น้ำสะแกกรังเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและทำการค้าที่สำคัญในแถบภาคกลาง อุทัยธานีตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูงมีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีมรดกโลกคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ในสมัยโบราณชื่อเมืองอู่ไทย เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ และเป็นเมืองแห่งถิ่นเกิดของพระชนกจักรี บุคคลสำคัญแห่งต้นราชวงศ์จักรี คือนายทองดีมีบุตรชายคือนายทองด้วง ซึ่งต่อมาปราบดาภิเษกเป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งทั้งทางด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิต ที่น่าเข้าไปเยี่ยมชมโดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวเรือนแพ แห่งเดียวในประเทศไทย

 

 

 

                ก่อนที่เราจะลงเรือ เราพามาค้นหาประวัติศาสตร์ในด้านต่าง ๆของเมืองอุทัยธานี กันที่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นศูนย์รวมของเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตของเมืองอุทัยธานีไว้อย่างมากมาย เป็นอาคารเก่าที่มีอายุมากกว่า 80 ปี ซึ่งในสมัยก่อนเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ตั้งอยู่ภายในเป็นศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จัดแบ่งการจัดแสดงเป็นสามอาคาร และมีห้องต่าง ๆเช่น ห้องพัฒนาอาชีพ ห้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ห้องจัดแสดงด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยศเจ้าเมือง จำลองไม้สักและบ้านไทย จำลองห้วยขาแข้งและประวัติ สืบ นาคเสถียร นอกจากนั้นยังมีของโบราณต่าง ๆ ประวัติบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในอุทัยธานีอีกมากมาย เข้าไปในนี้แล้วได้รู้ถึงเมืองอุทัยธานีอย่างลึกซึ้งครับ

 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

                ลำน้ำสะแกกรัง  มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยก่อน เมื่อพ่อค้าล่องเรือผ่านมา จะรู้ได้ว่าถึงบ้านสะแกกรังแล้ว โดยเฉพาะในเดือนยี่ถึงเดือนสามจะสังเกตุได้ชัดเจน ต้นสะแกจะออกดอกเล็ก ๆ ช่อยาวสีเขียวอมเหลืองห้อยลงมาริมน้ำ บริเวณสองฝั่งแม่น้ำจะมีเรือนแพอยู่เรียงราย ฝั่งแม่น้ำด้านตะวันตกมีอาคารบ้านเรือนอยู่หนาแน่น เป็นตลาดใหญ่ ข้าวของที่นำออกมาขายที่ตลาดนั้น มีทั้งข้าวสารซึ่งวางขายอยู่ในกระบุง อาหารคาวหวาน ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกเองทำเอง และนำมาวางขาย ฝั่งแม่น้ำด้านตะวันออกเป็นเกาะเทโพซึ่งเป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากการผันน้ำในลำน้ำสะแกกรัง บริเวณนี้มีสวนผลไม้จำนวนมาก และป่าไผ่ตามธรรมชาติ  มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น สานใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูกและทำประมง

 

ในแม่น้ำสะแกกรัง เต็มไปด้วย เรือนแพที่ลอยอยู่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ นับเป็นมนต์เสน่ห์และเป็นสิ่งคู่กันกับแม่น้ำสะแกกรังมาร่วมศตวรรษ ลักษณะเป็นเรือนไม้สร้างคร่อมบนแพลูกบวบไม้ไผ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบบ้านไม้โบราณ  ตั้งเรียงรายอยู่เต็มสายน้ำมีมากกว่า 200 หลัง เป็นชุมชนชาวแพขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละหลังก็มีเจ้าของและมีบ้านเลขที่พร้อม ซึ่งน่าจะมีแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีชุมชนชาวแพหรือหมู่บ้านชาวเรือนแพ จะมีทั้งผู้นำชุมชนก็คือแพผู้ใหญ่และมีองค์ประกอบของชุมชนเหมือนชุมชนบนบกแทบทุกอย่าง ตลอดเส้นทางล่องเรือ เราจะพบเห็นเรือนแพที่ลอยลำอยู่ตลอด ได้พบกับชาวเรือนแพที่ยังคงอาศัยอยู่และสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวแพได้แบบใกล้ ๆ ชาวบ้านในชุมชนเรือนแพบอกว่าอยู่แพแล้วสบาย ในหน้าร้อนลมก็เย็น ในหน้าหนาวตอนเช้า ๆแดดก็อุ่น  และหลาย ๆท่านไม่ยอมขึ้นไปอยู่บนบกแม้จะมีที่อยู่แล้วก็ตาม ยังคงอยู่ที่เรือนแพดังเดิมที่เคยอยู่มาในอดีต ตลอดสองฝั่งริมน้ำก็เต็มไปด้วยท่าน้ำของชาวบ้านในเกาะเทโพ และธรรมชาติที่สวยงาม เห็นชาวบ้านออกเรือหาปลาในลุ่มน้ำสะแกกรังเป็นระยะ อากาศเย็นสบายมาก ๆ นั่งเรือชมทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีแบบเพลิดเพลินครับ

 

 

 

 

 

ชาวเรือนแพเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการประมงในช่วงเช้าหลังจากที่ได้ปลามาจะนำมาชำแหละ เสียบไม้เป็นแผง ผึ่งให้แห้ง ย่างรมควันทำเป็นปลาแห้ง และนำไปขายในตลาด ตามเรือนแพริมน้ำเหล่านี้จะมีกระชังเลี้ยงปลา เช่น ปลาสวาย ปลาแรด และปลาเทโพ  ปลาแรดในกระชังของที่นี่นับว่าขึ้นชื่อมาก เพราะเนื้อแน่นนุ่มและหวาน บางคนกล่าวว่า เป็นเพราะน้ำที่นี่มีการไหลเวียนดีและอาจมีแร่ธาตุบางอย่างอยู่ ปลาแรดจึงมีเนื้อนุ่ม  จึงมองไปได้ว่าลำน้ำสะแกกรังยังคงบริสุทธิ์สะอาดอยู่มาก สภาพความเป็นอยู่ที่สามารถพบเห็นตามสองฝั่งลำน้ำสะแกกรัง เป็นวิถีชีวิตที่หาดูได้ยากยิ่งในทุกวันนี้ และเป็นมนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำสะแกกรังแห่งนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแท้จริง

 

การล่องเรือจะผ่านทั้งเรือนแพ ตลาด บ้านเรือนและผ่านวัดสำคัญของเมืองอุทัยธานีอีกแห่งหนึ่ง ก็คือวัดอุโบถาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดโบสถ์  ซึ่งเป็นวัดอีกแห่งที่เป็นสัญลักษณ์ของลำน้ำสะแกกรัง วัดตั้งอยู่ติดริมน้ำ เมื่อเรามองเข้าไปบนฝั่งเห็นหมู่เจดีย์อุโบสถและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ มีกำแพงล้อมรอบเป็นภาพที่สวยงามสุดประทับใจ วัดอุโบถารามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่บนเกาะเทโพ นอกจากมีหมู่อุโบสถที่สวยงามแล้วด้านหน้า มีมณฑปแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นลักษณะผสมผสานแบบตะวันตก มีปูนปั้นลายไม้เลื้อยที่ขอบหน้าต่าง สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง(รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งเสด็จมาประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ ใน พ.ศ 2449 เป็นวัดที่มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับนักท่องเที่ยวทุกครั้งเมื่อเรือล่องผ่านบริเวณหน้าวัด ยิ่งถ้าเรามาล่องเรือในช่วงเช้ามืดเราก็จะพบเห็นเหล่าพระสงฆ์พายเรือออกบิณฑบาตรซึ่งเป็นภาพที่งดงามและหาดูได้ยากมาก ในปัจจุบัน

 

 

 

การล่องเรือในลำน้ำสะแกกรังสามารถล่องเรือไปจนถึง อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาทก็ได้ หรือจะวนเฉพาะรอบตัวเกาะเทโพ เมืองอุทัยธานีก็ได้ นักท่องเที่ยวสามารถว่าจ้างเรือจากบริเวณท่าเรือตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานีและจุดให้บริการทั่วจังหวัดอุทัยธานี  ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือแล้วแต่เส้นทาง เรือที่ใช้ในการล่องก็มีทั้งแบบเรือหางยาวหลังคามุง,จุได้ประมาณ 10-12 คน ,เรือขนาดใหญ่แบบเหมาลำจุได้ประมาณ 40 คนและเรือคะยัก ต้องการล่องเรือหางยาวสอบถามข้อมูลได้ที่โทร 086-7909749 ,ต้องการล่องเรือขนาดใหญ่ สอบถามข้อมูลได้ที่โทร 081-8300453 ต้องการเรือคะยักสอบถามข้อมูลได้ที่โทร 056-511444 ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับล่องเรือก็คือในช่วงเช้าและเย็น  ยามเช้า ๆเราจะเห็นความงดงามของวิถีชีวิตชาวเรือนแพ และในช่วงเย็นประมาณ  18.00 น. จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกซึ่งเป็นวิวที่สวยงามมาก   และการล่องเรือในลำน้ำสะแกกรังก็มาท่องเที่ยวได้แทบทุกฤดูกาลยกเว้นถ้ามีน้ำท่วมสูง สอบถามข้อมูลการล่องเรือเพิ่มเติมได้ที่ โทร 056-512916 โทรสาร 056-514982

 

การเดินทางมายังจังหวัดอุทัยธานี ทางรถยนต์ เดินทางมาบนทางหลวงหมายเลข 32 หรือสายเอเชีย ผ่านอยุธยา-สิงห์บุรี-ชัยนาท แล้วเลี้ยวซ้ายตรงแยกท่าน้ำอ้อย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 333 ข้ามสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี

 

เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถออกจากขนส่งกรุงเทพ (หมอชิต) เส้นทางกรุงเทพ-อุทัยธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง มีทั้งรถปรับอากาศและรถธรรมดา ตั้งแต่เวลา 04.30-17.30 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 02-9362852-66 จากนั้นใช้บริการรถท้องถิ่นในการเดินทางท่องเที่ยวครับ

 

 

 

เรือนแพในลุ่มน้ำสะแกกรัง นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมวีถีชีวิตที่ทรงคุณค่าที่เต็มไปด้วยความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมที่น่าชื่นชม หากท่านใดมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวเรือนแพก็ เป็นอีกกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ต้องเข้าไปสัมผัสให้ได้ครับ  เที่ยววิถีไทย ประทับใจได้เสมอครับ



พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น อุทัยธานี ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
  พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งอยู่ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
20 เม.ย 54 05.44 น. เปิดดู 2634
ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง ที่อุทัยธานี
  ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพริมน้ำ ท่องเที่ยวกินลมชมวิว
20 เม.ย 54 05.17 น. เปิดดู 3340
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม