ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 1 ก.ค 54.
เปิดอ่าน : 4347 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



นั่งรถชมโบราณสถาน ไหว้พระ ทำบุญ พระนครศรีอยุทธยา


เมื่อกล่าวถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงเมืองแห่งวัดวาอาราม และโบราณสถานมากมาย และพาหนะในการนำเที่ยวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาถึงจะได้พบกับ “ตุ๊กตุ๊กหน้ากบ” ที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป 


รถตุ๊กตุ๊ก หรือชื่อเรียกทางราชการว่า "รถสามล้อเครื่อง" เริ่มแรกเป็นการนำรถสามล้อเครื่อง กระบะบรรทุก จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาดัดแปลง เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกปี พ.ศ. 2503 เพื่อทดแทนรถสามล้อถีบซึ่งถูกห้ามวิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ยุคแรก ๆ มีทั้งยี่ห้อไดฮัทสุ ฮีโน่ มาสด้า มิตซูบิชิ ปัจจุบันเหลือเพียง ไดฮัทสุ ทุกวันนี้ประเทศไทยได้ผลิตและส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย ในนาม "TUK-TUK" สามล้อตุ๊กตุ๊กมีบริการทั่วไปทุกจังหวัด ซึ่งบางท้องที่จะมีลักษณะเฉพาะพิเศษ อย่างเช่นรถตุ๊กตุ๊กในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหน้ารถขนาดใหญ่กว่าทั่วไปจะเรียกกันว่า "รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ" ซึ่งจะสามารถหาใช้บริการได้ทั่วไปในอำเภอพระนครศรีอยุธยา

 

 

จังหวัดอยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีโบราณสถานและสถานที่สำคัญอยู่ทั่วเมืองอยุธยา การเที่ยวชมโบราณสถานนั้นก็ทำได้หลายทาง แต่การท่องเที่ยวชมเมืองอยุธยาที่ออกรสออกชาติมากที่สุดเห็นจะเป็นเจ้า ตุ๊ก ตุ๊กหน้ากบ คนเล็กหลากสีสัน  ซึ่งเป็นสามล้อที่มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของจังหวัดอยุธยา และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะช่วยสร้างอรรถรสให้การเที่ยวแปลกแตกต่างสร้างความสนุกสนานตื่นเต้น แวะจอดได้ง่าย ได้สัมผัสกับบรรยากาศในการท่องเที่ยวแบบแท้จริง ด้วยมุมมองมากมายรอบตัว

 

 

 

 

 

  

                โบราณสถานภายในเมืองอยุธยานั้นมีมากมายหลายแห่ง มีทั้งราชวังโบราณโดยเฉพาะวัดในสมัยอยุธยาเป็นราชธานีนั้นมีวัดวาอารามมากกว่า 500 แห่ง นอกจากจะมีความสำคัญในอดีตแล้ว โบราณสถาน ต่าง ๆเหล่านี้ก็ยังคงความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ  เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา เป็นศูนย์ธรรมทางด้านศิลปะวิทยาการหลายแขนง ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม ประณีตศิลป์และวิจิตรศิลป์ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ความเชื่อและวิถีชีวิต

 

 

                การเดินทางชมโบราณสถานด้วยรถสามล้อ ตุ๊ก ตุ๊ก หน้ากบ ครั้งนี้เราเริ่มด้วยการเข้าไป กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองที่ศาลหลักเมืองอยุธยา จากนั้นเข้าไปที่วิหารมงคลบพิตรเพื่อนมัสการพระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา องค์พระมงคลบพิตร และเยี่ยมชมราชวังโบราณที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วเดินทางไปชมวัดหลวงที่วัดมหาธาตุ ปิดท้ายด้วยการเข้าไปชมโบราณสถานที่วัดราชบูรณะ ก้าวขึ้นนั่งเบาะหลังตุ๊ก ตุ๊ก สายพันธุ์แกร่ง แล้วไปกันเลย ที่ศาลหลักเมือง

 

                ศาลหลักเมืองตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางราชธานีเก่า นับเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณว่าการสร้างบ้านสร้างเมืองนั้น ต้องมีเสาหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง และเพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองทั้งหลาย เป็นมิ่งมงคลให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข   เสาหลักเมืองจึงเป็นสัญลักษณ์ของเมืองต่าง ๆ และเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และในทุก ๆ จังหวัดของไทยเราก็จะมีเสาหลักเมืองประจำจังหวัดและยกให้ เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา เสาหลักเมืองพระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่บนฐานสูงมีบันไดขึ้นสามทาง ล้อมรอบไปด้วยสนามหญ้าและต้นไม้สวยงามร่มรื่น กราบไหว้บูชาเสาหลักเมืองเพื่อเป็นมงคลให้กับตนเอง จากนั้นเดินทางไปนมัสการพระมงคลบพิตร

 

 

 

 

 

                วิหารพระมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของราชวังโบราณ หรือบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในประดิษฐานพระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา คือองค์พระมงคลบพิตร  วิหารพระมงคลบพิตรในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 ได้ถูกข้าศึกเผาเครื่องบนโทรมลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพิตรหัก ต่อมาเมื่อถึงในสมัย รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้การปฏิสังขรณ์ใหม่ พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร และสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นระหว่างปี พ.ศ. 1991–2145 เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น มีพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยมพระขนงโค้งอ่อนหวาน ซึ่งแสดงถึงการผสมผสานกับศิลปะสุโขทัย ภายในวิหารนอกจากจะมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แล้วภายในยังจัดแสดงพระพุทธรูปแบบต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา ให้เราได้เยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้อีกด้วย ภายในวิหารเต็มไปด้วยประชาชนทุกเพศทุกวัย ที่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเข้าไปนมัสการพระมงคลบพิตรเพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิตครับ บริเวณทางเดินเข้าไปยังวิหารมีวิหารแกลบตั้งอยู่ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่เคยใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิง และบริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออกในสมัยก่อนเป็นสนามหลวง ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านายเช่นเดียวกับท้องสนามหลวงของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ด้านหลังวิหารพระมงคลบพิตรมีร้านบริการอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกมากมาย

 

                หลังจากที่เรานมัสการพระมงคลบพิตรเรียบร้อยแล้วเราก็เดินเท้ามาทางทิศเหนือเพื่อเยี่ยมชมราชวังโบราณภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์  พระราชวังแบ่งออกเป็นสองส่วน คือเขตพุทธาวาสอันเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีสรรเพชญ์ และเขตพระราชฐานอันเป็นที่ตั้งของราชวังโบราณ ซึ่งประกอบด้วยปราสาทราชมณเฑียรและหมู่พระที่นั่ง ต่าง ๆ คล้ายกับพระบรมมหาราชวังในสมัยรัตนโกสินทร์ สำหรับหมู่พระที่นั่งต่าง ๆคงเหลือแต่ซากปรักหักพัง ของฐานสิ่งปลูกสร้าง โดยมีหมู่พระที่นั่งที่เป็นโบราณสถาน ที่สำคัญอาทิเช่น พระที่นั่งวิหารสมเด็จ แต่เดิมสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ใช้สำหรับเป็นที่ประทับรับแขกเมือง  พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อ ใช้เป็นที่ทอดพระเนตร ขบวนแห่ทางชลมารค พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรขบวนแห่ต่างๆ พระที่นั่งตรีมุข ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง แต่ได้ปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ สมเด็จพระเพทราชาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับ

 

 

 

 

 

วัดพระศรีสรรเพชญ์ ปัจจุบันส่วนที่ยังคงสภาพอยู่และเห็นเด่นชัด คือพระเจดีย์ทรงลังกา (ลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ) สามองค์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นองค์พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิของกษัตริย์ในสมัยอยุธยาเป็นราชธานี สามพระองค์ ถ้าเข้ามาจากวิหารพระมงคลบพิตร เจดีย์ทางด้านขวามือเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ องค์กลางของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และองค์ซ้ายมือของสมเด็จพระบรมรามาธิบดี ที่ 2 ในสมัยอยุธยาวัดนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ หากแต่ใช้เป็นที่เสด็จออกบำเพ็ญกุศลของพระมหากษัตริย์ในวโรกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับวัดพระแก้วในปัจจุบัน ภายในวัดมีโบราณสถานหลายแห่ง เช่น วิหารหลวง,พระอุโบสถและเจดีย์อีกมากมายครับ ถ้านึกภาพไปในสมัยก่อนคงเป็นราชวังที่มีขนาดใหญ่โตมาก ๆ

 

หลังจากที่เราชมราชวังโบราณกันจนเต็มอิ่มแล้ว เราก็เดินทางไป ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดสำคัญอีกวัดหนึ่งในสมัยอยุธยา วัดมหาธาตุเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของพระนคร มักจะสร้างไว้กลางเมือง มีองค์ปรางค์สูงเด่น ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างตั้งแต่สมัยใด แต่ศิลปะที่พบภายในวัดมหาธาตุเป็นศิลปะอโยธยาร่วมสมัยกับศิลปะบายนของเขมร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีมาก่อนสมัยอยุธยาทั้งสิ้น จึงเชื่อว่าเป็นวัดที่สร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้น แต่มาแล้วเสร็จในรัชกาลสมเด็จพระราเมศวร วัดมหาธาตุเป็นวัดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นวัดที่ใช้ประกอบ พระราชพิธีต่างๆ  ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญคือปรางค์ประธาน เมื่อยอดปรางค์หักโค่นลงมานั้นพบว่าภายในประดิษฐานพระบรมบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในผอบซึ่งทำด้วยวัสดุต่างกันซ้อนอยู่ถึงเจ็ดชั้น และมีเครื่องประดับที่มีค่าอีกหลายอย่าง เช่นโคมทองคำสานประดับทับทิมเป็นต้น  นอกจากปรางค์ประธานแล้ว ก็ยังมีโบสถ์,เจดีย์รูปทรงต่าง ๆ และซากปรักหักพังอีกมากมาย วัดมหาธาตุในอดีตเคยใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ  จนสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถสร้างวัดพระศรีสรรเพชญ์เสร็จจึงย้ายไปประกอบพระราชพิธีที่นั่นแทน และมีจุดที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปชมเป็นอย่างแรกเมื่อเข้ามาภายในวัดมหาธาตุ ก็คือเศียรพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาวางอยู่ในรากโพธิ์เป็นภาพที่สวยงามและน่าทึ่งมาก ๆ บริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดมหาธาตุมีจุดบริการอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกมากมายให้เราได้เลือกชมเลือกซื้ออีกด้วย นั่งพักผ่อนดื่มน้ำเย็น ๆ แล้วเดินทางต่อไปยังวัดราชบูรณะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลมากนัก

 

วัดราชบูรณะเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระราชาธิราชที่ 2  (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าให้สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ 1917 ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้ถวายพระเพลิงศพของเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระเชษฐาทั้งสองพระองค์ ซึ่งสิ้นพระชนม์เนื่องจากการแย่งชิงราชสมบัติภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญคือ ปรางค์ประธานขนาดใหญ่เป็นพระปรางค์แบบไทยก่อด้วยศิลาแลงบนฐานแปดเหลี่ยมมีเจดีย์อยู่ทั้งสี่ทิศ ทำฐานสูงมีบันไดขึ้นสู่ยอดปรางค์ ด้านทิศตะวันออก และภายในองค์ปรางค์มีห้องเก็บสมบัติที่ทำลึกลงไปใต้ดิน เราสามารถเข้าไปได้แต่ต้องเข้าทีละ 5 คนเพราะห้องแคบมาก ภายในกรุปรางค์ยังพบเครื่องราชูปโภคทำด้วยทองคำจำนวนมาก นับเป็นวัดที่มีความสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกวัดหนึ่ง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากโบราณสถานต่าง ๆมี่เราพาไปชมแล้วภายในเมืองกรุงเก่าอยุธยาแล้วก็ยังมีโบราณสถานและวัดวาอารามต่าง ๆมากมายในเขตอุทยาน ฯ ให้เราเข้าไปเยี่ยมชมได้แบบทั้งตอนกลางวันและยามค่ำคืน อาทิเช่น วัดพระราม,วัดญาณเสน,วัดธรรมิกราช,วัดวรโพธ์,วัดวรเชษฐาราม,พระราชวังจันทร์เกษม,วัดสุวรรณดาราม,วัดโลกยสุธาราม,วัดเสนาสนาราม,วัดพุทไธศวรรย์,วัดหน้าพระเมรุ,วัดใหญ่ชัยมงคล,วัดกษัตราธิราชวรวิหาร,วัดพนัญเชิง,วัดภูเขาทอง,วัดพระยาแมน,หมู่บ้านโปรตุเกส,หมู่บ้านญี่ปุ่น,เพนียดคล้องช้าง,โบสถ์นักบุญยอเซฟ เดินทางเที่ยวชมกับแบบเต็มอิ่มทั้งวันและมีกิจกรรมท่องเที่ยว ดี ๆอีกหลายอย่างที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว

 

อุทยาน ฯตั้งอยู่ใจกลางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 -18.00 น. อัตราค่าเข้าชมโบราณสถานแต่ละแห่ง ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท ยามค่ำคืนจะมีการประดับไฟ ตั้งแต่เวลา 18.00 -21.00 น. การเดินทางท่องเที่ยวก็ทำได้ทั้ง ทางรถยนต์,รถเช่า,ตุ๊กตุ๊ก,สามล้อถีบ,จักรยาน,เดินเท้า,ล่องเรือ,นั่งช้าง ต้องการแบบไหนก็เชิญตามสบายครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 035-241689,035-246976-9 โทรสาร 035-246078 สอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางครับ

 

การเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เดินทางมาได้ในหลายแบบ

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว เดินทางมาบนทางหลวงหมายเลข 1(ถนนพหลโยธิน) แล้วมุ่งตรงสู่จังหวัดอยุธยาโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 32  หรือใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะ (ทางหลวงหมายเลข 304) หรือถนนงามวงศ์วาน (ทางหลวงหมายเลข302) เลี้ยวขวาเข้าถนนติวานนท์ (ทางหลวงหมายเลข306) ข้ามสะพานนนทบุรี ไปยังปทุมธานี ต่อด้วยเส้นทางปทุมธานี-สามโคก-เสนา(ทางหลวงหมายเลข 3111) แล้วแยกขวาที่ อ.เสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 ไปยังตัวจังหวัดอยุธยา

 

เดินทางโดยรถประจำทาง  จากกรุงเทพไปยังอยุธยามีรถประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายเหนือและตะวันอกเฉียงเหนือทุก ๆวัน วันละหลายเที่ยว จากนั้นใช้บริการรถท้องถิ่นในการท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-9361972

 

เดินทางโดยทางรถไฟ อยุธยาเป็นชุมทางรถไฟ ที่สำคัญเป็นเส้นทางผ่านของรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ ในแต่ละวันจะมีรถไฟขึ้นล่องวันละหลายเที่ยว จากนั้นใช้บริการรถท้องถิ่นในการท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-2237010,02-2237020

 

การเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเราสามารถท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ สถานที่สำคัญ และท่องเที่ยวธรรมชาติวิถีชีวิต เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย และการเดินทางเที่ยวชมโบราณสถานโดยรถ ตุ๊ก ตุ๊ก หน้ากบ ก็เป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการท่องเที่ยว ที่ได้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน อีกทั้งยังได้เปิดมุมมองที่แปลกแตกต่าง เป็นอีกกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าเข้าไปสัมผัสอย่างยิ่ง หากท่านใดเดินทางมาเที่ยวเมืองอยุธยา ถ้าอยากเที่ยวชมโบราณสถานแบบแปลกแตกต่างก็อย่าลืมใช้บริการของรถตุ๊กตุ๊ก หน้ากบของ คนท้องถิ่นอยุธยาแท้ ๆ กันนะครับ เที่ยวเมืองไทยกินใช้ในท้องถิ่น เศรษฐกิจยิ่งแข็งแรงครับ



วัดใหญ่ชัยมงคล เที่ยววัดโบราณ พระนครศรีอยุธยา
25 ส.ค 56 02.56 น. เปิดดู 702
เที่ยวอยุธยา เมืองเก่าในอดีต
อยุธยาหรือเรียกว่า"พระนครศรีอยุธยา"เมืองหลวงเก่าของไทย
21 ก.ค 54 19.20 น. เปิดดู 9976
ตลาดน้ำอโยธยา เที่ยววันเดียวไปกลับ
    ใครที่ชอบการทำบุญ 9 วัด เชื่อแน่ว่าต้องไม่พลาดที่จังหวัดอยุธยา
20 พ.ค 54 13.33 น. เปิดดู 3513
วัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทริปนี้เราพามาเที่ยวชมวัดโบราณในพระนครศรีอยุธยา กันที่ วัดพระศรีสรรเพชญ์
25 เม.ย 54 08.56 น. เปิดดู 3185
วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  ทริปนี้เราพามาเที่ยวชมวัดโบราณในพระนครศรีอยุธยา กันที่ วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา
22 เม.ย 54 03.45 น. เปิดดู 3102
เที่ยวชมวัดมหาธาตุ สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  วัดมหาธาตุ หรือวัดพระศรีมหาธาตุ หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
21 เม.ย 54 09.17 น. เปิดดู 2688
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม