ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 19 พ.ค 54.
เปิดอ่าน : 1530 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



มหาเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Paya) พุกาม ประเทศพม่า


           มหาเจดีย์ชเวสิกอง(Shwezigon Paya ) เจดีย์ทองเรืองรอง ณ ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดีตอนบน เขตเมืองพุกาม อาณาจักรแรกที่ชนชาติพม่ายิ่งใหญ่ขึ้นในลุ่มน้ำนี้เมื่อกว่า 900 ปีก่อน พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ "ชเวสิกอง" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" (ชเว = ทอง) สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น

 

          จุดที่สร้างเจดีย์ เกิดจากช้างเสี่ยงทายของพระเจ้าอโนรธาเดินมาหยุดอยู่ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี จึงเฉลิมนาม ชเวสิกองหรือในสำเนียงพม่าว่า ชเวซีโข่งแปลตรงตัวว่าเจดีย์ทองบนพื้นทรายเจดีย์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพม่าที่มีเหนือมอญ และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ที่สำคัญคือเป็นเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพม่าจึงนับถือเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดในจิตใจ

 

          พุทธลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับลายงดงามด้วยเฟื่องอุบะ และแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า รัดอกแซมลวดลายประดับทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง ตั้งบนฐาน 3 ชั้น รวมความสูงจากฐานถึงยอด 53 เมตร หรือกว่า 170 ฟุต รอบระเบียงมีภาพแผ่นเคลือบปูนปั้นเล่าเรื่องในนิทานชาดกสอนใจคน รอบฐานเจดีย์มีวิหารโถงประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ ถือเป็นศิลปะพุกามรุ่นแรกที่ได้รับอิทธิพลจากมอญ เจดีย์นี้เริ่มสร้างสมัยพระเจ้าอโนรธามหาราช (พ.ศ.1587 – 1620) มาเสร็จสิ้นสมัยพระเจ้าจันสิตตา (พ.ศ.1627 - 1656) รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์พุกาม

 

          ที่น่าสนใจคือบริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทิศตะวันออก มีหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว ใส่น้ำไว้สำหรับนั่งคุกเข่ามองเงายอดเจดีย์ที่สะท้อนลงผิวน้ำ หลุมนี้ทำขึ้นใหม่เมื่อมีการเทปูนที่ลานรอบองค์เจดีย์ แต่ชาวพม่าเล่าขานว่าตรงจุดนี้เคยมีหลุมมาตั้งแต่สมัยพุกามแล้ว เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกองเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว

 

          เจดีย์ชเวสิกองมีความอัศจรรย์ 9 ประการของพระมหาธาตุชเวสิกอง คือ

1.       ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม

2.       กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์

3.       เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย)

4.       ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม)

5.       มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ)

6.       เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม

7.       แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื่นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง

8.       ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์

9.       มีต้นพิกุล (Khaye หรือ Chayar) ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง)

 

          ใกล้กับหลุมสมดุลเจดีย์ ตรงเชิงบันไดทางขึ้นเจดีย์ด้านขวามือ มีปูนปั้นรูปนัตตนหนึ่งสูงประมาณ 1 เมตร สันนิษฐานว่าพระเจ้าอโนรธาหรือพระเจ้าจันสิตตา โปรดให้ทำไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า นัตคือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองเจดีย์และพุทธศาสนา แต่ชาวพม่าเชื่อว่าเป็น นัตพ่อหมอหรือนัตที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บ จึงนิยมมาปิดทองและอธิษฐานขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่พานพบโรคภัยใด อันเป็นภาพสะท้อนว่า แม้พระเจ้าอโนรธาจะทรงลดฐานะของนัตให้ต่ำกว่าพระพุทธเจ้า แต่นัตก็ยังผูกพันอยู่ในวิถีชีวิตของชาวพม่าอย่างแนบแน่น

 

          บริเวณด้านหลังอาคารที่ทำการของผู้ดูแลเจดีย์ มีเรือนไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ ภายในเป็น หอนัตหรือที่ประดิษฐานรูปปั้น นัตหรือวิญญาณศักดิ์ของผู้ตายร้ายทั้ง 36 ตนตามความเชื่อของชาวพม่า โดยมี ตะจังมีงหรือท้าวสักกะ หรือพระอินทร์เป็นหัวหน้านัต รวมเป็น 37 ตน ไม่ไกลกันยังมี ระฆังบุเรงนองสร้างขึ้นในวาระที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เสด็จฯมากราบมหาเจดีย์ชเวสิกอง แล้วทรงปฏิสังขรณ์เจดีย์นี้ใน พ.ศ.2100

 

          พระธาตุ หรือพระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์บนก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ มีความสูง 18 ฟุต หรือราว 5.5 เมตร เส้นรอบวง 50 ฟุต ตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่บนหน้าผาสูงชันกว่า 3,000 ฟุต เขตเมืองไจก์โถ่ ในรัฐมอญของพม่า มองด้วยสายตาแล้วก้อนหินน่าจะหล่นลงมา แต่ไม่หล่น ชาวมอญและพม่าแต่โบราณจึงเชื่อว่าพระอินทร์ทรงจับหรือแขวนก้อนหินนี้ไว้ เพื่อให้ใช้เป็นที่สร้างเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ไว้สักการบูชาแทน พระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งมนุษย์ขึ้นไปกราบไหว้ไม่ได้

 

          ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเชื่ออีกว่าคนมีบุญสามารถนำไก่มาลอดใต้ก้อนหินนี้ได้ และถือเป็นมหาบูชาสถานศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 3 เทียบเท่ามหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง และพระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ อีกทั้งชาวล้านนามีคติว่าพระเกศแก้วจุฬามณีเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ เมื่อไม่สามารถขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ให้มากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวนแทน ตำนานของชาวมอญและพม่า เล่าว่าเมื่อราว 2,000 ปีมาแล้ว มี พิทยาธรหรือผู้มีวิชากายสิทธิ์คนหนึ่ง เป็นลูกศิษย์ของพระฤาษีผู้มีอาคมแก่กล้าอยู่ในป่าลึก ต่อมาพิทยาธรได้พบรักกับนาคีผู้มีฤทธิ์แปลงตนเป็นหญิงสาว จนมีลูกด้วยกันคนหนึ่ง ให้ฤาษีช่วยเลี้ยงดูกระทั่งเติบใหญ่ได้เป็นเจ้าผู้ครองเมือง นามว่า พระเจ้าติสสะวันหนึ่งพระฤาษีรู้ตนว่าจะต้องละสังขารคืนสู่ธรรมชาติ จึงตัดสินใจถวายพระเกศาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแด่พระเจ้าติสสะ พระเกศานี้ได้รับมาแต่ครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จโปรดสัตว์ถึงในถ้ำพระฤาษี โดยเอาพระเกศานั้นเก็บซ่อนไว้ในมวยผมของตนเป็นเวลานาน

 

           ครั้นเมื่อจะถวายให้ก็มีข้อแม้ว่า พระเจ้าติสสะจักต้องหาก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะพระฤาษี และสร้างเจดีย์ไว้บนก้อนหินเพื่อเก็บพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า บางตำนานว่าพระอินทร์มาช่วยพระเจ้าติสสะค้นหาตามพื้นมหาสมุทร จนได้ก้อนหินที่มีรูปร่างตามเงื่อนไข แล้วนำมาวางหรือแขวนไว้บนหน้าผา เมื่อมีการสร้างเจดีย์หรือพระธาตไว้กราบไหว้ จึงเรียกกันในภาษามอญว่า ไจก์ทิโยแปลว่า เจดีย์บนก้อนหินรูปศีรษะฤาษี

 

           ในตำนานยังเล่าอีกว่า ขณะที่กำลังสร้างพระเจดีย์ พระเจ้าติสสะทรงพบรักและอภิเสกสมรสกับชเวนันจินธิดาสาวของหัวหน้าชาวกะเหรี่ยง จนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้วป่วยกระเสาะกระแสะ ซึ่งเชื่อกันว่านางป่วยเพราะไม่ได้ไหว้ผีบรรพบุรุษก่อนแต่งงาน พระเจ้าติสสะจึงทรงอนุญาตให้นางกลับไปไหว้บรรพบุรุษ แต่ขณะเดินทางผ่านป่าเขา มี นัตตนหนึ่งแปลงเป็นเสือกระโจนมาขวางทางไว้ จนพ่อและพี่ชายชเวนันจินวิ่งหนีไป ชเวนันจินตกใจกลัวมากแต่พระครรภ์แก่จนวิ่งหนีไม่ไหว ได้แต่นั่งทำสมาธิสวดมนต์ภาวนา ตาจ้องมองไปยังพระเจดีย์ที่สวามีทรงสร้างด้วยศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า จนในที่สุดเสือตัวนั้นก็วิ่งหนีไปโดยไม่ทำอันตรายนางเลย

 

           ชเวนันจินกระเสือกกระสนปีนขึ้นไปจนถึงฐาน ไจก์ทิโยตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้อยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวนตลอดไป จากนั้นก็ทอดกายลงสิ้นลมอย่างสงบ ครั้นเมื่อพระเจ้าติสสะเสด็จมาถึง ศพของนางก็กลายเป็นหินไปเสียแล้ว นางได้กลายเป็นตำนานแห่งเทพธิดาผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและความดีงาม ผู้คอยพิทักษ์รักษาพระธาตุอินทร์แขวนสมคำอธิษฐาน จึงมีความเชื่อว่าการได้เดินปีนเขาราว 15 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ขึ้นไปกราบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ นอกจากเป็นการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์และมั่นคงในแรงศรัทธาแล้ว ยังเป็นเสมือนการก้าวตามรอยบุญแห่งพระนางชเวนันจินอีกด้วย จึงปรากฏว่า แม้วันนี้จะมีรถให้นั่งสะดวกสบาย ก็ยังมีผู้แสวงบุญจำนวนไม่น้อยที่ยังคงเดินเท้าขึ้นไปอย่างมานะอดทน และอย่างเต็มใจในอานิสงส์ผลบุญที่จะบังเกิดขึ้นกับใจตน

 

           นอกจากมหาเจดีย์ชเวสิกองแล้ว ที่พุกามยังมีสถานที่ท่องเที่ยววัดอีกมากมาย ที่มีมหาเจดีย์ชื่อดัง ที่รอให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม อาทิเช่น เจดีย์ชเวนันดอร์, วัดบูพญา, มหาเจดีย์ธรรมยังยี, วัดนันพญา, วัดสัพพัญญ ฯลฯ เห็นอย่างนี้แล้วอย่าลืมไปเที่ยวพม่ากันนะคะ ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง ราคาทัวร์ก็ไม่แพงหรือหากต้องการเดินทางด้วยตนเองก็ไม่ยาก อย่าลืมศึกษาเส้นทางก่อนจะออกเดินทางทุกครั้งนะคะ และศึกษาการขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศด้วยคะ

 

ข้อมูล http://www.flythaitodreamdestination.com/



"Small mountain Sea"...ทะเลสาบอินเล มหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวิถีชนเผ่า
ประเทศพม่านั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่นิยมจากคนไทยอยู่หลายแห่ง
29 ก.ย 54 14.48 น. เปิดดู 2236
เดินช็อปกระจายที่ตลาดสก๊อต (Scott Market) หรือ ตลาดโบยกอองซาน กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า
           ตลาดสก๊อต (Scott Market) หรือเรียกอีกอย่างว่า ตลาดโบยกอองซาน (Bogyoke Aung San
31 พ.ค 54 01.56 น. เปิดดู 8221
เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) เมืองหงสาวดี ประเทศพม่า
          เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) ตั้งอยู่กลางเมืองหงสาวดี
30 พ.ค 54 09.59 น. เปิดดู 6099
พระเจดีย์กาบาเอ (Kaba Aye pagoda) เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า
           เจดีย์กาบาเอ KaBa Aye Pagoda เป็นเจดีย์ทรงกลม ซึ่งมีทางเข้าทั้งหมดห้าด้าน
30 พ.ค 54 09.42 น. เปิดดู 3796
เจดีย์เยเลพญา เจดีย์กลางน้ำพันปี เมืองสิเรียม ประเทศพม่า
           เจดีย์เยเลพญา (Yelepaya) เจดีย์ที่ลอยอยู่กลางน้ำนับพันปี
29 พ.ค 54 01.58 น. เปิดดู 2980
ชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองมัณฑะเลย์ ที่มัณฑะเลย์ฮิลล์ (MANDALAY HILL ) ประเทศพม่า
          มัณฑะเลย์ฮิลล์ (MANDALAY HILL ) เป็นจุดชมวิวสวยงามและมีปูชนียสถานสำคัญๆ
29 พ.ค 54 01.42 น. เปิดดู 2504
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม