ผู้เขียน : dooasia
เมื่อ : 16 เม.ย 54.
เปิดอ่าน : 3239 ครั้ง


แบ่งปัน

 
 
 
 



สักการะสองตำนานอมตะแห่งน่านน้ำป่าสัก ณ อ.เสาให้ สระบุรี


ในแม่น้ำป่าสัก บริเวณอ.เสาให้จังหวัดสระบุรีมีสองตำนานอมตะที่อยู่คู่กับสายน้ำแห่งนี้มาอย่างยาวนานหลายสิบปี ชาวอำเภอเสาให้ได้ให้ความเคารพศรัทธาถือเป็นสิ่งสำคัญประจำท้องถิ่นอำเภอและของจังหวัดสระบุรี เป็นสองตำนานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ หนึ่งนั้นขึ้นมาจากสายน้ำอันกว้างใหญ่อีกหนึ่งนั้นลงไปสู่สายน้ำอันเชี่ยวกราด แต่ก็สร้างความศรัทธาให้กับชาวบ้านเสาให้ได้มากทีเดียว เราพาทุกท่านมาสักการศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองหรือที่รู้จักกันในชื่อเสาร้องให้ที่วัดสูงและตามเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของเรือยาวศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยที่ตำนานเทพนรสิงห์  ในวัดเสาให้ ซึ่งทั้งสองที่อยู่ใน อ.เสาให้ จังหวัดสระบุรี ที่เดียวกันครับ

 

 

 

 

  เราเริ่มด้วยตำนานบทแรก คือตำนานเสาร้องให้  เมือประมาณปี 2501 ในคืนแห่งความมืดวันหนึ่ง  นางเฉลียว จันทร์ประสิทธิ์ชาวบ้านผู้ใจบุญ ได้ฝันว่ามีหญิงคนหนึ่ง  รูปร่างเลือนรางบอกว่าเป็นนางไม้ประจำเสาที่จมน้ำอยู่ ให้บอกสามีเอาเสาขึ้นมาจากน้ำด้วย นายเผ่าผู้เป็นสามีก็ไม่เชื่อ  มีคน เล่าต่อมากันมาว่า นางไม้ของเสาต้นนี้ได้ไปเข้าทรงกับผู้อื่นอีกหลายครั้ง

 

 จนในที่สุดชาวบ้านหลายคนก็ได้ไปร้องขอให้นายเผ่าเอาเสาต้นนี้ขึ้นมาให้ได้ ตามคำล่ำลือ จนนำมาสู่การนำเอาเสาขึ้นมาจากน้ำ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2501 และในวันนี้เอง ได้รับคำลอกเล่าจากนายจำลอง ขาววรรณะ ว่า ในวันที่ 23 เมษายน 2501 แดดร้อนจัดมากขณะที่กำลัง นำเสาขึ้นจากน้ำ  ฉับพลันท้องฟ้าก็มืดครื้มไปหมดทันที มีเสียงฝ่าผ่าดังมากเป็นประกายสีเขียวไปทั่ว เสียงฟ้าร้องคำรามทำท่าคล้ายฝนจะตก ทำให้ผู้คนที่มาเข้าร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมากต่างตื่นตาตื่นใจและดีใจกันทั่วหน้าที่สามารถนำเสาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากน้ำได้ในที่สุด

 

 

 

 มีคำบอกเล่าต่อกันมาว่าเสาตะเคียนต้นนี้ เป็นเสาที่จะนำไปเป็นเสาเอกในสมัยสร้างกรุงเทพเป็นราชธานี โดยถูกส่งลอยน้ำมาในแม่น้ำป่าสัก แต่การเดินทางช้าไป ทางกรุงเทพจึงได้เลือกเสาอื่นเป็นเสาเอกแทน เสาต้นนี้จึงลอยทวนน้ำมาจมอยู่บริเวณคุ้งน้ำป่าสัก อ.เสาให้  และในยามค่ำคืนมักมีชาวบ้านได้ยินเสียงร้องให้ขึ้นมาจากท้องน้ำป่าสัก จึงกลายมาเป็นตำนานเสาร้องให้ซึ่งชาวอ.เสาให้เชื่อว่าเป็นเสียงร้องจากเจ้าแม่ตะเคียนทอง เป็นเรื่องเล่าและความเชื่อมาจนถึงทุกวันนี้

 

 ในวันที่ 23 เมษายน 2501 เป็นวันที่เชิญเสาไปประดิษฐานที่วัดสูง เวลา 9.00 น. เริ่มพิธีเคลื่อนเสาไปสู่วัดสูง โดยตั้งศาลสูงเพียงตา มีหัวหมูซ้ายขวา บายศรี 3 ชั้น ใช้ด้ายสายสิญจน์ผูกที่เสาแล้วใช้เชือกผูกแพที่รับเสาให้ประชาชนดึง เมื่อได้ฤกษ์ พระสงฆ์ 9 รูปเจริญชัยมงคลคาถา ประชาชนที่อยู่บนฝั่งหน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ก็ดึงเชือกแพลูกบวบให้เคลื่อนไปทางทิศตะวันออก มีเรือแตรวงนำขบวน มีเรือต่างๆร่วมขบวนอีกเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 เมื่อได้เคลื่อนแพเสามาถึงท่าถนนข้างโรงสีเสาไห้แล้ว ก็ใช้เกวียน 4 เล่ม ผูกเสาไว้ใต้เกวียนแล้วมัดยอดเสาให้พ้นดินเล็กน้อย ผูกด้วยเชือกโยงเรือขนาดใหญ่มัดจากเกวียนไปให้ถึงประชาชนเสาก็เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยดี เมื่อขบวนมาถึงใกล้ศาลเจ้าพ่อซึ่งอยู่ทางแยกเข้าวัดสูงนั้น แม้จะดึงฉุดอย่างไรเกวียนก็ไม่ยอมเคลื่อนที่ทั้งที่ถนนราบเรียบ จึงได้พยายามแก้ไขจนเสียเวลาไปถึง 2 ชั่วโมง นายเผ่า จันทร์ประสิทธิ์ ก็ระลึกได้ว่า เมื่อนางไม้เริ่มเข้าทรงครั้งแรกนั้นได้บอกเพียงว่าใช้สายสิญจน์ให้ประชาชนดึงแทนเชือก จึงได้เปลี่ยนมาใช้ด้ายสายสิญจน์แทนเชือกใหญ่ ขบวนเกวียนก็สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างง่ายดายเพียงเป็นเรื่องที่นาอัศจรรย์ใจยิ่งนัก   10 นาทีก็ถึงวัดสูง เมื่อเวลา 14.30 น. บังเกิดความประหลาดใจโดยทั่วกัน จากนั้นก็นำเสาประดิษฐานไว้ที่ศาลชั่วคราว

 

 

 

ในวันนั้นที่นำเสาขึ้นจากน้ำมีประชาชนมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมากประมาณสามหมื่นคน นับเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาวอำเภอเสาให้ที่ต้องจารึกไว้  ต่อมาจึงได้สร้างศาลถาวรขึ้นที่หน้าพระอุโบสถในวัดสูง เป็นศาลกว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร มีมุขออกด้านตะวันออก พื้นคอนกรีต มีฐานก่ออิฐสูงรองรับเสาตะเคียน ต่อมาเมื่อวัดสูงได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ขึ้น จึงได้ดัดแปลงศาลาการเปรียญหลังเดิมเป็นอาคารทรงไทยสวยงาม และอัญเชิญเสาแม่นางตะเคียนมาประดิษฐานที่ศาลหลังใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2530 มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

          แม่นางตะเคียน วัดสูง อำเภอเสาไห้ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวอำเภอเสาไห้ และยังคงได้รับการสักการะจากผู้คนที่เชื่อถือ ศรัทธามาโดยตลอด เทศบาลตำบลเสาไห้ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมงานประเพณีอาบน้ำแม่นางตะเคียน เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่วัดสูงเป็นประจำทุกปี โดยงานจะจัด ขึ้นในวันที่ 23 เมษายน มีสามวันสามคืน เพื่อสืบสานงานประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่คู่กับ อ.เสาให้ จ.สระบุรีสืบไป ในทุกปี มีประชาชนเข้ามาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมากจากทั่วสารทิศถ้าใครอยากเข้าร่วมพิธีอาบน้ำแม่นางตะเคียนก็เชิญได้เลยครับงานเขาจัดทุกปี

 

 

 

หลังจากเราสักการะศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองแล้ว เราก็ไปดูความยิ่งใหญ่ของตำนานเรือยาวเจ้าพญาแห่งลุ่มน้ำป่าสักเทพนสิงห์แห่งวัดเสาให้ ที่อยู่ตรงข้ามกับหวัดสูงเพียงไม่กี่ก้าว ถ้าใครเคยดูประเพณีแข่งขันเรือยาวของเมืองไทยต้องรู้ จักชื่อของเรือเทพนรสิงห์เป็นแน่แท้ครับ เพราะถือว่าเป็นเจ้าแห่งสายน้ำในหลายสนามของไทย มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วคุ้งน้ำในหลายจังหวัด เป็นเรือที่สรรค์สร้างโดยช่างฝีมือชาวบ้าน ซึ่งรักและผูกพันกับการสร้างเรือมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ ช่างดำแห่งอ.หลังสวน จังหวัดชุมพรซึ่งเป็นช่างขุดเรือแบบโบราณชาวบ้านฝีมือเอกท่านหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

 

คนไทยมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับสายน้ำธรรมชาติ และมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติมายาวนานในเทศกาลบุญผ้าป่า บุญทอดกฐินในเทศกาลออกพรรษา และเลยไปถึงงานลอยกระทง จึงนำเรือซึ่งเป็นพาหนะสำคัญในการสัญจรมาแต่อดีต อัญเชิญผ้าป่า ผ้าห่ม หรือกฐิน ไปทอดถวายตามคุ้มวัดต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำทั่วไป ระหว่างนี้เองจึงมีการประลองฝีพายของคุ้มบ้านและคุ้มวัดต่างๆ ก่อกำเนิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามบนสายน้ำ และวิวัฒนาการมาเป็นการแข่งขันเรือยาวประเพณี อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรในวิถีชีวิตของชาวไทย สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน

 

 

 

 

 การแข่งขันเรือยาวประเพณี นำมาซึ่งความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคุ้มบ้าน คุ้มวัด ซึ่งเป็นองค์กรพื้นฐานในชุมชนไทย ด้วยการผสมงานผสานใจกัน ร่วมด้วยช่วยกัน โดยนำเรือซึ่งเป็นสมบัติของวัดและชุมชน อันเกิดจากภูมิปัญญาของช่างไทยในการขุดหรือต่อเรือยาวมาแต่โบราณกาลมาลงน้ำ แล้วฝึกปรือฝีพายให้แข็งแกร่ง นำทีมเรือไปร่วมชิงชัยในเทศกาลบุญประเพณีในฤดูน้ำหลากตามคุ้มวัดต่างๆ วัดเป็นศูนย์รวมของขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆปัจจุบันการแข่งขันเรือยาวเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางทั่วทุกถูมิภาคของไทย

 


          ในสนามแข่งขันของเมืองไทยส่วนใหญ่ก็เป็นสนามหน้าวัดของท้องถิ่นนั้น ๆ ที่ วัดเสาไห้ก็เช่นกัน  เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการแข่งเรือยาวมาช้านาน และ ตลอดย่านลำน้ำป่าสักที่ทอดยาวมาหลายจังหวัดคงจะไม่มีใครไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ความฉกาจฉกรรจ์ของเรือ  เทพนรสิงห์  และเรือ  เทพนรสิงห์ 88  ซึ่งเป็นเรือตำนานอมตะที่ทำชื่อเสียงให้แก่อำเภอเสาไห้ และจังหวัดสระบุรีเป็นอย่างมาก กวาดรางวัลชนะเลิศประเพณีการแข่งเรือยาวต่าง ๆ มาแล้วมากมาย ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นเรือที่ดุดันทั้งฝีฝายและตัวเรือที่สวยงามยิ่งใหญ่ ครับ

 

เรือเทพนรสิงห์ ทำการขุดเรือเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2526 ลงน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2526 ไม้ที่นำมาขุดคือไม้ตะเคียนทราย ได้มาจากบ้านหลังสวน จังหวัดชุมพร ความยาวของเรือ 12 วา 2 ศอก 9 นิ้ว ความกว้าง 44 นิ้ว เป็นประเภทเรือยาวใหญ่ จำนวน 50 ฝีพาย ช่างที่ขุดเรือชื่อ นายสุวรรณ ฤทธิโสม(ช่างดำ) อยู่บ้านหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ชื่อเรือเทพนรสิงห์  ซึ่งปัจจุบันเรือลำนี้อยู่ที่วัดเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ลำเรือมีขนาดใหญ่เป็นเรือยาวประเภทยาวใหญ่ที่สุด   ถือว่าเป็นสุดยอดภูมิปัญญาชาวบ้านขนานแท้ครับที่สามารถสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่และสวยงามได้อย่างลงตัวสมส่วนน่าชื่นชม

 

 

 

ทั้งสองตำนานแม้จะต่างที่มาแต่ก็เป็นสิ่งที่ชาว อ.เสาให้ไห้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากและมีประชาชนทั่วไปที่ต่างเข้ามาเยี่ยมชมและสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และช่วยทำนุบำรุงให้ยั่งยืนสืบไป ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองตั้งอยู่ที่ วัดสูง ตำนานเทพนรสิงห์ตั้งอยู่ที่ วัดเสาให้ อ. เสาให้ จ.สระบุรี   นอกจากนั้นยังตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสระบุรีที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่นที่พักห้างสรรพสินค้า   และใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเช่น วัดพระพุทธบาท,น้ำตกเจ็ดสาวน้อย,อุโมงค์ต้นไม้,ไร่องุ่นต่าง ๆ หรือจะเดินทางต่อไปเที่ยวเขื่อนป่าสักก็สามารถทำได้สบายเดินทางไม่ถึง 30 นาที หลังจากแวะชมสองตำนานแห่งเสาให้แล้วก็เชิญเที่ยวกันต่อให้สบายกันไปเลยครับทุกท่าน

 

การเดินทางมายังวัดเสาให้และวัดสูง โดยใช้เส้นทางจาก สระบุรี- เสาให้  ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร วัดสูงจะอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอเสาให้ มีป้ายบอกตลอดทางหาง่ายครับวัดอยู่ติดถนนในตัวอำเภอเลย หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 0-3642-2768-9 โทรสาร 0-3642-4089

 

ถ้าใครที่มีโอกาสมาจังหวัดสระบุรี หรือผ่าน อ.เสาให้ก็อย่าลืมแวะเข้ามาเยี่ยมชมสักการบูชาทั้งสองตำนานกันนะครับ(ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เป็นดีที่สุดครับ) เอาไว้ทริปหน้าเราจะพาไป กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตำนานแบบนี้กันอีกนะครับ สุขสมหวังจงเป็นแด่ของทุก ๆท่านครับ



คุณเจี๊ยบ กะหรี่ปั๊บ ของฝากอร่อยสระบุรี
ของฝากในยามที่เราเดินทางไปไหนมาไหนในต่างจังหวัด
13 ก.ย 54 14.40 น. เปิดดู 9569
มหาเจดีย์ทองคำ 500 ยอด ที่วัดป่าสว่างบุญ สระบุรี
วัดป่าสว่างบุญสร้างขึ้นในปี 2528 โดยหลวงพ่อบุญรอด ปุญญมโน  ในเนื้อที่กว่า400  ไร่
29 เม.ย 54 12.48 น. เปิดดู 3770
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พลังแห่งศรัทธาบนเทือกเขาสุวรรณบรรพต ทริปนี้เรา
16 เม.ย 54 13.40 น. เปิดดู 2162
เชิญชมและทำไม้ขุดล้อมแหล่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ที่ตำบลชะอม สระบุรี
15 เม.ย 54 08.06 น. เปิดดู 6202
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สระบุรี
ตามตำนานเล่าขานกันมาว่า
11 ก.พ 54 12.20 น. เปิดดู 4131
โปรโมชั่นจองโรงแรม

ภูเก็ต

921 โรงแรม

พัทยา

510 โรงแรม

กรุงเทพ

963 โรงแรม

เชียงใหม่

447 โรงแรม

กระบี่

296 โรงแรม