ชมหุ่นไก่ชนนับพันตัวที่ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมืองปราจีนบุรี

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 21 กรกฎาคม 2015

kaichon (27)สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

narasuan

หากนึกถึงองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราคงต้องนึกถึงไก่ชนเป็นลำดับแรก  เพราะการชนไก่เป็นกีฬาที่พระองค์ทรงโปรดปราน และถ้าที่ไดมีศาลของพระองค์ตั้งอยู่ ก็มักจะต้องมีหุ่นไก่ชนเรียงรายอยู่ด้านหน้าเต็มไปหมด ทริปนี้เราพาไปกราบไหว้องค์สมเด็จพระนเรศวรมามหาราชและชมไก่ชนพันธุ์ต่างๆ อีกกว่าพันตัว ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเคยเป็นสถานที่ ที่พระองค์ทรงใช้เป็นที่พักทัพในสมัยอดีต พร้อมกับเข้าเยี่ยมชมของโบราณจำนานมากที่พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี (หลวงพ่อเส็ง สุขิโต)  เกจิดังแห่งเมืองปราจีนบุรี

kaichon (2)

คนไทยกับไก่ชนนั้นมีความผูกพันกันมาเป็นระยะเวลายาวนานนับแต่ครั้งโบราณกาล พันธุ์ไก่ชนไทยนับเป็นมรดกที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นมีเรื่องราวที่เป็นที่กล่าวขาน คือองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำไก่เหลืองหางขาวของไทยไปประกาศศักดิ์ดาถึงเมืองพม่า ด้วยการชนชนะไก่ของพระมหาอุปราชาที่กรุงหงสาวดี และพระองค์ทรงโปรดปรานการตีไก่เป็นอย่างมากมาตั้งแต่เยาว์วัย  

 

เนื่องด้วยที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงโปรดปรานการชนไก่เป็นชีวิตจิตใจนี้เอง  ทำไห้หลาย ๆ  คน เมื่อเดินทางเข้าไปกราบไหว้ขอพรมักจะนำหุ่นไก่ลักษณะต่าง ๆ ไปเป็นของบูชาด้วยเป็นประจำ  ทำให้เมื่อเราเดินทางผ่านบริเวณหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรืออนุสาวรีย์ของพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งได ก็ตามเรามักจะเห็นหุ่นไก่ชนพันธุ์ต่าง ๆ เป็นของคู่กัน  จะมากหรือน้อยแล้วแต่ละสถานที่ แต่ศาลที่เมืองปราจีนแห่งนี้มีการนำหุ่นไก่ชนมาบูชาเยอะมาก ๆ  และมีการประดับประดาตกแต่งตัวไก่ให้สวยงามอีกด้วย

kaichon (3) kaichon (4) kaichon (5) kaichon (6) kaichon (7) kaichon (8)

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่บริเวณแยกเนินหอมใกล้กับค่ายจักรพงษ์ นอกตัวเมืองปราจีน เหตุที่มีการสร้างศาลบริเวณนี้ เนื่องมาจากใสสมัยอดีต  ในคราวที่พระองค์ทรงกรีฑาทัพจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปปราบนักพระสัฏฐาแห่งเมืองละแวก กัมพูชา  พ.ศ. 2132  ระหว่างการเดินทางทัพได้หยุดพักทัพในเขตปราจีนบุรี บริเวณดังกล่าว  จึงมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่าน และเพื่อให้ประชาชนทั้งชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้สักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลประชาชนชาวจังหวัด ปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมากและเมือกราบไหว้ขอพรได้ตามประสงค์ก็จะนำเอาหุ่นไก่รูปร่างต่าง ๆมาถวาย เป็นของบูชา จึงกลายเป็นของคู่กับศาลแห่งนี้จนเต็มด้านหน้าศาลไปหมด  มีเยอะมาก ๆ ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ หุ่นไก่บางตัวมีการตกแต่งปิดด้วยกระจก หลากสีสันต่าง ๆ และทาสีสวยงามมาก เป็นศาลที่ล้อมรอบไปด้วยหุ่นไก่ชนพันธุ์ต่าง ๆ  โดยเฉพาะพันธุ์เหลืองหางขาว

kaichon (32) kaichon (10) kaichon (21)kaichon (11) kaichon (22)

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นศาลาทรงตรีมุขสวยงามตั้งอยู่บนเนินดินสูงล้อมรอบไปด้วยสนามหญ้า ต้นไม้ และสวนหย่อมสวยงาม  มีทางเดินเป็นบันไดขึ้นไปสูตัวศาล ภายในประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่าประทับยืนสง่างามน่าเกรงขาม  ด้านล่างประดับด้วยแท่นหมู่บูชา สำหรับให้ประชาชนได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร มีคนแวะเวียนกันเข้ามากราบไหว้ขอพรอยู่ไม่ขาดสาย ด้านหน้าทางเข้ามีบริการดอกไม้ธูปเทียนชุดบูชา ในสังคมไทยเราตั้งแต่อดีตนั้นมีความเชื่อยึดถือและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ถือเป็นขนบธรรมเนียมความเชื่อที่สืบต่อมาจนแยกออกจากกันไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ร่วมกราบไหว้ขอพรองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นเดินเท้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อไปชมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี ซึ่งตั้งอยู่ห่างกันเพียง 50 เมตรเท่านั้น ไปกันต่อเลยครับ

kaichon (9)

พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี(เส็ง สุขิโต)  เป็นสถานที่รวบรวมโบราณวัตถุมากมายในหลายสมัย สร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของพระครูอุทัย หรือหลวงพ่อเส็ง สุขิโต  เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองปราจีน ที่ต้องการจัดสร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ซึ่งท่านได้เก็บรวบรวมไว้เพื่อมอบให้กองทัพบกและเพื่ออนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ  เผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป จึงได้จัดสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์โดยขอใช้ที่ดินกองทัพบกบริเวณแยกนเรศวร เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ เริ่มก่อสร้าง ใน พ.ศ. 2536-2537  และในปีพ.ศ.2538  การก่อสร้างอาคารได้หยุดชะงักลงเนื่องจากพระครูอุทัยธรรมธารีได้มรณภาพ ลง ต่อมา ในปี พ.ศ. 2538 คณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระอธิการสัมพันธ์ ปัญฺญาปทีโป เป็นเจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟองค์ปัจจุบัน  เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคาร จนแล้วเสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2543 พร้อมกับเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุศิลปวัตถุต่าง ๆจากวัดป่ามะไฟมาจัดแสดงนิทรรศการเป็นการถาวรจนถึงทุกวันนี้  โดยทางคณะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี และวัดป่ามะไฟ ได้มอบอาคารพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุศิลปวัตถุให้แก่กองทัพบก

 

พิพิธภัณฑ์เป็นอาคาร หลังใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยสวยงามมาก ๆ ภายในจัดแสดงแบ่งเป็นสองส่วน  คือชั้นล่างและชั้นบน ชั้นล่าง จัดแสดงประวัติพิพิธภัณฑ์ เกี่ยวกับประวัติเกจิอาจารย์สำคัญ 10 รูป ในจังหวัดปราจีนบุรี วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง พระเครื่อง พระพิมพ์แบบต่างๆ พระพุทธรูปปางต่าง ๆในหลายยุคของไทย เทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์   เงินตราไทยโบราณ เหรียญกษาปณ์และธนบัตรไทย  เหรียญและธนบัตรต่างประเทศ   เครื่องปั้นดินเผา เครื่องถ้วยไทย เครื่องถ้วยจีน  เครื่องถ้วยไทย-จีน  ศิลปะยุโรป  เครื่องทองเหลือง  คันชั่งและลูกชั่ง  หีบพระธรรม  พร้อมคัมภีร์ใบลาน เป็นต้น

 

ชั้นบน จัดแสดงรูปเหมือนผ้าไตร ตาลปัตร บาตรพร้อมฝา เครื่องใช้อุปกรณ์ทางโหราศาสตร์ของพระครูธรรมธารี วัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง และพระสยามเทวาธิราชซึ่งพระครูอุทัยท่านจัดสร้างขึ้น  เทพเจ้าทั้ง 3 ของจีน ได้แก่ ฮก ลก ซิ่ว พระโพธิสัตว์ในศาสนาฝ่ายพุทธมหายาน พระพุทธรูปสมัยต่างๆ ในประเทศไทย เครื่องถ้วยเบญจรงค์ และเครื่องถ้วยลายครามผลิตในสมัยปัจจุบัน (เลียนแบบ) เป็นต้น   ภายในอาคารมีของโบราณมากมายจริง ๆ  นับเป็นแหล่งรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุอันทรงคุณค่าอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนครับ และพระครูอุทัยธรรมธารีถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองปราจีน ที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก

 

นอกจากที่เราจะได้ ไหว้ขอพรศาลสมเด็จพระนเรศวรและชมโบราณวัตถุมากมายแล้ว เรายังสามารถเดินทางไปเที่ยวในที่อื่น ๆ ได้อีกหลายแห่ง  อาทิ ไปทำบุญไหว้พระชมโบสถ์สี่แผ่นดินที่วัดแก้วพิจิตร ไปแกะรอยอารยะธรรมทวารวดีที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติปราจีนบุรี, ขึ้นไปพักผ่อนกับธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่,ศึกษาธรรมชาติที่วนอุทยานน้ำตกเขาอีโต้,ซื้อหาผลไม้และของฝากเมืองปราจีนที่ตลาดหนองชะอม ชมตะเกียงโบราณนับหมื่นดวงทีพิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ  ใครอยากเที่ยวพักผ่อนรับรองเต็มอิ่มแน่นอนครับ อยู่ในเขตตัวเมืองปราจีนแทบทั้งหมด

kaichon (26) kaichon (19) kaichon (23) kaichon (24) kaichon (25)  kaichon (29)

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและ พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี(เส็ง สุขิโต) ตั้งอยู่ที่ แยกเนินหอมหรือแยกนเรศวร ตำบลบ้านพระ   อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี  ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเปิดให้เขานมัสการทุกวันตั้งแต่เช้าจนเย็น พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี(เส็ง สุขิโต) เปิดให้เข้าชมเฉพาะ วันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 10 บาท/ท่าน  ชาวต่างชาติ 30 บาท/ท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  037-211240-2 หรือโทรไปที่ 037-454005-6,037-312282 สอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางครับ

 

การเดินทางมายัง ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี(เส็ง สุขิโต)

จังหวัดปราจีนบุรีเดินทางทางรถยนต์ จากกรุงเทพ ใช้เส้นทาง กรุงเทพ –นครนายก-ปราจีนบุรี  จากนครนายกเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าไปปราจีนบุรีก่อนเข้าตัวเมือง  บริเวณหลัก กม.ที่ 158 หรือที่เรียกว่า สี่แยกเนินหอม(แยกนเรศวร) จะพบศาลและพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเยื้องกับสี่แยก  หาง่ายสถานที่อยู่ติดริมถนนมีป้ายบอกทางเป็นระยะ

เป็นไงครับทริปนี้เราพามากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนแถมได้ชมของโบราณต่างๆ อีกมากมาย เรียกว่ามาที่เดียวเที่ยวได้สองต่อครับ เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ เดินทางมาจังหวัดปราจีนก็อย่าลืมแวะเข้าไปดูหุ่นไก่ชนสวยๆ นับพันตัวและกราบไหว้ขอพรศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและเข้าไปชมโบราณวัตถุอีกมากมายใน พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี กันนะครับ 

เชิญแสดงความคิดเห็น

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

บทความล่าสุด
5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม

ภาคอีสาน

ภาคกลาง

RSS สุดยอดที่เที่ยวเชียงใหม่